Wednesday, August 21, 2019

แนะนำ

จำหุ่น Starman ของ SpaceX ได้มั้ยครับ ? ตอนนี้มันโคจรรอบดวงอาทิตย์สำเร็จแล้วนะ

หลังจากที่บริษัท SpaceX ของเฮีย อีลอน มัสก์ ได้ทำการตลาดโคตรโหด โดยการติดตั้งรถยนต์ Tesla Roaster และหุ่นในชุดอวกาศ Starman พุ่งออกนอกโลกไปพร้อมกับจรวด Falcon Heavy (ติดตั้งไว้บนส่วนหัวของจรวด) เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2018 ซึ่งล่าสุดวันที่ 19 สิงหาคม 2019 เจ้าหุ่น...

Amazon เปิดตัวระบบจดจำใบหน้า ที่สามารถตรวจจับ “ความกลัว” ของมนุษย์ได้แล้ว

การจดจำใบหน้าเพียงอย่างเดียวมันคงธรรมดาไปสำหรับ เพราะล่าสุดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2019 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ระบบจำจดใบหน้าของ Amazon สามารถตรวจจับ 'ความกลัว' ที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของมนุษย์ได้แล้ว Rekignition คือหนึ่งในแพลตฟอร์มบนระบบคลาวด์ของ Amazon Web Services (AWS) ที่เปิดให้เหล่านักพัฒนาสามารถนำไปใช้วิเคราะห์ใบหน้าบนโปรแกรมของตนเองได้ ซึ่งแพรตฟอร์มดังกล่าว สามารถตรวจจับการแสดงออกบนสีหน้า เพื่อระบุถึงอารมณ์ต่าง ๆ ของบุคคลนั้น โดยใช้ A.I....

พบ “ฝนตกเป็นพลาสติก” ณ เทือกเขาสูง 3,000 เมตร ในอเมริกา

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2019 ทีมนักวิจัยขององค์กรสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ได้เผยแพร่รายงานล่าสุด ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกทราบว่า ขณะนี้ "พลาสติกได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมโลกไปแล้ว" โดยพวกเขาได้รวบรวมตัวอย่างน้ำฝนจากทั่วรัฐโคโลราโดเพื่อทำการศึกษามลพิษ จากนั้นจึงนำมาวิเคราะห์และส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ จนพบว่า "กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของตัวอย่างน้ำฝน มีเส้นใยพลาสติกหลากสีสันและเม็ดบีดส์พลาสติกอยู่ในนั้น" "พลาสติกส่วนใหญ่ที่พบในตัวอย่าง เป็นเส้นใยพลาสติกขนาดเล็กที่ต้องใช้กำลังขยายกว่า 40 เท่า จึงจะเห็นได้ ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างน้ำฝนที่ทำให้เราทึ่งสุด ๆ คือตัวอย่างจากน้ำฝนบนเทือกเขาร็อกกี้ (Rocky...

ล่าสุด

จำหุ่น Starman ของ SpaceX ได้มั้ยครับ ? ตอนนี้มันโคจรรอบดวงอาทิตย์สำเร็จแล้วนะ

หลังจากที่บริษัท SpaceX ของเฮีย อีลอน มัสก์ ได้ทำการตลาดโคตรโหด โดยการติดตั้งรถยนต์ Tesla Roaster และหุ่นในชุดอวกาศ Starman พุ่งออกนอกโลกไปพร้อมกับจรวด Falcon Heavy (ติดตั้งไว้บนส่วนหัวของจรวด) เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2018 ซึ่งล่าสุดวันที่ 19 สิงหาคม 2019 เจ้าหุ่น Starman ก็สามารถทำภารกิจ "โคจรรอบดวงอาทิตย์" สำเร็จลุล่วงได้แล้วจริง ๆ และจะโคจรเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ อีกนานแสนนาน สำหรับแผนการตลาดนี้ ในตอนแรกนั้น อีลอน ตั้งใจที่จะให้ Starman บินเข้าใกล้ดาวอังคารเพื่อให้มันโคจรรอบดาวเคราะห์สีแดงก่อนแล้วค่อยเข้าสู่วงโคจรของดวงอาทิตย์เป็นลำดับต่อไป แต่หลังจากโคจรรอบโลกได้เพียง 6 ชั่วโมง มันก็หลุดออกนอกเส้นทางที่วางไว้ และได้มุ่งหน้าไปยังแถบดาวเคราะห์น้อย ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดีแทน แต่ก็ยังโชคดีที่เฮียได้คิดแผนเผื่อไว้ในกรณีที่เกิดเรื่องไม่คาดฝัน โดยการติดตั้งเครื่องยนต์เสริมเพื่อบังคับให้มันกลับเข้ามาในตำแหน่งเดิม จนตอนนี้ภารกิจก็สำเร็จลุล่วงนั่นเองครับ ซึ่งเจ้าของเว็บไซต์ Whereisroadster.com (เว็บไซต์ติดตาม Starman โดยเฉพาะ)...

“บ่วงพลาสติก” รัดฉลามตั้งแต่ยังเด็ก จนโตมาเรื่อย ๆ มันก็รัดจนคอเกือบขาด

เมื่อวันที่ 4 กรกฏาคม 2019 ทีมงาน Sulikowski Shark and Fish Research Lab (ดูแลและศึกษาฉลาม) ได้เผยภาพของฉลามตัวหนึ่ง ที่ถูกพบนอกชายฝั่งรัฐเมน ประเทศสหรัฐฯ โดยฉลามตัวนี้มีความยาวถึง 2.24 เมตร แต่สิ่งที่น่าตกใจก็คือ บริเวณคอของมันมีบ่วงพลาสติกรัดอยู่ ซึ่งทีมงานคาดว่าบ่วงนี้น่าจะติดอยู่รอบคอตั้งแต่มันยังเด็ก ทำให้เมื่อโตขึ้นบ่วงก็รัดและบาดคอของมันจนเกือบขาด ... ทีมงานเผยว่า นี่คือความบังเอิญที่เชื่อว่าฉลามตัวนี้จะต้องดีใจเป็นอย่างมาก เพราะหากมันเติบโตตามธรรมชาติต่อไป มันจะโตเต็มที่และมีขนาดถึง 3.5 เมตร ซึ่งบ่วงพลาสติกก็จะกัดกินเนื้อบริเวณนั้นจนขาดออกจากกันอย่างแน่นอน "เราไม่อยากคิดถึงความทรมานที่มันต้องประสบตั้งแต่เติบโตมาเลยจริง ๆ" "เหมือนมันรู้ว่าจะต้องขอความเชื่อเหลือจากใคร เราตัดบ่วงพลาสติกออก และทำการติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เพื่อให้เราสามารถกลับมาตรวจสอบมันได้ภายหลัง การพบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เป็นภาพสะท้อนว่าโลกของเราจำเป็นจะต้องตระหนักถึงภัยจากการทิ้งขยะพลาสติกลงสู่ทะเลให้มากขึ้น เพราะเห็นแล้วว่ามันทำลายชีวิตและทรมานสัตว์ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากขนาดไหน" ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 15 กรกฏาคม ทีมงานได้ออกทะเลเพื่อไปเยี่ยมเยียนมันอีกครั้ง พบว่ามันยังสบายดี และว่ายน้ำอยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งที่พบ แต่ก็ใช่ว่าฉลามทุกตัวจะโชคดีเหมือนเจ้าตัวนี้ เพราะเมื่อปี 2018 เจ้าหน้าที่ชายหาดฟลอริดา ได้พบศพของฉลามขนาดใหญ่ ความยาว 1.8 เมตร เสียชีวิตจากการถูกบ่วงพลากติกพันแน่นรอบคอ ซึ่งส่งผลให้ความสามารถในการ...

Amazon เปิดตัวระบบจดจำใบหน้า ที่สามารถตรวจจับ “ความกลัว” ของมนุษย์ได้แล้ว

การจดจำใบหน้าเพียงอย่างเดียวมันคงธรรมดาไปสำหรับ เพราะล่าสุดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2019 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ระบบจำจดใบหน้าของ Amazon สามารถตรวจจับ 'ความกลัว' ที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของมนุษย์ได้แล้ว Rekignition คือหนึ่งในแพลตฟอร์มบนระบบคลาวด์ของ Amazon Web Services (AWS) ที่เปิดให้เหล่านักพัฒนาสามารถนำไปใช้วิเคราะห์ใบหน้าบนโปรแกรมของตนเองได้ ซึ่งแพรตฟอร์มดังกล่าว สามารถตรวจจับการแสดงออกบนสีหน้า เพื่อระบุถึงอารมณ์ต่าง ๆ ของบุคคลนั้น โดยใช้ A.I. หรือปัญญาประดิษฐ์ ในการวิเคราะห์ Amazon ออกมาประกาศเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2019 ว่า พวกเขาได้ทำการอัพเกรดเพื่อให้แพลตฟอร์มมีความแม่นยำมากขึ้น ทั้งในส่วนของการระบุเพศและตรวจจับอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก สุข เศร้า โกรธ ประหลาดใจ รังเกียจ สงบ สับสน และล่าสุดพวกเขาก็เพิ่มการตรวจจับ "ความกลัว" เข้าไปสำเร็จจนสำเร็จ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังสามารถจำแนกได้ทั้งวัตถุ ผู้คน ข้อความ ฉาก กิจกรรม และรวมถึงตรวจจับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมได้อีกด้วย แม้ว่าในอดีต...

“ผมต้องใช้เวลาศึกษาผู้ป่วยจิตเวช เพื่อฝึกให้เสียงหัวเราะ เข้าใกล้ความจริงมากที่สุด”

