U.N. หรือ องค์การสหประชาชาติ ได้เปิดเผยรายงาน การพบหลุมฝังศพขนาดใหญ่จำนวนกว่า 200 หลุม คาดว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 12,000 ร่าง โดยบริเวณที่พบอยู่ในจังหวัด นิเนเวห์, เคียร์คุก, ซาลาฮุดดิน และ อันบาร์ พื้นที่ทั้งหมดนี้เคยถูกกลุ่มติดอาวุธ “ไอซิส” ยึดครองมาก่อน

ร่างไร้วิญญาณกว่าหมื่นร่างทั้งหมด คือพวกที่ไม่เห็นด้วยกับการถูกไอซิสปกครองแบบป่าเถื่อน ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2014 ก่อนที่ไอซิสจะถูกกองทัพพันธมิตรอิรัก ที่นำโดยสหรัฐและนานาชาติเข้าปราบปรามจนพ่ายแพ้และถอยร่นออกไปในปี 2017 ไม่เช่นนั้นเราคงได้พบหลุมศพมากกว่านี้ แน่นอน

แม้จะไม่สามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้ทั้งหมด แต่นี่ก็เป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มไอซิสมีส่วนในการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

อัพเดตล่าสุด ขณะนี้พบหลุมศพแล้วกว่า 202 หลุม ผู้เสียชีวิตมีทั้ง ผู้หญิง เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ชาวต่างประเทศ และทหารฝ่ายพันธมิตรอิรัก

ปัจจุบันตัวเลขสมาชิก ไอซิส มีจำนวนไม่แน่ชัด แต่ข้อมูลล่าสุดเมื่อปี 2017 จากบีบีซี ระบุว่า บรรดาผู้สนับสนุนที่เป็นคนต่างชาติ ทยอยเดินทางออกจากอิรักและซีเรีย มุ่งหน้ากลับบ้านเกิดของตนเอง อย่างน้อย 5,600 คนแล้ว ทั้งที่เดิมคาดว่ามีนักรบต่างชาติเข้าร่วมกับไอซิสทั้งสิ้นราว 30,000 คน จึงทำให้เกิดคำถามว่า “ไอซิส ใกล้จบเห่ หรือ กำลังรอวันคืนชีพกันแน่ ?” อันนี้ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ

อ่านต่อ – ทหาร SAS ปะทะไอซิสจนกระสุนหมด-บุกเดี่ยวฟันหัวขาด-ขโมยปืนและระเบิดฆ่าจนหน่วยชนะ

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน