Monday, July 22, 2019

แนะนำ

ตร.สหรัฐฯวอนประชาชน อย่าทิ้งยาเสพติดลงชักโครก หวั่นอาจทำจระเข้ติดยา !

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2019 สำนักข่าว Dailymail ได้เผยแพร่รายงาน ที่ได้รับมาจากตำรวจท้องถิ่นในรัฐเทนเนสซี่ ถึงการขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนให้อย่าทิ้งสารเสพติดลงชักโครก เพราะน้ำที่ปล่อยลงท่อระบายไปนั้น จะปนเปื้อนไปกับแม่น้ำ และส่งผลต่อสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ โดยเฉพาะจระเข้ที่อาจทำให้มันเกิดอาการคลั่ง และเป็นอันตรายมากยิ่งขึ้น คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ ได้บุกตรวจค้นบ้านของผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง และผู้ต้องสงสัยรายนั้นพยายามทำลายหลักฐานด้วยความการทิ้งยาเสพติด พร้อมอุปกรณ์เสพลงในชักโครก อย่างไรก็ตาม ยังมียาเสพติดที่ทิ้งไม่ทันเหลือเป็นหลักฐาน ทั้งยาบ้าผงและเม็ด 12 กรัม ชนิดน้ำ 24...

นักชีววิทยาค้นพบ “แมงกะพรุนยักษ์” ที่มีขนาดเทียบเท่ามนุษย์ ! (ไม่มีภัยและไม่อันตราย)

เมื่อวันที่ 15 กรกฏาคม 2019 เว็บไซต์ CNN ได้เผยภาพและรายงานข่าวการค้นพบ แมงกะพรุนขนาดใหญ่ ที่มีความยาวกว่า 1.5 เมตร เทียบเท่ากับส่วนสูงโดยทั่วไปของมนุษย์ โดยผู้พบเห็นก็คือ ลิซซี ดาลี นักชีววิทยาผู้เชี่ยวชาญสัตว์ใต้ทะเล โดยเธอพบขณะดำน้ำอยู่นอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ "นี่เป็นประสบการณ์ที่ฉันไม่มีวันลืมได้ลง ฉันไม่เคยเห็นแมงกะพรุนสายพันธุ์นี้ตัวใหญ่เท่านี้มาก่อน นี่คือสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดเท่าที่ฉันเคยค้นพบมา" สำหรับ แมงกะพรุนยักษ์ ที่ทุกคนเห็นอยู่นี้ คือสายพันธุ์ Barrel jellyfish...

ทะเลสาบลาวาที่ใหญ่ที่สุดในโลก “อิรากองโก” (ปัจจุบันยังไม่สงบ)

Nyiragongo (อิรากองโก) คือชื่อของทะเลสาบลาวาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ที่ประเทศคองโก ตั้งอยู่บนภูเขาอิรากองโกที่มีความสูงกว่า 3,470 เมตร โดยมันอยู่ลึกลงมาจากปากปล่องราว 600 เมตร และมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างถึง 2 กิโลเมตร ลาวาที่ดันขึ้นมามีอัตราความเร็วมากถึงสูงสุด 100 กม./ชม. (แต่เคลื่อนที่ช้ามาก) ด้วยปริมาณลาวาประมาณ 282 ล้านลูกบาศก์ฟุต การปะทุภูเขาไฟลูกนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 1977 ปากปล่องของภูเขาไฟเคยเกิดรอยร้าวจนทำให้ มีลาวาไหลเข้าสู่หมู่บ้านในเขตที่อยู่อาศัย...

ล่าสุด

ตร.บราซิล บุกทลายโรงงานผลิต “ลัมโบร์กินีเก๊” ขายถูกสุด คันละ 1-2 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2019 เจ้าหน้าที่ตำรวจบราซิล ได้เผยถึงความสำเร็จในภารกิจบุกทลายโรงงานประกอบรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ปลอม ที่เปิดดำเนินการอย่างลับ ๆ โดยสองพ่อลูกคู่หนึ่ง คาดว่าคันที่มีราคาสูงสุดน่าจะมีราคาเพียง 2 ล้านบาท เท่านั้น การจับกุมมีขึ้นหลังตำรวจบราซิล ได้รับการร้องเรียนจากบริษัทหลายแห่งของอิตาลี เมื่อ 2 เดือนก่อน รายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า โรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ในรัฐซันตากาตารีนา ทางตะวันออกของประเทศบราซิล โดยภายในโรงงานเจ้าหน้าที่พบโครงรถยนต์ เบาะที่นั่ง และอะไหล่อุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นชิ้นส่วนที่มีตราประทับของรถยนต์แบรนด์หรูอย่าง เฟอร์รารี่-ลัมโบกีนี่ เอาไว้ทั้งสิ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ ต้องทำการยึดรถยนต์ทั้งหมดไว้จำนวน 8 คัน พร้อมกับจัดทีมสืบสวนเพิ่มเติมว่ามีการจำหน่ายไปแล้วทั้งหมดกี่คัน ขณะที่สองพ่อลูกเจ้าของโรงงานอาจถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับประกอบกิจการโรงงานอย่างผิดกฎหมาย (มีสิทธิ์ติดคุกสูงสุดถึง 3 ปี)   จากการสอบสวนสองพ่อลูก ทำให้เจ้าหน้าที่ทราบว่า ทั้งรถยนต์อย่าง "เฟอร์รารี และ ลัมโบร์กินี" ที่ถูกประกอบขึ้นมาจากโรงงานแห่งนี้ มีราคาขายเพียง คันละ 45,000 - 60,000 ดอลลาร์ (ราว...

“Momo Challenge” คำท้าแห่งความตาย กำลังจะถูกสร้างเป็นภาพยนตร์แล้วนะ !!!

ทุกคนยังจำ Momo Challenge ได้อยู่รึเปล่าครับ ? มันเป็นข้อความท้าทายที่ถูกส่งต่อกันเป็นไวรัล โดยท้าให้คนที่ได้รับข้อความไปทำเรื่องอันตราย ที่อาจทำให้ผู้ที่รับคำท้าถึงแก่ความตายเลยทีเดียว ซึ่งเนื้อหาที่ โมโม่ ท้าออกไปมีใจความประมาณว่า "ให้แอบพ่อแม่ไปเปิดแก๊สทิ้งไว้ตอนกลางคืน" , "ให้ลองเอาเชือกมาห้อยคอตัวเอง" หรือแม้แต่ "ให้ลองกระโดดลงมาจากตึกสูงแล้วดูสิว่าตัวเองจะรอดตายหรือไม่" ซึ่งมีเด็กที่เคยเสียชีวิตจาก Momo Challenge มาหลายคนแล้วนะครับ ด้วยกระแสความหวาดกลัว และความงุนงงของผู้ที่อยู่นอกวงการคำท้านี้ ทำให้ตอนนี้ Momo Challenge กำลังถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ขึ้นมาจริง ๆ เพราะต้องการตีแผ่ความจริง และตอบคำถามที่ทุกคนอยากทราบมากที่สุดว่า แค่คำท้าออนไลน์แค่นี้ ทำให้คนถึงกับตายได้จริง ๆ เลยหรือ ? ซึ่งโปรเจคในการสร้างหนังเรื่องนี้ก็ได้โปรดิวเซอร์มากฝีมืออย่าง Takashige Ichise (ทาคาชิเกะ อิชิเสะ) ที่มีส่วนร่วมในการสร้างหนังสยองขวัญมากมายของญี่ปุ่น มาร่วมสร้างหนังเรื่องนี้ด้วย และความจริงแล้ว มาสคอตสุดสยองที่ทุกคนเห็นของ Momo Challenge เป็นภาพจากรูปปั้นธรรมดา ๆ ที่มีชื่อว่า Mother Bird (มนุษย์นก) ถูกสร้างขึ้นโดยศิลปิน Keisuke Aiso...

หนุ่มไอที เบื่อรถติด เลยแฮกจอโฆษณากลางถนนแก้เซ็ง ฉายหนังผู้ใหญ่ให้ดูเสียเลย !

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2019 ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนิเซีย ในขณะที่ทุกคนกำลังหงุดหงิดอยู่บนท้องถนนของประเทศที่มีปัญหารถติดไม่แพ้กรุงเทพฯ จู่ ๆ ทุกคนก็ต้องตกตะลึง เมื่อป้ายบิลบอร์ดป้ายหนึ่งกำลังฉายหนังโป๊ที่กำลังบรรเลงเพลงรักกันอย่างเมามันส์ เป็นเวลานานร่วม 10 นาที และแน่นอนครับตัวหนังจะเป็นผลงานจากประเทศไหนไม่ได้เลยนอกจากประเทศญี่ปุ่น ฮ่า ๆ ๆ โดยคนที่ลงมือก่อการสร้างรอยยิ้มและละลายความเครียดในครั้งนี้ ก็คือพ่อหนุ่มเซียนคอมที่ทำงานอยู่ฝ่าย IT ในบริษัทแห่งหนึ่ง วัย 24 ปี และแม้ว่าการกระทำในครั้งนี้จะไม่ได้มีเจตนาประสงค์ร้าย แต่สุดท้ายเขาก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม พร้อมต้องโทษคดีตามกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 6 ปี และปรับสูงสุด 2 แสนบาท แต่หากเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดโทษฐานเผยแพร่สื่อลามกอาจทำให้เขาถูกจำคุกนานสูงสุดถึง 12 ปี เลยทีเดียว สำหรับ ปัญหารถติดในกรุงจาการ์ตา ถือว่ามีอาการหนักไม่แพ้กรุงเทพฯของประเทศไทยเราเลยล่ะครับ โดยในปี 2016 ผลสำรวจชี้ว่ากรุงจาการ์ตาเป็นเมืองที่มีการจราจรแออัดที่สุดในโลก (สลับอันดับไปมากับกรุงเทพฯ) โดยการจราจรที่ติดขัดนี้ยังทำให้เศรษฐกิจของประเทศเสียหายไปแล้วมากกว่า 100 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 200,000 แสนล้านบาท) ด้วยปัญหาที่ยากจะหาทางแก้จึงทำให้...

ตร.สหรัฐฯวอนประชาชน อย่าทิ้งยาเสพติดลงชักโครก หวั่นอาจทำจระเข้ติดยา !