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. เว็บไซต์ movieweb ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ ที่ทีมงานของเว็บไซต์ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ท็อดด์ ฟิลลิปส์ (ผู้กำกับ) และ วาคีน ฟินิกซ์ (ผู้รับบทโจ๊กเกอร์) ซึ่งการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ ทีมงานได้ถามคำถามเพียงไม่กี่ข้อ แต่ทุกหัวข้อในแต่ละคำถาม ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งความเป็นมาและทิศทางของหนัง รวมถึงความทุ่มเทของวาคีนเพื่อบทโจ๊กเกอร์ที่แตกต่างออกไป "ในช่วงแรกที่เราเริ่มโปรคเจคนี้ ผมได้เตือนแฟน ๆ ของโจ๊กเกอร์ออกไปเลยว่า Joker เวอร์ชั่นนี้ จะมีบุคลิกแตกต่างจากในหนังสือการ์ตูนอย่างสิ้นเชิง ซึ่งผลตอบรับที่ได้กลับมาก็ผิดคาดครับ แฟน ๆ ทุกคนต่างให้ความสนใจ และรอคอยโจ๊กเกอร์เวอร์ชั่นวาคีนมากกว่าที่เราคาดไว้เสียอีก มันเป็นโปรเจคที่ผ่านการคิดมาอย่างยาวนาน 4-5 ปี และเราตั้งใจที่จะให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังต้นทุนต่ำครับ" - ผู้กำกับตอบ และเมื่อวาคีนถูกถามถึงข่าวลือที่ว่า ตัวเขาต้องเข้าไปคลุกคลีกับผู้ป่วยจิตเวชเพื่อเรียนรู้การหัวเราะจริงหรือไม่ ? - "อันที่จริงผมก็เริ่มบทโจ๊กเกอร์จากจุดนี้นี่แหละครับ แต่จะเรียกว่าคลุกคลีก็ไม่เชิง เพราะส่วนใหญ่ผมจะเรียนรู้ด้วยการดูเทปอาการของผู้ป่วยที่ทุกข์ทรมานจากสิ่งที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของพวกเขา ทั้งคนที่หัวเราะจนควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือ คนที่ทั้งหัวเราะและร้องไห้ไปพร้อมกัน การศึกษาอาการของพวกเขาทั้งหมด ทำให้ผมได้ฝึกหัวเราะเพื่อใกล้เคียงกับอาการป่วยที่แท้จริงที่สุด" และเมื่อถูกถามถึงสิ่งที่เขาคาดหวังกับตัวละครตัวนี้ วาคีนตอบว่า...

นักวิจัยเตือน Google และ Facebook อาจรู้ว่าคุณ … กำลังดูหนังโป๊เรื่องใดอยู่ ?!

การเข้าถึงสื่อประเภท "หนังโป๊" บนอินเทอร์เน็ต ณ ปัจจุบัน เป็นเรื่องสะดวกสบายเพียงปลายนิ้ว แต่จากความสะดวกสบายในรูปแบบนี้ นอกจากจะทำใหคุณเสี่ยงต่อการติดไวรัสแล้ว ปัญหาด้านความเป็นส่วนตัวก็มีความน่ากังวลอยู่มากเหมือนกัน นักวิจัยจาก Microsoft ได้ทำการวิเคราะห์เว็บไซต์หนังโป๊จำนวน 22,484 แห่ง จนพบว่า เว็บไซต์ส่วนมากมีข้อมูลผู้ใช้รั่วไหลไปยังบุคคลที่สามมากถึง 93% และแม้ว่าผู้ใช้จะป้องกันตนเองโดยเปลี่ยนบราวเซอร์ให้เป็นโหมด "ไม่ระบุตัวตน" แต่นักวิจัยก็ยืนยันว่า โหมดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทำได้แค่ไม่ให้ประวัติการใช้งานของคุณถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เท่านั้น ไม่ได้ช่วยเรื่องป้องกันข้อมูลรั่วไหลแต่อย่างใด ตามรายงานระบุว่า หนึ่งในบริษัทลูกของ Google อย่างแพลตฟอร์มโฆษณา DoubleClick ได้ทำการติดตามผู้ใช้งานนอกเว็บไซต์มากถึง 74% ในขณะที่ Facebook ติดตามผู้ใช้งานนอกเว็บไซต์ 10% "ในสหรัฐฯ แม้ว่าแพลตฟอร์มโฆษณาและวีดีโอจำนวนมาก จะทำการแบนเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ออกไป อย่างเช่น YouTube ของ Google แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่มีนโยบายห้ามเว็บไซต์อื่น ๆ ใช้โค้ดโฮสติ้ง (Google APIs) หรือเครื่องมือวัดสถิติจำนวนผู้เข้าชม (Google Analytics) นั่นหมายความว่า แม้ Google...

เจสัน โมโมอา (Aquaman) ถูกจับ หลังเป็นแนวหน้าประท้วงสร้างหอดูดาว ที่ฮาวาย

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2019 เว็บไซต์ Comicbook ได้รายงานข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจฮาวายเข้าควบคุมตัว เจสัน โมโมอา นักแสดงชื่อดังเจ้าของบทบาท Aquaman หลังตัวเขาเป็นบุคคลสำคัญที่อยู่แนวหน้า ช่วยเหลือชาวฮาวายกว่า 1,000 คน ในการประท้วงให้ทางการสหรัฐฯยุติการก่อสร้างหอดูดาว Thirty Meters Telescope (TMT) ณ รัฐฮาวาย บ้านเกิดของเขา ซึ่งข่าวนี้ก็สร้างความตกใจไม่น้อยให้แก่แฟนคลับของเฮียแก จนกระทั่งชาว Reddit ต้องออกมาตั้งกระทู้เพื่อเผยแพร่ภาพและรายงานการอัพเดตล่าสุดว่า "ทุกคนไม่ต้องตกใจ นี่คือภาพของการจับกุม เฮียเจสันยังสบายดี ตำรวจเข้าใจถึงเจตนาอันดีของอควาแมนครับ" ซึ่งถ้าดูจากรูปแล้วก็คงเห็นว่า เป็นการจับกุมที่รื่นเริงมาก ฮ่า ๆ ๆ แต่ก็ดูเหมือนว่า แฟนคลับของหนังเรื่อง Aquman จะไม่ได้รื่นเริงตามไปด้วย เพราะเฮียเจสัน ได้โพสท์ภาพล่าสุดของการประท้วงไว้ในไอจีและเขียนแคปชั่นว่า "ขอโทษทาง Warner Bros. ด้วยนะครับ สงสัยการถ่ายทำ Aquaman 2 จะต้องเลื่อนออกไปก่อนแล้วล่ะ...

ยอดนิยม

MOBA พิพิธภัณฑ์ศิลปะสุดแนว เลือกจัดแสดงเฉพาะภาพเขียนห่วย ๆ เท่านั้น

ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ คงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ศิลปะไม่มีผิดถูก” มาบ้างไม่มากก็น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังให้คุณค่ากับสิ่งสวยงามอยู่เสมอ จนกระทั่งผมได้พบกับสถานที่แห่งหนึ่ง ที่พวกเขาไม่ได้ต้องการเดินเป็นเส้นตรงตามกรอบที่สังคมได้กำหนดไว้ ตามจริงแล้วคำว่า “ศิลปะ” ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างให้กับภาพเขียนห่วย ๆ ได้ เพราะนอกจากศิลปะจะมีถูกผิดแล้ว  มันยังมีดี มีแย่ มีห่วย มีชอบ มีไม่ชอบอีกด้วย  ซึ่งคนที่จะตัดสินในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนักเหล่าวิจารณ์ ปรมจารย์ศิลปะ รวมทั้งคนทั่ว ๆ ไปอย่างพวกเรา และสำคัญที่สุดคือผู้ที่สร้างผลงานศิลปะชิ้นนั้นขึ้นมานั่นแหละครับ สถานที่แห่งนั้นคือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะห่วย (Museum of Bad Art : MOBA) ที่ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 2 สาขา (บรูกลิน และ แมสซาชูเซตส์) ซึ่งสะสมและจัดแสดงเฉพาะงานศิลปะที่ห่วยแตกเพียงอย่างเดียว ตรงตามชื่อเป๊ะ ๆ โดยมีคอนเซปโปรโมตประจำพิพิธภัณฑ์ด้วยว่า “Art too bad to be ignored” (งานศิลป์ที่ห่วยเกินกว่าจะเมินเฉย) เป็นไงหล่ะชัดเจนพอมั้ย ฮ่า ๆ ๆ แต่เห็นแบบนี้อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เงียบเหงานะครับ เพราะที่แห่งนี้ได้รับความนิยมจนต้องมีการปรับปรุงเพิ่มสาขา นับตั้งแต่ปี 1994 ที่ก่อตั้งก็เคยขยายพื้นที่จัดแสดงมาแล้วสองครั้ง จุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดขึ้นในตอนที่ สก๊อต วิลสัน (พ่อค้าวัตถุโบราณ) นำภาพเขียนที่เขาค้นพบในกองขยะให้เพื่อน ๆ ดู แล้วเกิดปิ๊งไอเดียในการจัดแสดงงานศิลปะห่วยขึ้นมา โดยที่เขาเริ่มสะสมและจัดแสดงภาพเหล่านี้ในชั้นใต้ดิน ที่ แต่มันกลับได้รับความนิยมผ่านการบอกปากต่อปาก ทำให้พิพิธภัณฑ์ใต้ดินของเขาเริ่มรองรับจำนวนคนไม่ไหว เลยตัดสินใจย้ายสถานที่จัดแสดงไปยังเวย์เมาต์ และขยายสาขาเพิ่มเติมไปที่บรูคลิน ซึ่งปัจจุบันมีภาพเขียนห่วย ๆ จัดแสดงมากกว่า 800 ชิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่สนใจอยากจะลองไปเที่ยว ไปชมภาพเขียนของจริงก็คงต้องรอไปก่อนนะครับ เพราะ ณ เวลาที่ผมเขียนบทความอยู่นี้ พิพิธภัณฑ์กำลังปรับปรุงครั้งใหญ่จึงปิดการเข้าชมชั่วคราวแบบไม่มีกำหนด แต่ยังสามารถชมผลงานผ่านทางเว็บไซต์ http://museumofbadart.org  และเฟสบุ๊ค Facbook-Museum of Bad Art ได้ตามปกติครับ ตามจริงแล้วคำว่า “ศิลปะ” ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างให้กับภาพเขียนห่วย ๆ ได้ เพราะนอกจากศิลปะจะมีถูกผิดแล้ว  มันยังมีดี มีแย่ มีห่วย มีชอบ มีไม่ชอบอีกด้วย  ซึ่งคนที่จะตัดสินในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนักเหล่าวิจารณ์ ปรมจารย์ศิลปะ...

