จุดกำเนิดของ “สูตรโกงเกม” แท้จริงแล้วสร้างขึ้นเพื่อทดสอบระบบเกมแต่ลืมเอาออก!

Manic Miner ถือว่าเป็นเกมในยุคบุกเบิกของสูตรโกงเกมเลยก็ว่าได้ ในตอนแรกนั้นสูตรโกงเกมก็เป็นแค่ตัวที่ช่วยในการทดสอบเกมต่างๆ ในช่วงก่อนวางขายเพื่อที่จะทดสอบอย่างบอสเวลาตายนั้นดรอปไอเท็มตามที่ตั้งไว้มั้ย เพื่อช่วยลดเวลาในการสู้กับบอสเพื่อทดสอบซึ่งถ้าไม่มีสูตรพวกนี้กว่าจะทดสอบเกมเสร็จก็กินเวลาไปนานแน่ๆ (กว่าจะเดินมาถึงบอสกว่าจะสู้เพื่อทดสอบเกมๆนึงนี่ ถ้าไม่มีสูตรก็เสียเวลาไปไม่น้อยเลยหละครับไหนจะแก้ไขอีก)

 

 

การโกงเกมในสมัยก่อนนั้นก็ไม่ใช่การกดสูตร แต่ต้องทำถึงขนาดว่าต้องเข้าไปแก้ไขในหน่วยความทรงจำของเครื่องกันเลยทีเดียวด้วยวิธีการ POKE ซึ่งก็มาจากคำว่า PEEK ที่การเข้าไปอ่านข้อมูลในหน่วยความทรงจำของภาษาโปรแกรม BASIC แล้วก็เข้าไปแก้ไขค่าต่างๆ ก่อนจะเปิดเกมนั่นเอง

 

 

ทีนี้พอในช่วงยุคต่อมา ก็ได้เกิดเหตุการณ์อย่างเช่นใส่สูตรโกงทดสอบเกมแล้วลืมเอาออกบ้าง เช่นในเกมยานยิงในตำนานอย่าง Gladius ที่เป็นที่มาของสูตร ขึ้นลง B A ที่เรารู้จักกันดี (แน่นอน Contra 30 ตัวต้องมีคนเคยใช้บ้างแหละ) ซึ่งได้รับความนิยมมาก เพราะเป็นช่วยให้คนที่เล่นไม่เก่งหรืออยากเล่นสบายๆนั่นเอง ทำให้ค่ายต่างๆ ก็เริ่มผลักดันสูตรโกงต่างๆ ให้เป็นจุดขายส่วนหนึ่งของเกมมากขึ้นซึ่งก็เรียกได้ว่าสูตรโกงเหล่านี้นั้นก็เป็นสีสันให้กับเกมสมัยก่อนไม่ใช่น้อย

 

แน่นอนว่า Mortal Kombat นั้นเป็นเกมต่อสู้ที่รุนแรงโหดพอตัวซึ่งมันก็คงไม่เหมาะกับครอบครัวที่มีพ่อแม่ลูกนั่งเล่นเกมกัน เพื่อที่จะเพิ่มยอดขายทำให้ ท่าปิดฉากและเลือดในเวอชั่น Super Famicom ในแถบอเมริกาเหนือนั้นถูกปรับให้รุนแรงน้อยลง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับบทความสูตรโกงนี้หนะหรอครับ ก็ผู้ผลิตเกมก็คงไม่อยากเสียลูกค้าวัยรุ่นที่คิดแยกแยะอะไรได้แล้วเขาก็เลยทำสูตรที่ปลดล็อคท่าปลิดฉากสุดโหดรวมถึกเลือดแบบไม่เซ็นเซอร์ในเวอชั่นที่ทำลง Sega Genesis ซะเลย

 

 

หลังจากผ่านยุคทองของเกม Single-player การมาของ Internet นั้นก็ทำให้เกมออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้นแบบสุดๆ ทำให้มีเกมออนไลน์ชื่อดังเกิดขึ้นมามากมายอย่าง Counter-Strike,Ragnarok เป็นต้นซึ่งสูตรโกงเกมมันก็ได้วิวัฒนาการเป็นโปรแกรมโกงเกมไปด้วยหนะสิครับไม่ว่าจะเป็น Aimbot เล็งล็อคหัว Wallhack มองทะลุกำแพง หรือจะเป็น Bot ฟาร์มมอนทั้งวันทั้งคืน ผู้ผลิตเกมในปัจจุบันจึงต้องปวดหัวและสู้กับเหล่าโปรแกรมโกงต่อไปนั่นเอง

ที่มา: looper

เผยความลับสุดเจ๋งที่ทำให้ “มด ไม่มีวันเดินหลงทาง” แม้จะหยิบมันออกไปไว้ที่อื่น

หลายคนเคยสงสัยมั๊ยว่า ทำไมมดตัวเล็กๆที่เราเห็นกันอยู่ทุกวัน สามารถยกของหนักได้มากกว่ารูปร่างตัวเองถึง 10 เท่า แถมพวกมันยังสามารถบังคับทิศทางให้มีความเป็นระเบียบเสมือนอยู่ในแถวได้อย่างดีอีกต่างหาก มาดูกันว่ามันทำได้ยังไง

 

 