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2019 สำนักข่าว Dailymail ได้เผยแพร่รายงาน ที่ได้รับมาจากตำรวจท้องถิ่นในรัฐเทนเนสซี่ ถึงการขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนให้อย่าทิ้งสารเสพติดลงชักโครก เพราะน้ำที่ปล่อยลงท่อระบายไปนั้น จะปนเปื้อนไปกับแม่น้ำ และส่งผลต่อสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ โดยเฉพาะจระเข้ที่อาจทำให้มันเกิดอาการคลั่ง และเป็นอันตรายมากยิ่งขึ้น คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ ได้บุกตรวจค้นบ้านของผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง และผู้ต้องสงสัยรายนั้นพยายามทำลายหลักฐานด้วยความการทิ้งยาเสพติด พร้อมอุปกรณ์เสพลงในชักโครก อย่างไรก็ตาม ยังมียาเสพติดที่ทิ้งไม่ทันเหลือเป็นหลักฐาน ทั้งยาบ้าผงและเม็ด 12 กรัม ชนิดน้ำ 24 ออนซ์ และอุปกรณ์การเสพยาจำนวนหนึ่ง เหตุการณ์บุกจับกุมนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2019 “พี่น้องครับ กรุณาอย่าทิ้งยาเสพติดลงชักโครกแบบนี้นะครับ เพราะเมื่อใดที่คุณทิ้งไปกับท่อระบายน้ำ มันจะไหลไปถึงสระแล้วลงกระแสน้ำ ทำให้สัตว์ที่อยู่อาศัยในน้ำจะได้รับผลกระทบเต็ม ๆ ซึ่งนอกจากสัตว์อันตรายอย่างจระเข้แล้ว ยังมี เป็ด ห่าน และสัตว์ปีกอื่น ๆ พวกมันจะต้องตายเพราะถูกฤทธิ์ของยานะครับ" "และแม้ว่าขณะนี้ระบบบำบัดน้ำเสียของเมือง จะมีประสิทธิภาพในการบำบัด แต่ระบบก็ไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับบำบัดน้ำเสียที่มีสารเสพติดปนเปื้อน ซึ่งจะเชื่อมกับแหล่งน้ำตามธรรมชาติของเมือง และสารเหล่านั้นจะกลับมาหาพวกคุณเองด้วยนะครับ" - ข้อความจากกรมตำรวจที่ฝากมาถึงประชาชน ซึ่งเรื่องนี้เมื่ออ่านดูแล้ว หลายคนก็อาจคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว...

ตร.ออสเตรเลียพบ โคเคน 380 กิโลฯ 3 พันล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ใน “รถแบคโฮ” นำเข้า

เมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 2019 เว็บไซต์ NBC ได้รายงานข่าวการเข้าจับกุมและการบุกยึดสารเสพติดประเภทโคเคน ที่ถูกซุกซ่อนอยู่ใน "รถแบคโฮ" ซึ่งนำเข้าจากประเทศแอฟริกาใต้ แล้วส่งต่อมายังออสเตรเลีย โดยพบโคเคนทั้งหมด 384 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 3 พันล้านบาท และจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 ราย ปฏิบัติการในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันระหว่าง 3 หน่วยงาน 1.กองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย 2.ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ 3.ตำรวจออสเตรเลียนแคพิทอลเทอร์ริทอรี่ โดยได้มูลเหตุมาจากข้อมูลลับที่ได้รับแจ้ง และเมื่อเข้าไปตรวจสอบที่โกดังสินค้าด้วยวิธี X-ray จึงพบยาเสพติดประเภทโคเคนซุกซ่อนอยู่จริง โดยตอนนี้ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 ราย กำลังถูกสืบสวนและขยายผลการจับกุมต่อไป ซึ่งนี่ถือเป็นวิธีการขนส่งยาเสพติดแบบใหม่ล่าสุด ที่เพิ่งมีการค้นพบ โดยก่อนหน้านี้มักจะถูกซุกซ่อนอยู่ในพืชผลทางการเกษตรหรือไม่ก็ของใช้ประเภทเทคโนโลยีที่มีรูให้สามารถยัดสิ่งของต่าง ๆ เข้าไปได้ และจากรายงานล่าสุดของ UNODC (สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ) เผยว่า ขณะนี้มีคนทั่วโลกราว 35 ล้านคน ต้องทุกข์ทรมานด้วยอาการความผิดปกติจากการใช้สารเสพติดและจำเป็นต้องได้รับการรักษา โดยผู้ที่มีอาการผิดปกติจากการใช้สารเสพติดได้รับการรักษาเพียง 1 ใน 7...