เศรษฐีลึกลับ เตรียมจัดการแข่งขัน Battle Royale โดยใช้คนจริง บนเกาะส่วนตัวของตนเอง

เชื่อว่าใครหลายคนคงเคยดูหนังญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า Battle Royale (เกมนรกโรงเรียนพันธุ์โหด) หรือเล่นเกมที่ต้องกระโดดร่มลงไปยังพื้นที่แห่งหนึ่งเพื่อทำการเก็บอาวุธใช้สังหารศัตรูกันมาบ้างแล้ว (Pubg) แต่ในครั้งนี้มีเศรษฐีลึกลับผู้หนึ่งสนใจที่อยากจะจัดการแข่งขันแบบนั้นขึ้นมาจริง ๆ โดยตอนนี้กำลังอยู่ในกระบวนการจัดหาทีมจัดงานซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นบนเกาะส่วนตัวของเขา โดยจะใช้คนจริง ๆ 100 คน ในการแข่งขัน เหยดดดดดดดด !!! เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2019 เว็บไซต์ hushush.com (เว็บไซต์ขายของรวมถึงงานบริการสำหรับ VIP) ได้ลงประกาศหาผู้ช่วยให้กับเศรษฐีนิรนามรายหนึ่ง ที่คาดว่าร่ำรวยมาจากการขายของออนไลน์บนเว็บไซต์ Amazon ให้มาช่วยสร้างการแข่งขัน Battle Royale ที่ใช้คนจริง ๆ จำนวน 100 คน มาสู้กันจนเหลือเพียงคนเดียว โดยเว็บไซต์ระบุว่า เมื่อผู้เข้าแข่งขันเซ็นต์สัญญาจะได้รับค่าจ้างทันทีเป็นเงิน 1.5 ล้านบาท และหากเหลือรอดเป็นคนสุดท้ายได้ จะได้รับเงินรางวัลเป็นเงิน 3.8 ล้านบาท และการแข่งขันนั้นมีกำหนดการจัดในช่วงหน้าหนาวปีนี้เป็นเวลา 3 วันบนเกาะส่วนตัวที่กำลังจัดหาซื้ออยู่ แต่อย่าเพิ่งตกใจ เพราะการแข่งนี้ไม่ได้เป็นการเอาชีวิตกันจริง ๆ ทางเว็บไซต์ระบุว่าอาวุธที่ใช้นั้นจะเป็นแค่ปืน Airsoft Gun ที่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต และมีการป้องกันด้วยเสื้อเกราะกันกระสุนที่มีความไวต่อการสัมผัส เพื่อส่งสัญญาณว่าใครถูกยิงไปแล้วบ้าง และมีการยืนยันว่า จะออกแบบการแข่งขันครั้งนี้ให้มีความปลอดภัยมากที่สุด โดยจะมีฝ่ายดูแลสุขภาพและสวัสดิการของผู้เข้าแข่งขันตลอดระยะเวลาอีกด้วย Battle Royale เรื่องย่อ - จืนตนาการถึงประเทศญี่ปุ่นเกิดภาวะล่มสลาย ตกต่ำถึงขีดสุด สังคมเสื่อมโทรมหนัก ทำให้รัฐบาลต้องการปฏิรูปการศึกษายุคใหม่ จึงมีกฏออกมาว่าในแต่ละปี จะมีการสุ่มนักเรียนวัยประมาณ 15 ปี จำนวน 42 คน จากนั้นพาไปปล่อยทิ้งไว้บนเกาะ โดยมีกติกาว่าทุกคนจะต้องไล่ล่ากัน โดยกำหนดเวลา 3 วัน หากครบกำหนดแล้วยังไม่มีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว (ปลอกคอที่ทุกคนถูกติดตั้งก็จะระเบิด) เพื่อใช้แก้ปัญหาวัยรุ่นไม่ยอมเชื่อฟังผู้ใหญ่ อ่านต่อ - ไขอักขระที่ซ่อนอยู่ในตำราแพทย์ อายุนับพันปี! (จารึกโดยหมอของเหล่ากลาดิเอเตอร์)

