นักวิจัยชี้ วัว มีส่วนสำคัญต่อภาวะโลกร้อน จากการปล่อยก๊าซมีเทนปริมาณมหาศาลออกมา

ปกติแล้วเมื่อพูดถึงสาเหตุของภาวะโลกร้อน คนทั่วไปมักจะนึกถึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นอันดับแรก เพราะมันเป็นตัวการที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีแก๊สอื่นๆ อีกหลายชนิดมีถือว่ามีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อนเช่นกัน และหนึ่งในนั้นใครจะเชื่อว่า “วัว” จะเป็นตัวการสำคัญด้วยเช่นกัน

 

 

ปัจจุบันมีวัวอยู่ทั่วโลกราว 1,300 – 1,500 ล้านตัว นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า วัวแต่ละตัวจะปล่อยก๊าซมีเทนออกมาราว 120 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งปริมาณดังกล่าวอาจส่งผลเสียต่อชั้นบรรยากาศโลกมากกว่าผลกระทบจากก๊าสคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 23 เท่า และสามารถคงอยู่ในชั้นบรรยากาศได้นานราว 10 – 15 ปี โดยตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ที่ Autonomous University ของเม็กซิโก กำลังพยายามวัดปริมาณก๊าซมีเทนที่วัวแต่ละตัวปล่อยออกว่ามีส่วนต่อภาวะโลกร้อนมากน้อยแค่ไหน โดยใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ

 

สเตฟานนี่ เฮอร์นานเดซ ผู้ช่วยนักวิจัย กล่าวว่า 95% ของก๊าซมีเทนที่วัวปล่อยออกมานั้น มาจากการหายใจ ดังนั้นนักวิจัยจึงใช้วิธีวัดปริมาณลมหายใจของวัวเพื่อคำนวณปริมาณมลพิษดังกล่าว พร้อมทั้งหาวิธีลดปริมาณก๊าซมีเทนที่วัวเหล่านั้นปล่อยออกมา วิธีที่นักวิจัยนำมาใช้คือการปรับเปลี่ยนอาหารที่วัวกิน เพื่อให้มีก๊าสน้อยลง ซึ่งมีหลายประเทศที่นำวิธีนี้มาใช้แล้ว โดยนักวิจัยค้นพบว่าพืช 2 ชนิดที่สามารถพบได้ทั่วไปในเม็กซิโก คือ “ใบกระถิน” และ “ดอกคอสมอส หรือดอกดาวกระจาย” สามารถนำมาผลิตเป็นอาหารวัว โดยมีราคาไม่แพง และไม่มีผลข้างเคียงต่อคุณภาพน้ำนมและเนื้อวัวเพื่อลดปริมาณก๊าซมีเทนลง

ที่มา: voanews