แก๊งเด็กแสบ 4 คน ถูกรวบ หลังขโมยรถ แล้วพากันขับข้ามรัฐไกล 600 กม. เพื่อไปตกปลา

เมื่อวันที่ 14 กรกฏาคม 2019 ตำรวจออสเตรเลียได้ควบคุมตัว เด็กแสบ 4 คน ที่แอบหนีเที่ยวในช่วงปิดเทอม หลังพวกเขาขโมยรถของครอบครัวจากเด็กคนหนึ่งในกลุ่ม แล้วขับข้ามรัฐไปไกลกว่า 600 กิโลเมตร โดยก่อนออกจากบ้านเด็ก ๆ ได้ทิ้งโน๊ตไว้ให้กับผู้ปกครองโดยบอกว่า "ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับผมจะไปออกทริป" ตามรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลีย ระบุว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 กรกฏาคม 2019 ได้รับแจ้งจากผู้ปกครองของเด็กอายุ 14 ปี ว่าลูกชายของตนขโมยรถ SUV ของครอบครัวไป โดยทิ้งโน๊ตไว้ว่า "จะไปออกทริปและเตรียมเงินไว้แล้วไม่ต้องเป็นห่วง" โดยไม่ได้ระบุว่าจะเดินทางไปที่ใด ทางครอบครัวเป็นห่วงมาก เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังค้นหาทันทีและในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ก็พบเด็ก ๆ ทั้งหมดอยู่บนรถคันที่ได้รับแจ้ง ในตอนแรกที่พบ เด็กทุกคนไม่ยอมลงจากรถพร้อมกับปิดล็อกขังตัวเองไว้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจทุบกระจกรถในที่สุด และเมื่อนำตัวเด็ก ๆ ออกมาได้ จึงติดต่อไปยังครอบครัวให้มารับตัวทันที เจ้าหน้าที่จึงเริ่มสอบถามเด็กแต่ละคนจนได้ทราบว่า "พวกเขาขับรถออกจากบ้านมาไกลกว่า 600 กิโลเมตร โดยเดินทางมาจากเมืองร็อกแฮมตัน รัฐควีนส์แลนด์...

ยอดนิยม

MOBA พิพิธภัณฑ์ศิลปะสุดแนว เลือกจัดแสดงเฉพาะภาพเขียนห่วย ๆ เท่านั้น

ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ คงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ศิลปะไม่มีผิดถูก” มาบ้างไม่มากก็น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังให้คุณค่ากับสิ่งสวยงามอยู่เสมอ จนกระทั่งผมได้พบกับสถานที่แห่งหนึ่ง ที่พวกเขาไม่ได้ต้องการเดินเป็นเส้นตรงตามกรอบที่สังคมได้กำหนดไว้ ตามจริงแล้วคำว่า “ศิลปะ” ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างให้กับภาพเขียนห่วย ๆ ได้ เพราะนอกจากศิลปะจะมีถูกผิดแล้ว  มันยังมีดี มีแย่ มีห่วย มีชอบ มีไม่ชอบอีกด้วย  ซึ่งคนที่จะตัดสินในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนักเหล่าวิจารณ์ ปรมจารย์ศิลปะ รวมทั้งคนทั่ว ๆ ไปอย่างพวกเรา และสำคัญที่สุดคือผู้ที่สร้างผลงานศิลปะชิ้นนั้นขึ้นมานั่นแหละครับ สถานที่แห่งนั้นคือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะห่วย (Museum of Bad Art : MOBA) ที่ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 2 สาขา (บรูกลิน และ แมสซาชูเซตส์) ซึ่งสะสมและจัดแสดงเฉพาะงานศิลปะที่ห่วยแตกเพียงอย่างเดียว ตรงตามชื่อเป๊ะ ๆ โดยมีคอนเซปโปรโมตประจำพิพิธภัณฑ์ด้วยว่า “Art too bad to be ignored” (งานศิลป์ที่ห่วยเกินกว่าจะเมินเฉย) เป็นไงหล่ะชัดเจนพอมั้ย ฮ่า ๆ ๆ แต่เห็นแบบนี้อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เงียบเหงานะครับ เพราะที่แห่งนี้ได้รับความนิยมจนต้องมีการปรับปรุงเพิ่มสาขา นับตั้งแต่ปี 1994 ที่ก่อตั้งก็เคยขยายพื้นที่จัดแสดงมาแล้วสองครั้ง จุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดขึ้นในตอนที่ สก๊อต วิลสัน (พ่อค้าวัตถุโบราณ) นำภาพเขียนที่เขาค้นพบในกองขยะให้เพื่อน ๆ ดู แล้วเกิดปิ๊งไอเดียในการจัดแสดงงานศิลปะห่วยขึ้นมา โดยที่เขาเริ่มสะสมและจัดแสดงภาพเหล่านี้ในชั้นใต้ดิน ที่ แต่มันกลับได้รับความนิยมผ่านการบอกปากต่อปาก ทำให้พิพิธภัณฑ์ใต้ดินของเขาเริ่มรองรับจำนวนคนไม่ไหว เลยตัดสินใจย้ายสถานที่จัดแสดงไปยังเวย์เมาต์ และขยายสาขาเพิ่มเติมไปที่บรูคลิน ซึ่งปัจจุบันมีภาพเขียนห่วย ๆ จัดแสดงมากกว่า 800 ชิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่สนใจอยากจะลองไปเที่ยว ไปชมภาพเขียนของจริงก็คงต้องรอไปก่อนนะครับ เพราะ ณ เวลาที่ผมเขียนบทความอยู่นี้ พิพิธภัณฑ์กำลังปรับปรุงครั้งใหญ่จึงปิดการเข้าชมชั่วคราวแบบไม่มีกำหนด แต่ยังสามารถชมผลงานผ่านทางเว็บไซต์ http://museumofbadart.org  และเฟสบุ๊ค Facbook-Museum of Bad Art ได้ตามปกติครับ ตามจริงแล้วคำว่า “ศิลปะ” ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างให้กับภาพเขียนห่วย ๆ ได้ เพราะนอกจากศิลปะจะมีถูกผิดแล้ว  มันยังมีดี มีแย่ มีห่วย มีชอบ มีไม่ชอบอีกด้วย  ซึ่งคนที่จะตัดสินในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนักเหล่าวิจารณ์ ปรมจารย์ศิลปะ...

เศรษฐีลึกลับ เตรียมจัดการแข่งขัน Battle Royale โดยใช้คนจริง บนเกาะส่วนตัวของตนเอง

เชื่อว่าใครหลายคนคงเคยดูหนังญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า Battle Royale (เกมนรกโรงเรียนพันธุ์โหด) หรือเล่นเกมที่ต้องกระโดดร่มลงไปยังพื้นที่แห่งหนึ่งเพื่อทำการเก็บอาวุธใช้สังหารศัตรูกันมาบ้างแล้ว (Pubg) แต่ในครั้งนี้มีเศรษฐีลึกลับผู้หนึ่งสนใจที่อยากจะจัดการแข่งขันแบบนั้นขึ้นมาจริง ๆ โดยตอนนี้กำลังอยู่ในกระบวนการจัดหาทีมจัดงานซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นบนเกาะส่วนตัวของเขา โดยจะใช้คนจริง ๆ 100 คน ในการแข่งขัน เหยดดดดดดดด !!! เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2019 เว็บไซต์ hushush.com (เว็บไซต์ขายของรวมถึงงานบริการสำหรับ VIP) ได้ลงประกาศหาผู้ช่วยให้กับเศรษฐีนิรนามรายหนึ่ง ที่คาดว่าร่ำรวยมาจากการขายของออนไลน์บนเว็บไซต์ Amazon ให้มาช่วยสร้างการแข่งขัน Battle Royale ที่ใช้คนจริง ๆ จำนวน 100 คน มาสู้กันจนเหลือเพียงคนเดียว โดยเว็บไซต์ระบุว่า เมื่อผู้เข้าแข่งขันเซ็นต์สัญญาจะได้รับค่าจ้างทันทีเป็นเงิน 1.5 ล้านบาท และหากเหลือรอดเป็นคนสุดท้ายได้ จะได้รับเงินรางวัลเป็นเงิน 3.8 ล้านบาท และการแข่งขันนั้นมีกำหนดการจัดในช่วงหน้าหนาวปีนี้เป็นเวลา 3 วันบนเกาะส่วนตัวที่กำลังจัดหาซื้ออยู่ แต่อย่าเพิ่งตกใจ เพราะการแข่งนี้ไม่ได้เป็นการเอาชีวิตกันจริง ๆ ทางเว็บไซต์ระบุว่าอาวุธที่ใช้นั้นจะเป็นแค่ปืน Airsoft Gun ที่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต และมีการป้องกันด้วยเสื้อเกราะกันกระสุนที่มีความไวต่อการสัมผัส เพื่อส่งสัญญาณว่าใครถูกยิงไปแล้วบ้าง และมีการยืนยันว่า จะออกแบบการแข่งขันครั้งนี้ให้มีความปลอดภัยมากที่สุด โดยจะมีฝ่ายดูแลสุขภาพและสวัสดิการของผู้เข้าแข่งขันตลอดระยะเวลาอีกด้วย Battle Royale เรื่องย่อ - จืนตนาการถึงประเทศญี่ปุ่นเกิดภาวะล่มสลาย ตกต่ำถึงขีดสุด สังคมเสื่อมโทรมหนัก ทำให้รัฐบาลต้องการปฏิรูปการศึกษายุคใหม่ จึงมีกฏออกมาว่าในแต่ละปี จะมีการสุ่มนักเรียนวัยประมาณ 15 ปี จำนวน 42 คน จากนั้นพาไปปล่อยทิ้งไว้บนเกาะ โดยมีกติกาว่าทุกคนจะต้องไล่ล่ากัน โดยกำหนดเวลา 3 วัน หากครบกำหนดแล้วยังไม่มีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว (ปลอกคอที่ทุกคนถูกติดตั้งก็จะระเบิด) เพื่อใช้แก้ปัญหาวัยรุ่นไม่ยอมเชื่อฟังผู้ใหญ่ อ่านต่อ - ไขอักขระที่ซ่อนอยู่ในตำราแพทย์ อายุนับพันปี! (จารึกโดยหมอของเหล่ากลาดิเอเตอร์)