คืนนี้ ! นักวิทยาศาสตร์จะเผยภาพที่แท้จริงของ “หลุมดำ” เป็นครั้งแรกแก่ชาวโลก

จู่ ๆ ก็มีข่าวดีสำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องของอวกาศ โดยเฉพาะเรื่องสสารลึกลับที่ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวและอันตรายที่สุดในจักรวาลอย่าง “หลุมดำ” ซึ่งอีกไม่นานนักวิทยาศาสตร์จะปล่อยภาพจริงของมันเป็นครั้งแรกภายใน คืนนี้ 10/04/2019 รูปของหลุมดำที่เราเคยเห็นกันมาก่อนนั้นเป็นเพียงแค่ภาพจำลองของหลุมดำเท่านั้น ในคืนนี้เครือข่ายนักวิทยาศาสตร์จึงกำลังจะแพร่กระจายภาพจริงจากหลุมดำจำนวน 2 ภาพ สู่สาธารชน โดยภาพดังกล่าวได้เก็บรวบรวมข้อมูลมาจากกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ตั้งอยู่ทั่วโลก (รวมทั้งหมด 6 ที่ ได้แก่ ชิลีเม็กซิโก สเปน ฮาวาย แอริโซนา และแอนตาร์กติก) ในชื่อ Event Horizon Telescope (EHT) ที่เริ่มสำรวจหลุมดำสองแห่ง ในเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2017 ภาพทั้งสองภาพที่จะถูกเผยแพร่ในคืนนี้ เริ่มจากภาพของหลุมดำที่มีชื่อว่า “Sagittarius A” ซึ่งเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ที่มีมวลเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ของเราประมาณ 4.1 ล้านดวง อยู่ห่างจากโลกของเราไปประมาณ 26,000 ปีแสง อีกภาพเป็นภาพของ หลุมดำใจกลาง M87 ที่มีมวลเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ประมาณ 7 พันล้านดวง หรือใหญ่กว่าหลุมดำของเราถึง 1,700 เท่า และยังอยู่ห่างจากโลกเรามากกว่าถึง 2,700 เท่า สิ่งที่เราจะได้ชมจากภาพทั้งสองภาพเรียกว่า “Event horizons” ซึ่งเป็นการหมุนวนของก๊าซ ฝุ่นละออง ดวงดาว แสง ที่วนรอบวงหลุมดำก่อนที่พวกมันจะถูกดูดเข้าไปข้าง ต้องขอบคุณกล้องโทรทรรศน์ที่กระจายอยู่ตามภูมิศาสตร์ต่าง ๆ นับตั้งแต่ทางเหนือถึงใต้ ในระยะ 9,000 ไมล์ (จากสเปนถึงแอนตาร์กติกา) ซึ่งทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลได้มากมายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้การเก็บภาพหลุมดำที่ยากลำบากจนเป็นไปได้ยาก สำเร็จลงได้ในที่สุด ภาพหลุมดำทั้งสองภาพนี้ จะถูกเผยแพร่ให้ชมพร้อมกันในเวลา 20.00 น. ของวันนี้ (2 ทุ่มตรง) ตามเวลาไทย โดยรับชมพร้อมกันทั้ง 6 เมืองจากทั่วโลก ได้แก่ วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา, บรัสเซลส์ เบลเยี่ยม, ซานติอาโก ชิลี, เซี่ยงไฮ้ จีน, ไทเป ไต้หวัน และโตเกียว ญี่ปุ่น รู้อย่างนี้แล้ว อย่าได้พลาดเชียวนะครับ Fact –...

เปิดต้นตำรับ ประวัติศาสตร์การอาบน้ำแบบครบวงจร ของชาวโรมัน เมื่อ 2,500 ปีก่อน

การ “อาบน้ำ” หรือการชำระร่างกายเพื่อความสะอาดนั้น เป็นเรื่องปกติของคนทั่วทั้งโลกอยู่แล้ว แต่การอาบน้ำในทรรศนะคติของชาวโรมันในอดีต คือการ "เสพความสุข" ชนิดที่ว่าต้องฟินสุด ๆ เท่านั้นถึงจะพร้อมอาบ และบทความนี้จะถ่ายทอดให้ทุกคนเข้าใจว่า ชาวโรมันให้ความสำคัญกับการอาบน้ำมากขนาดไหน ! ตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ พวกเขายกย่องการอาบน้ำให้เป็นเรื่องใหญ่และเรื่องสำคัญของชีวิต ยืนยันได้จากการสร้างโรงอาบน้ำขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความหรูหรา ซึ่งสถานที่แห่งนั้นมีชื่อว่า "เธอเม่" (Thermae) โดยภายในสถานที่แห่งนี้ จะแบ่งขั้นตอนของการอาบไว้อย่างชัดเจน เพราะมีทั้งห้องอบไอน้ำ, ห้องอาบน้ำร้อน, และห้องอาบน้ำเย็น ซึ่งตามธรรมเนียมก่อนที่จะอาบน้ำได้ ชาวโรมันเริ่มทำกิจกรรมใด ๆ ก็ได้ในห้องอบไอน้ำก่อน พอเหงื่อออกดีแล้ว ก็จะเดินไปอาบน้ำด้วยน้ำร้อน เมื่ออาบเสร็จ ก็จะตบท้ายด้วยการแช่น้ำเย็นในอีกห้องหนึ่ง ถือเป็นอันสิ้นสุดกระบวนการอาบน้ำ ซึ่งการอาบน้ำรูปแบบนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญของ ถึงขนาดที่ว่า ไม่ว่าคุณจะยากดีมีจนมากแค่ไหน คุณก็ต้องหาโอกาสมาอาบน้ำแบบนี้ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ว่ากันว่าเธอเม่ที่ใหญ่ที่สุด ถูกสร้างบนพื้นที่ถึง 70 ไร่ สามารถรองรับลูกค้ามาใช้บริการได้มากกว่า 1,500 คน ในคราวเดียว แต่ก็มีชาวโรมันบางส่วนไม่เห็นด้วย พวกเขามองว่าการอาบน้ำรูปแบบนี้จะนำพาไปสู่ความเสื่อมเสีย มากกว่าความชื่นใจในการพักผ่อน เพราะเธอเม่จะเป็นสถานที่อาบน้ำรวมไม่แยกชายหญิง จึงทำให้บางครั้งก็มีโสเภณีแอบเข้ามาขายบริการในโรงอาบน้ำแห่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตามบันทึกระบุว่า สถานอาบน้ำบางแห่งก็มีภาพรวมดีกว่าซ่องเพียงนิดเดียว ซึ่งบางแห่งก็หนาแน่นไปด้วยความกาม ที่ลูกค้าเข้ามาเปลือยกายรวมแล้วมีเซ็กส์หมู่อยู่ในห้องอบไอน้ำเพียงเท่านั้น ทำให้เกิดปัญหาการมีชู้ และเปลี่ยนคู่นอน ซึ่งขัดแย้งกับศีลธรรมสังคมที่โรมระบุไว้มาอย่างยาวนาน และอีกหนึ่งปัญหาคือของมึนเมา ที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นอะไรที่เข้าใจยากและต้องยอมรับ เนื่องจากความร้อนในห้องอบ กับความร้อนจากการออกกำลัง ทำให้คนกระหาย และชาวโรมก็หนีไม่พ้นการระงับคอแห้งด้วยไวน์สักเหยือกกำลังดี แต่สุดท้ายดันเมา นำพาไปสู่การทะเลาะ และปัญหาตามมามากมาย ที่อาบน้ำสาธารณะนับเป็นงานชิ้นเอกอย่างหนึ่งของชาวโรมันทั้งความสวยงามในการก่อสร้าง ความสำเร็จด้านวิศวกรรม คนโรมันรักการอาบน้ำ และยอมรับมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตขนาดที่มีคำกล่าวว่า “อาบน้ำ ไวน์ และผู้หญิง มักชักพาไปในทางชั่วเสมอ แต่มันก็ทำให้ชีวิตเป็นชีวิต” Fact - โสเภณีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในยุคกรีกโบราณคือ โอเลทริดิส (Auletrides) ที่มีทักษะมากกว่าการขายบริการทางเพศ เพราะก่อนที่จะร่วมหลับนอนเธอยังสามารถแสดงสิ่งตื่นเต้นต่าง ๆ ให้แขกดูได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การโยนของสลับมือ การฟันดาบ การเล่นกายกรรม หรือการเต้นรำ จึงทำให้บ่อยครั้งเธอถูกเชิญไปงานเลี้ยงส่วนตัวของผู้ที่ซื้อตัวเธอไป และเธอยังเป็นที่รักของเด็ก ๆ ทุกคนอีกด้วย อ่านต่อ - ความโหดร้าย ที่เหล่า “กลาดิเอเตอร์” ต้องพบเจอใน “โคลอสเซียม”