มด เป็นสัตว์ที่เราอาจจะคิดว่าเป็นเพียงแค่แมลงตัวเล็กเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว มดเป็นสิ่งที่น่าศึกษาเป็นอย่างมาก และยังหาคำตอบจากมันได้ไม่มีวันสิ้นสุด เนื่องจากมดเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีข้อและความแข็งแรงของง่ามขา สูงมาก รวมถึงกรามของมันที่พร้อมจะขบกัดและปล่อยพิษออกมาให้เราแสบๆคันๆอีกด้วย มันจึงมีความแข็งแรง และสามารถยกของได้มากกว่าตัวเองเป็นไหนๆ

 

 

แถมมดยังใช้ตำแหน่งของดวงอาทิตย์ผ่านหนวดของมัน เพื่อสังเกตถึงทิศทางและสถานที่ๆมันอยู่ ทำให้มันมีปริสิทธิภาพในการเก็บข้อมูลและหาตำแหน่งของตัวเองได้ง่ายๆ พวกมันจึงอาศัยทิศทางของแสงแดดหรือแสงไฟ เป็นตัวช่วยในการเดินไปตามทางให้เป็นระเบียบ และนำอาหารกลับสู่รังของมันนั่นเอง

 

นอกจากนั้นแล้ว มดยังใช้หนวดเป็นสื่อนำในการสื่อสารและถ่ายโอนข้อมูลกันไปมา อีกทั้งยังใช้หนวดนี้สังเกตท้องฟ้า เพื่อรักษาทิศทางในการกลับบ้านของมัน หากเราลองนำมดที่กำลังนำอาหารกลับบ้าน โดยหยิบมันไปอยู่อีกที่หนึ่ง มันจะวางอาหารและสังเกตมองท้องฟ้าหรือดวงอาทิตย์ เพื่อใช้ในการสังเกตทิศทาง จากนั้นมันก็จะนำอาหารกลับไปยังทางที่มันมั่นใจแล้วว่าไปถึงบ้านแน่นอน นับว่าเป็นสัตว์หรือแมลงที่น่าอัศจรรย์อีกแบบหนึ่งที่เรายังต้องใช้เวลาศึกษาถึงพวกมันอีกมาก และอาจเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ในอนาคตก็เป็นได้

ที่มา: sciencedailyvariety.com

ปิดตำนานนักเขียนมหาสนุก! หมู นินจา ประกาศเลิกเขียนการ์ตูนแล้ว!

เป็นเรื่องที่รู้ๆกันว่า ถ้าให้พูดถึงวงการหนังสือการ์ตูนไทยที่อยู่คู่บ้านเมืองเรามาตั้งแต่เด็กๆ เห็นทีเราจะไม่สามารถลืมเลือนหนังสือการ์ตูนดีๆอย่าง ขายหัวเราะ หรือ มหาสนุกได้อย่างแน่นอน เพราะมันเป็นหนังสือที่สอดแทรกมุกมากมายและแก๊กที่สัญหามาเล่าได้อย่างสนุกสนานสมชื่อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การเวลาก็เริ่มทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป เพราะในที่สุด ข่าวเศร้าก็เกิดขึ้น นั่นเพราะนักเขียนการ์ตูนระดับตำนานท่านหนึ่งได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า จะหยุดเขียนการ์ตูน นั่นก็คือ พี่หมู หรือ หมู นินจา นั่นเอง

หมู นินจา เป็นบุคคลท่านหนึ่งที่สร้างสรรค์แนวการ์ตูนที่ไม่เหมือนใคร มีสไตล์เป็นของตัวเอง และสามารถหยิบยกเรื่องราววรรณคดีของจีนอย่าง สามก๊ก มาเล่าถ่ายทอดให้เข้าใจได้ง่ายๆอีกด้วย แถมความสนุกก็ยังคงความครบรสได้อย่างดี ไม่เสื่อมคลาย แต่ทว่า กาลเวลาก็ย่อมทำให้ร่างกายของนักเขียนเสื่อมลง พี่หมูป่วยเป็นโรคเบาหวานจนมีอาการแทรกซ้อน ทำให้ดวงตามองไม่เห็น แถมยังมีภาวะปอดติดเชื้ออีกด้วย นั่นจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้พี่หมู ต้องวางมือจากการเขียนการ์ตูนไปตลอดกาล และประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะเลิกเขียนการ์ตูน เพื่อรักษาโรคให้หาย

ทั้งนี้ เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป ผู้คนก็ตามเศร้าและร่วมให้กำลังใจพี่ หมูนินจา กันอย่างคับคั่ง แถมยังคิดถึงการ์ตูนและฝีมือการวาดรูปของเขา ซึ่งถ้าหากใครที่มีอายุเกิน 20 ไปแล้ว จะรับรู้เป็นอย่างดี เพราะเด็กในสมัยนั้นล้วนผ่านการอ่านการ์ตูนหรือ  Animation สามก๊กของพี่หมูมาแล้วทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม เราก็ขอให้พี่หมูหายดี และสุขภาพแข็งแรง กลับมาสร้างผลงานเล็กๆน้อยๆให้แฟนๆได้ติดตามกันต่อไปด้วยนะครับ

ขอขอบคุณเครดิตข้อมูลจาก facebook.com/kaihuaror/