คืนนี้ ! นักวิทยาศาสตร์จะเผยภาพที่แท้จริงของ “หลุมดำ” เป็นครั้งแรกแก่ชาวโลก

จู่ ๆ ก็มีข่าวดีสำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องของอวกาศ โดยเฉพาะเรื่องสสารลึกลับที่ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวและอันตรายที่สุดในจักรวาลอย่าง “หลุมดำ” ซึ่งอีกไม่นานนักวิทยาศาสตร์จะปล่อยภาพจริงของมันเป็นครั้งแรกภายใน คืนนี้ 10/04/2019 รูปของหลุมดำที่เราเคยเห็นกันมาก่อนนั้นเป็นเพียงแค่ภาพจำลองของหลุมดำเท่านั้น ในคืนนี้เครือข่ายนักวิทยาศาสตร์จึงกำลังจะแพร่กระจายภาพจริงจากหลุมดำจำนวน 2 ภาพ สู่สาธารชน โดยภาพดังกล่าวได้เก็บรวบรวมข้อมูลมาจากกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ตั้งอยู่ทั่วโลก (รวมทั้งหมด 6 ที่ ได้แก่ ชิลีเม็กซิโก สเปน ฮาวาย แอริโซนา และแอนตาร์กติก) ในชื่อ Event Horizon Telescope (EHT) ที่เริ่มสำรวจหลุมดำสองแห่ง ในเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2017 ภาพทั้งสองภาพที่จะถูกเผยแพร่ในคืนนี้ เริ่มจากภาพของหลุมดำที่มีชื่อว่า “Sagittarius A” ซึ่งเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ที่มีมวลเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ของเราประมาณ 4.1 ล้านดวง อยู่ห่างจากโลกของเราไปประมาณ 26,000 ปีแสง อีกภาพเป็นภาพของ หลุมดำใจกลาง M87 ที่มีมวลเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ประมาณ 7 พันล้านดวง หรือใหญ่กว่าหลุมดำของเราถึง 1,700 เท่า และยังอยู่ห่างจากโลกเรามากกว่าถึง 2,700 เท่า สิ่งที่เราจะได้ชมจากภาพทั้งสองภาพเรียกว่า “Event horizons” ซึ่งเป็นการหมุนวนของก๊าซ ฝุ่นละออง ดวงดาว แสง ที่วนรอบวงหลุมดำก่อนที่พวกมันจะถูกดูดเข้าไปข้าง ต้องขอบคุณกล้องโทรทรรศน์ที่กระจายอยู่ตามภูมิศาสตร์ต่าง ๆ นับตั้งแต่ทางเหนือถึงใต้ ในระยะ 9,000 ไมล์ (จากสเปนถึงแอนตาร์กติกา) ซึ่งทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลได้มากมายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้การเก็บภาพหลุมดำที่ยากลำบากจนเป็นไปได้ยาก สำเร็จลงได้ในที่สุด ภาพหลุมดำทั้งสองภาพนี้ จะถูกเผยแพร่ให้ชมพร้อมกันในเวลา 20.00 น. ของวันนี้ (2 ทุ่มตรง) ตามเวลาไทย โดยรับชมพร้อมกันทั้ง 6 เมืองจากทั่วโลก ได้แก่ วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา, บรัสเซลส์ เบลเยี่ยม, ซานติอาโก ชิลี, เซี่ยงไฮ้ จีน, ไทเป ไต้หวัน และโตเกียว ญี่ปุ่น รู้อย่างนี้แล้ว อย่าได้พลาดเชียวนะครับ Fact –...

เปิดต้นตำรับ ประวัติศาสตร์การอาบน้ำแบบครบวงจร ของชาวโรมัน เมื่อ 2,500 ปีก่อน

การ “อาบน้ำ” หรือการชำระร่างกายเพื่อความสะอาดนั้น เป็นเรื่องปกติของคนทั่วทั้งโลกอยู่แล้ว แต่การอาบน้ำในทรรศนะคติของชาวโรมันในอดีต คือการ "เสพความสุข" ชนิดที่ว่าต้องฟินสุด ๆ เท่านั้นถึงจะพร้อมอาบ และบทความนี้จะถ่ายทอดให้ทุกคนเข้าใจว่า ชาวโรมันให้ความสำคัญกับการอาบน้ำมากขนาดไหน ! ตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ พวกเขายกย่องการอาบน้ำให้เป็นเรื่องใหญ่และเรื่องสำคัญของชีวิต ยืนยันได้จากการสร้างโรงอาบน้ำขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความหรูหรา ซึ่งสถานที่แห่งนั้นมีชื่อว่า "เธอเม่" (Thermae) โดยภายในสถานที่แห่งนี้ จะแบ่งขั้นตอนของการอาบไว้อย่างชัดเจน เพราะมีทั้งห้องอบไอน้ำ, ห้องอาบน้ำร้อน, และห้องอาบน้ำเย็น ซึ่งตามธรรมเนียมก่อนที่จะอาบน้ำได้ ชาวโรมันเริ่มทำกิจกรรมใด ๆ ก็ได้ในห้องอบไอน้ำก่อน พอเหงื่อออกดีแล้ว ก็จะเดินไปอาบน้ำด้วยน้ำร้อน เมื่ออาบเสร็จ ก็จะตบท้ายด้วยการแช่น้ำเย็นในอีกห้องหนึ่ง ถือเป็นอันสิ้นสุดกระบวนการอาบน้ำ ซึ่งการอาบน้ำรูปแบบนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญของ ถึงขนาดที่ว่า ไม่ว่าคุณจะยากดีมีจนมากแค่ไหน คุณก็ต้องหาโอกาสมาอาบน้ำแบบนี้ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ว่ากันว่าเธอเม่ที่ใหญ่ที่สุด ถูกสร้างบนพื้นที่ถึง 70 ไร่ สามารถรองรับลูกค้ามาใช้บริการได้มากกว่า 1,500 คน ในคราวเดียว แต่ก็มีชาวโรมันบางส่วนไม่เห็นด้วย พวกเขามองว่าการอาบน้ำรูปแบบนี้จะนำพาไปสู่ความเสื่อมเสีย มากกว่าความชื่นใจในการพักผ่อน เพราะเธอเม่จะเป็นสถานที่อาบน้ำรวมไม่แยกชายหญิง จึงทำให้บางครั้งก็มีโสเภณีแอบเข้ามาขายบริการในโรงอาบน้ำแห่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตามบันทึกระบุว่า สถานอาบน้ำบางแห่งก็มีภาพรวมดีกว่าซ่องเพียงนิดเดียว ซึ่งบางแห่งก็หนาแน่นไปด้วยความกาม ที่ลูกค้าเข้ามาเปลือยกายรวมแล้วมีเซ็กส์หมู่อยู่ในห้องอบไอน้ำเพียงเท่านั้น ทำให้เกิดปัญหาการมีชู้ และเปลี่ยนคู่นอน ซึ่งขัดแย้งกับศีลธรรมสังคมที่โรมระบุไว้มาอย่างยาวนาน และอีกหนึ่งปัญหาคือของมึนเมา ที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นอะไรที่เข้าใจยากและต้องยอมรับ เนื่องจากความร้อนในห้องอบ กับความร้อนจากการออกกำลัง ทำให้คนกระหาย และชาวโรมก็หนีไม่พ้นการระงับคอแห้งด้วยไวน์สักเหยือกกำลังดี แต่สุดท้ายดันเมา นำพาไปสู่การทะเลาะ และปัญหาตามมามากมาย ที่อาบน้ำสาธารณะนับเป็นงานชิ้นเอกอย่างหนึ่งของชาวโรมันทั้งความสวยงามในการก่อสร้าง ความสำเร็จด้านวิศวกรรม คนโรมันรักการอาบน้ำ และยอมรับมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตขนาดที่มีคำกล่าวว่า “อาบน้ำ ไวน์ และผู้หญิง มักชักพาไปในทางชั่วเสมอ แต่มันก็ทำให้ชีวิตเป็นชีวิต” Fact - โสเภณีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในยุคกรีกโบราณคือ โอเลทริดิส (Auletrides) ที่มีทักษะมากกว่าการขายบริการทางเพศ เพราะก่อนที่จะร่วมหลับนอนเธอยังสามารถแสดงสิ่งตื่นเต้นต่าง ๆ ให้แขกดูได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การโยนของสลับมือ การฟันดาบ การเล่นกายกรรม หรือการเต้นรำ จึงทำให้บ่อยครั้งเธอถูกเชิญไปงานเลี้ยงส่วนตัวของผู้ที่ซื้อตัวเธอไป และเธอยังเป็นที่รักของเด็ก ๆ ทุกคนอีกด้วย อ่านต่อ - ความโหดร้าย ที่เหล่า “กลาดิเอเตอร์” ต้องพบเจอใน “โคลอสเซียม”