สุนัขจิ้งจอก อาจกลายเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดใหม่ของมนุษย์ หลัง 60 ปี ความดุร้ายลดน้อยลง

  ถึงแม้ว่าสุนัขจิ้งจอก จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่มีความดุร้าย แต่สัตว์ชนิดนี้ก็เป็นบรรพบุรุษต้นสายของสุนัขบ้านอีกหลายสายพันธุ์ และเมื่อย้อนดูไปในอดีต พบว่า มนุษย์ได้เลี้ยงสุนัขจิ้งจอกเพื่อใช้ในการล่าสัตว์เป็นเวลานานกว่าหลายหมื่นปีมาแล้ว จึงทำให้นักพันธุศาสตร์ชาวรัสเซีย Lyudmila Trut ตัดสินใจเลี้ยงสุนัขจิ้งจอกกลุ่มหนึ่งให้เชื่อง โดยใช้เวลากว่า 60 ปี เพื่อปรับปรุงสายพันธุ์ให้มนุษย์สามารถเลี้ยงพวกมันให้กลายเป็น "สุนัขจิ้งจอกบ้าน" ได้ เธอเริ่มทำการวิจัยในปี 1959 โดยตัดสินใจย้ายที่อยู่ไปยัง ไซบีเรีย เพื่อที่จะได้พบกับ สุนัขจิ้งจอกเงิน (Silver Fox) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความดุร้ายน้อยที่สุด เพราะพวกมันมักไม่ทำร้ายมนุษย์แต่มักจะแอบไปกินไก่ของชาวบ้านอยู่เสมอ โดยเธอใช้วิธีที่มีชื่อว่า "Domesticating" มีความหมายตรงตัวว่า "ทำให้เชื่อง" คือการดึงคุณสมบัติของสัตว์ที่มนุษย์ต้องการมากที่สุด เช่น มนุษย์เลี้ยงม้าไว้สำหรับเดินทาง มนุษย์เลี้ยงวัวไว้สำหรับน้ำนม มนุษย์เลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อน และเธอจึงเลี้ยงสุนัขจิ้งจอกไว้เป็นเพื่อน เช่นกัน     โดยทุก ๆ ปี เธอและทีมวิจัย จะทำการคัดเลือกพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์สุนัขจิ้งจอกจำนวน 100 ตัว โดยการประเมินความนิ่ง หากตัวไหนนิ่งที่สุดก็จะผ่านเข้ารอบให้ไปอาศัยอยู่ในสถาบันวิจัย และเมื่อทำการคัดเลือกเสร็จแล้ว ก็จะนำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่ดุร้ายน้อยที่สุด มาผสมพันธุ์กัน เพื่อทำให้สุนัขจิ้งจอกในรุ่นถัดไปมีความดุร้ายน้อยลง เธอและทีมวิจัยทำแบบนี้เรื่อย ๆ ทุกปี จนสุดท้ายความดุร้ายก็ลดน้อยลงจนเกือบที่จะจางหายไปในที่สุด งานวิจัยชิ้นนี้ ได้เผยสู่สายตาชาวโลกครั้งแรกเมื่อปี 2009 เพราะทางทีมวิจัยมั่นใจแล้วว่า สุนัขจิ้งจอกรุ่นที่ 13 เริ่มมีหางเป็นพวง และเริ่มเชื่องจนเกือบจะกลายเป็นหมาบ้าน 100% ทีมวิจัยได้นำตัวอ่อนของ สายพันธุ์สุนัขจิ้งจอกที่เชื่องไปฝากครรภ์ไว้ในสายพันธุ์สุนัขจิ้งจอกที่ดุร้าย เพื่อศึกษาว่า ลูกที่ออกมาจะมีนิสัยเป็นอย่างไร ? ผลปรากฏว่า ลูกสุนัขจิ้งจอกเชื่องเหมือนพ่อแม่ต้นกำเนิด จากการตรวจสอบ DNA พบว่า ความเชื่องอยู่ในระดับพันธุกรรมของลูกสุนัขจิ้งจอกแล้ว     ผลสรุปการทดลองที่ยาวนานกว่า 60 ปี - "ท้ายที่สุดจิ้งจอกใน Generation นี้ พร้อมที่จะเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับครอบครัวที่ต้องการจะดูแลพวกมัน แม้พวกมันจะมีสัญชาตญาณนักล่ามากกว่าสุนัขทั่วไป แต่ก็ไม่ดุร้ายเทียบเท่าสุนัขจิ้งจอกที่พบในป่า" ปัจจุบัน Lyudmila Trut มีอายุ 80 ปี และโครงการยังคงดำเนินต่อไป เพื่อทำการปรับปรุงสายพันธุ์และเป็นการอนุรักษ์สุนัขจิ้งจอกในไซบีเรีย Fact - สุนัขจิ้งจอกตั้งท้องนาน 2 เดือน คลอดลูกครั้งละ 4-5 ตัว มีอายุขัยประมาณ 12 ปี ชอบออกหากินในเวลากลางคืน ไม่ค่อยอยู่เป็นฝูง...

