จากไปอีกหนึ่ง! นักเขียนระดับตำนานของญี่ปุ่น อาจารย์จิโร่ ทานิงูจิ เสียแล้ว!

ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของนักเขียนการ์ตูนชื่อดังในญี่ปุ่น อาจารย์จิโร่ ทานิงูจิ ซึ่งได้รังสรรค์ผลงานออกมามากมาย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังในไทยมาก แต่อาจารย์ก็นับได้ว่าเป็นสุดยอดนักเขียนการ์ตูนอีกท่านหนึ่งที่มีผลงานโดดเด่นไม่แพ้นักเขียนคนอื่นๆเลย

โดยเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงไม่ค่อยได้รู้จักอาจารย์ท่านนี้ นั่นก็เป็นเพราะว่า อาจารย์ท่านได้โด่งดังในผลงานการวาดการ์ตูนเรื่อง บอตจัง โนะ จิได (ยุคสมัยของบอตจัง) ซึ่งเป็นที่แพร่หลายในช่วงปี 2523 โดยจะเป็นผลงานที่สามารถหาอ่านกันได้ในรุ่นพ่อหรือรุ่นคุณปู่เท่านั้น และถึงแม้ว่าจะหาอ่านกันได้บ้างในสมัยนั้นแล้ว แต่ยุคนั้นนับว่าเป็นช่วงวงการหนังสือไทยยังไม่เฟื่องฟูมากเท่าที่ควร จึงทำให้ผลงานของอาจารย์ จิโร่ ทานิงูจิผู้นี้ ไม่ค่อยเข้าถึงคนไทยนั่นเอง

โดยผลงานของท่านจะค่อนข้างเน้นไปในเรื่องราวความแปวกแนวและผสมผสานกับชนชาติตะวันตกซะส่วนใหญ่ อย่างเช่น บอตจัง โนะ จิได ก็เช่นกัน นอกจากนั้นก็ยังมี ฮารุคานะ มาจิเอะ แปลเป็นไทยก็คือ หมู่บ้านอันแสนไกล ซึ่งจะเป็นเรื่องราว ของชายหนุ่มซารารี่แมน (มนุษย์เงินเดือน) ที่เกิดเข้าไปพัวพันเรื่องลี้ลับจนต้องย้อนเวลากลับไปยังวัยเด็ก ส่งผลทำให้เขาได้รับโอกาสเรียนรู้ในเรื่องต่างๆอีกมากมาย นับว่าเป็นผลงานสะท้อนสังคมและวัยในช่วงนั้นอย่างแท้จริง

ผลงานของท่านถึงจะไม่ได้เข้าถึงในประเทศไทยบ้านเรามาก แต่สำหรับในโซนยุโรป เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงโด่งดังสุดๆ โดยในปี 2554 รัฐบาลฝรั่งเศสได้มีการมอบเหรียญรางวัลอิสริยาภรณ์ขั้นสูงสุดด้านวรรณกรรมและศิลปะให้อาจารย์เนื่องจากลายเส้นมังงะของอาจารย์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและดูคล้ายกับคอมมิกส์ตะวันตกอีกด้วย แถมยังได้รับขนานนามว่าเป็นนักวาดอีกคนที่สามารถวาดเส้นโค้งได้สวยงามและธรรมชาติมากที่สุดคนหนึ่งเลยทีเดียว

อาจารย์จิโร่ ทานิงูจิ จากไปในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ด้วยอายุรวมทั้งหมด 69 ปี สาเหตุจากอาการป่วยเรื้อรังที่กลืนกินชีวิตท่านมานานแล้ว ซึ่งท่านก็ได้จากไปอย่างสงบเสียที

ขอขอบคุณเครดิตข้อมูลและรูปภาพจาก j-channel.jp/  khaosod

สำเร็จแล้ว! NASA สร้างแผงวงจรที่แกร่งสุดๆ เพื่อใช้บนดาวที่ร้อนที่สุดอย่างดาวศุกร์

แม้ว่าดาวพุธจะอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าใคร แต่ดาวเคราะห์ที่ร้อนแรงที่สุดในระบบสุริยะกลับเป็นดาวศุกร์ ด้วยบรรยากาศของดาวศุกร์ ที่ประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 97% ไนโตรเจน 3.5% ซัลเฟอร์ไดออกไซด์และ อาร์กอน 0.5% มีชั้นเมฆคาร์บอนไดออกไซด์ที่หนาทึบมาก ปกคลุมดาวศุกร์ทั้งดวงทำให้เกิดสภาวะเรือนกระจก อุณหภูมิบนดาวศุกร์สูงมาก ประมาณ 500 องศาเซลเซียส ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน

 

 

ทำให้ยานอวกาศที่ไปสำรวจดาวศุกร์ก็ไม่สามารถถ่ายภาพพื้นผิว โดยตรงได้ ต้องอาศัยคลื่นเรดาห์ผ่านทะลุชั้นเมฆแล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ยิ่งถ้าจะให้ลงไปสำรวจบนนั้น ยิ่งเป็นไปได้เลย เพราะนอกจากอุณภูมิจะสูงสุดๆแล้ว การที่มีคาร์บอนไดออกไซด์หนาแน่นในอากาศ ทำให้แรงดันอากาศของดาวศุกร์มากกว่าบนโลกถึง 90 เท่า การลงไปสำรวจพื้นผิวของดาวศุกร์ในอดีตจึงเป็นเรื่องที่ยากมากๆ เนื่องจากความร้อนและแรงดันอากาศจะทำลายเครื่องมือไฟฟ้าของเราไปเสียก่อน

 

แต่ตอนนี้ Glen Research Center ของ NASA สามารถสร้างสารกึ่งตัวนำจาก silicon carbine ซึ่งใช้ในแผงวงจรให้มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายของดาวศุกร์ได้สำเร็จ โดยในการทดลอง นักวิจัยได้นำเอาชิปดังกล่าวไปอยู่ในสภาพแวดล้อมจำลองแบบเดียวกับดาวศุกร์โดยไม่มีการใส่เครื่องป้องกันหรือระบบหล่อเย็นใดๆ ปรากฏว่ามันสามารถใช้งานได้นานถึง 521 ชั่วโมง ซึ่งทนทานกว่า 100 เท่า เมื่อเทียบกับเครื่องมือไฟฟ้าใดๆ ที่เคยออกแบบมาเพื่อใช้ในการสำรวจดาวศุกร์

 


และแม้ว่าวัตถุประสงค์ของมันจะออกแบบมาเพื่อวางแผนการสำรวจดาวศุกร์ แต่มันก็ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเครื่องมืออื่นๆ ในทุกที่บนโลกของเราได้สบายๆเลย
ที่มา: futurism ,th.wikipedia