สุนัขจิ้งจอก อาจกลายเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดใหม่ของมนุษย์ หลัง 60 ปี ความดุร้ายลดน้อยลง

  ถึงแม้ว่าสุนัขจิ้งจอก จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่มีความดุร้าย แต่สัตว์ชนิดนี้ก็เป็นบรรพบุรุษต้นสายของสุนัขบ้านอีกหลายสายพันธุ์ และเมื่อย้อนดูไปในอดีต พบว่า มนุษย์ได้เลี้ยงสุนัขจิ้งจอกเพื่อใช้ในการล่าสัตว์เป็นเวลานานกว่าหลายหมื่นปีมาแล้ว จึงทำให้นักพันธุศาสตร์ชาวรัสเซีย Lyudmila Trut ตัดสินใจเลี้ยงสุนัขจิ้งจอกกลุ่มหนึ่งให้เชื่อง โดยใช้เวลากว่า 60 ปี เพื่อปรับปรุงสายพันธุ์ให้มนุษย์สามารถเลี้ยงพวกมันให้กลายเป็น "สุนัขจิ้งจอกบ้าน" ได้ เธอเริ่มทำการวิจัยในปี 1959 โดยตัดสินใจย้ายที่อยู่ไปยัง ไซบีเรีย เพื่อที่จะได้พบกับ สุนัขจิ้งจอกเงิน (Silver Fox) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความดุร้ายน้อยที่สุด เพราะพวกมันมักไม่ทำร้ายมนุษย์แต่มักจะแอบไปกินไก่ของชาวบ้านอยู่เสมอ โดยเธอใช้วิธีที่มีชื่อว่า "Domesticating" มีความหมายตรงตัวว่า "ทำให้เชื่อง" คือการดึงคุณสมบัติของสัตว์ที่มนุษย์ต้องการมากที่สุด เช่น มนุษย์เลี้ยงม้าไว้สำหรับเดินทาง มนุษย์เลี้ยงวัวไว้สำหรับน้ำนม มนุษย์เลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อน และเธอจึงเลี้ยงสุนัขจิ้งจอกไว้เป็นเพื่อน เช่นกัน     โดยทุก ๆ ปี เธอและทีมวิจัย จะทำการคัดเลือกพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์สุนัขจิ้งจอกจำนวน 100 ตัว โดยการประเมินความนิ่ง หากตัวไหนนิ่งที่สุดก็จะผ่านเข้ารอบให้ไปอาศัยอยู่ในสถาบันวิจัย และเมื่อทำการคัดเลือกเสร็จแล้ว ก็จะนำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่ดุร้ายน้อยที่สุด มาผสมพันธุ์กัน เพื่อทำให้สุนัขจิ้งจอกในรุ่นถัดไปมีความดุร้ายน้อยลง เธอและทีมวิจัยทำแบบนี้เรื่อย ๆ ทุกปี จนสุดท้ายความดุร้ายก็ลดน้อยลงจนเกือบที่จะจางหายไปในที่สุด งานวิจัยชิ้นนี้ ได้เผยสู่สายตาชาวโลกครั้งแรกเมื่อปี 2009 เพราะทางทีมวิจัยมั่นใจแล้วว่า สุนัขจิ้งจอกรุ่นที่ 13 เริ่มมีหางเป็นพวง และเริ่มเชื่องจนเกือบจะกลายเป็นหมาบ้าน 100% ทีมวิจัยได้นำตัวอ่อนของ สายพันธุ์สุนัขจิ้งจอกที่เชื่องไปฝากครรภ์ไว้ในสายพันธุ์สุนัขจิ้งจอกที่ดุร้าย เพื่อศึกษาว่า ลูกที่ออกมาจะมีนิสัยเป็นอย่างไร ? ผลปรากฏว่า ลูกสุนัขจิ้งจอกเชื่องเหมือนพ่อแม่ต้นกำเนิด จากการตรวจสอบ DNA พบว่า ความเชื่องอยู่ในระดับพันธุกรรมของลูกสุนัขจิ้งจอกแล้ว     ผลสรุปการทดลองที่ยาวนานกว่า 60 ปี - "ท้ายที่สุดจิ้งจอกใน Generation นี้ พร้อมที่จะเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับครอบครัวที่ต้องการจะดูแลพวกมัน แม้พวกมันจะมีสัญชาตญาณนักล่ามากกว่าสุนัขทั่วไป แต่ก็ไม่ดุร้ายเทียบเท่าสุนัขจิ้งจอกที่พบในป่า" ปัจจุบัน Lyudmila Trut มีอายุ 80 ปี และโครงการยังคงดำเนินต่อไป เพื่อทำการปรับปรุงสายพันธุ์และเป็นการอนุรักษ์สุนัขจิ้งจอกในไซบีเรีย Fact - สุนัขจิ้งจอกตั้งท้องนาน 2 เดือน คลอดลูกครั้งละ 4-5 ตัว มีอายุขัยประมาณ 12 ปี ชอบออกหากินในเวลากลางคืน ไม่ค่อยอยู่เป็นฝูง...