ประวัติ แบร์ กริล ผู้ก้าวผ่านความเป็นมนุษย์ไปอย่างหมดสิ้น

  แบร์ กริล (Bear Grylls) มีชื่อจริงว่า เอ็ดเวิร์ด ไมเคิล กริล (Edward Michael Grylls) เกิดเมื่อ 7 มิถุนายน 1974 ในตระกูลผู้ดีในประเทศไอร์แลนด์เหนือ ปัจจุบันอายุ 44 ปี มีลูกชาย 3 คน ความชื่นชอบในการผจญภัยมาจากการที่มีพ่อที่เคยเป็นทหารราชนาวี เวลาพ่อไปลุยป่าออกแคมป์ที่ไหนแบร์ก็จะไปด้วย ทำให้เขามีสกิลการเอาตัวรอดที่ฝังหัวมาตั้งแต่เด็กๆเลยหล่ะ กริลส์ พูดได้ 3 ภาษา อังกฤษ , สเปน และ ฝรั่งเศส คาราเต้สายดำสองสาย จบปริญญาสาขาสเปนและละตินอเมริกันศึกษา ที่เบิร์คเบ็ค มหาวิทยาลัยลอนดอน ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 2     ครอบครัวของ แบร์ กริล ย้ายมาอยู่ประเทศอังกฤษเมื่อเขาอายุ 4 ขวบ ทำให้เขาได้มีโอกาสเป็นทหารหน่วยรบพิเศษของกองทัพสหราชอาณาจักร หรือก็คือหน่วย SAS สุดโด่งดัง นั่นเอง (มีผู้สมัครกว่า 100 ราย คัดเลือกจนเหลือเพียง 6 รายเท่านั้น) แต่ประสบอุบัติเหตุจากการโดดร่มที่ประเทศแซมเบียในปี 1996 อาการบาดเจ็บสาหัสนี้ทำให้ เขาถูกปลดประจำการ และ 18 เดือนให้หลัง เขาก็สร้างชื่อเสียงให้ตนเองโดยการพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ในปี 1998 ด้วยวัย 23 ปี ก่อนที่จะมาทำรายการ Man VS Wild แบร์ยังเคยทำอะไรบ้าๆมาแล้วมากมาย เช่น เคยเอาอ่างอาบน้ำมาทำเป็นเรือแล้วเปลือยกายล่องแม่น้ำเธมส์ สร้างสถิติโลกด้วยการทานดินเนอร์บนโต๊ะอาหารที่ห้อยจากบอลลูน ที่ความสูง 7,600 เมตร ท่องภูเขาหิมาลัยด้วยพาราไกลเดอร์ ที่ความสูง 26,000 ฟุต ล่องเรือยางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติค "นี่คือช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิตผม ผมต้องให้ครอบครัวและเพื่อนพ้องคอยดูแล ร่างกายของผมค่อยๆดีขึ้น ณ ตอนนั้น ผมได้เรียนรู้ว่าบางครั้งมันต้องมีอะไรแรงๆ มาเกิดขึ้นกับชีวิตคุณสักครั้ง เพื่อที่จะทำให้คุณตระหนักได้ว่าอะไรคือสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตคุณจริงๆ และ ผมออกจากโรงพยาบาลด้วยใจที่ลุกโชนอีกครั้ง" - แบร์ กริล กล่าว แล้วก็ออกไปทำอะไรข้างต้นอย่างที่เรานำเสนอไปนี่แหละ ไฟพี่แกคงลุกไปถึงดาวอังคารแน่ๆเลย     Man...