ประวัติ แบร์ กริล ผู้ก้าวผ่านความเป็นมนุษย์ไปอย่างหมดสิ้น

  แบร์ กริล (Bear Grylls) มีชื่อจริงว่า เอ็ดเวิร์ด ไมเคิล กริล (Edward Michael Grylls) เกิดเมื่อ 7 มิถุนายน 1974 ในตระกูลผู้ดีในประเทศไอร์แลนด์เหนือ ปัจจุบันอายุ 44 ปี มีลูกชาย 3 คน ความชื่นชอบในการผจญภัยมาจากการที่มีพ่อที่เคยเป็นทหารราชนาวี เวลาพ่อไปลุยป่าออกแคมป์ที่ไหนแบร์ก็จะไปด้วย ทำให้เขามีสกิลการเอาตัวรอดที่ฝังหัวมาตั้งแต่เด็กๆเลยหล่ะ กริลส์ พูดได้ 3 ภาษา อังกฤษ , สเปน และ ฝรั่งเศส คาราเต้สายดำสองสาย จบปริญญาสาขาสเปนและละตินอเมริกันศึกษา ที่เบิร์คเบ็ค มหาวิทยาลัยลอนดอน ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 2     ครอบครัวของ แบร์ กริล ย้ายมาอยู่ประเทศอังกฤษเมื่อเขาอายุ 4 ขวบ ทำให้เขาได้มีโอกาสเป็นทหารหน่วยรบพิเศษของกองทัพสหราชอาณาจักร หรือก็คือหน่วย SAS สุดโด่งดัง นั่นเอง (มีผู้สมัครกว่า 100 ราย คัดเลือกจนเหลือเพียง 6 รายเท่านั้น) แต่ประสบอุบัติเหตุจากการโดดร่มที่ประเทศแซมเบียในปี 1996 อาการบาดเจ็บสาหัสนี้ทำให้ เขาถูกปลดประจำการ และ 18 เดือนให้หลัง เขาก็สร้างชื่อเสียงให้ตนเองโดยการพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ในปี 1998 ด้วยวัย 23 ปี ก่อนที่จะมาทำรายการ Man VS Wild แบร์ยังเคยทำอะไรบ้าๆมาแล้วมากมาย เช่น เคยเอาอ่างอาบน้ำมาทำเป็นเรือแล้วเปลือยกายล่องแม่น้ำเธมส์ สร้างสถิติโลกด้วยการทานดินเนอร์บนโต๊ะอาหารที่ห้อยจากบอลลูน ที่ความสูง 7,600 เมตร ท่องภูเขาหิมาลัยด้วยพาราไกลเดอร์ ที่ความสูง 26,000 ฟุต ล่องเรือยางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติค "นี่คือช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิตผม ผมต้องให้ครอบครัวและเพื่อนพ้องคอยดูแล ร่างกายของผมค่อยๆดีขึ้น ณ ตอนนั้น ผมได้เรียนรู้ว่าบางครั้งมันต้องมีอะไรแรงๆ มาเกิดขึ้นกับชีวิตคุณสักครั้ง เพื่อที่จะทำให้คุณตระหนักได้ว่าอะไรคือสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตคุณจริงๆ และ ผมออกจากโรงพยาบาลด้วยใจที่ลุกโชนอีกครั้ง" - แบร์ กริล กล่าว แล้วก็ออกไปทำอะไรข้างต้นอย่างที่เรานำเสนอไปนี่แหละ ไฟพี่แกคงลุกไปถึงดาวอังคารแน่ๆเลย     Man...