Dr.Ian Pearson (ด็อกเตอร์เอียน แพร์สัน) นักอนาคตศาสตร์ – Futurologist ระดับแนวหน้าของโลก ที่มักคาดคะเนสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้แม่นยำมากกว่า 85% ของทั้งหมดที่เขาคาดคะเนแบบออกสื่อมา โดยบทความนี้เขาได้คาดคะเนว่า “ด้วยพัฒนาการของเทคโนโลยีเชื่อได้ว่าคนที่มีชีวิตอยู่จนถึงปี 2050 อาจมีชีวิตที่เป็นอมตะ”

 

 

“เทคโนโลยีหลายอย่างที่จะทำให้เรื่องนี้เป็นจริงขึ้นมาได้ ซึ่งรวมถึงพันธุวิศวกรรมที่จะช่วยคืนความเป็นหนุ่มสาวให้กับเซลล์ในร่างกายและไบโอเทคโนโลยีที่จะช่วยสร้างอวัยวะใหม่ขึ้นมาทดแทนอวัยวะที่เสื่อมสภาพไป

ชีวิตที่ไม่มีวันตายอาจไม่ได้หมายถึงการยึดติดกับร่างกายเดิม ถ้าอุปสรรคของชีวิตอมตะคือร่างกายที่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ต่อไปอาจมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถอัปโหลดจิตสำนึกไปเก็บไว้ใน Clound จากนั้นก็ดาวน์โหลดใส่แอนดรอยด์หรือหุ่นยนต์เหมือนคนแบบไหนที่ไหนก็ได้ทั่วโลก หมายความว่าแม้สังขารจะร่วงโรยไปแต่จิตสำนึกของเราจะยังคงอยู่ตลอดไป ถึงตอนนั้นคุณอาจเลือกหุ่นยนต์ที่ดูอายุเท่าไหร่ก็ได้ เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้

เทคโนโลยีทั้งหลายทั้งปวงเพื่อชีวิตที่เป็นอมตะนี้เกิดได้ภายในปี 30 ปี คนที่ตอนนี้ยังอายุไม่ถึง 40 คุณได้รับโอกาสนั้นแน่นอน” ในช่วงแรกค่าใช้จ่ายจะต้องสูงมากแน่ ๆ ซึ่งจะมีเพียงมหาเศรษฐีเท่านั้นที่เอื้อมถึง แต่ให้หลังประมาณ 10 ปี ชนชั้นกลางทั่วไปก็น่าจะเข้าถึงได้” – Dr.Ian Pearson

 

ผลงานอื่นๆ

การเซลฟี่จะกลายเป็นปรากฏการณ์ทางเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง และเป็นแหล่งความคิดสำคัญที่อุตสาหกรรมต่างๆ จะหยิบเอาไปใช้งาน เชื่อว่าภายใน 2-3 ปีนี้ เราจะได้เห็นธุรกิจต่างๆ ที่นำเอาการถ่ายเซลฟี่มาใช้ในรูปแบบที่แปลกใหม่อย่างแน่นอน ในอนาคตการใช้กล้องจากสมาร์ทโฟน จะถูกนำมาใช้ในการทำธุรกรรมออนไลน์, การช้อปปิ้งออนไลน์, การดูแลสุขภาพ (Healthcare) รวมถึงเรื่อง การออกเดทด้วย

 

 

ภายในปี 2045 เราอาจได้ใช้ชีวิตแบบหนัง The Matrix เพราะ เทคโนโลยีการเชื่อมโยงเส้นประสาท (Neural Lace) จะมีความก้าวล้ำจนทำให้สามารถเชื่อมต่อสมองเข้ากับคอมพิวเตอร์และใช้ชีวิตอยู่ในโลกจำลองนั้นได้

ภายในปี ค.ศ.2050 มนุษย์จะเลือกมีเซ็กส์กับ หุ่นยนต์ มากกว่ามนุษย์ด้วยกัน มนุษย์จะเลือกใช้อุปกรณ์เทียมหุ่นยนต์ ในการบำบัดความไคร่ให้ตัวเองมากขึ้น อีกทั้งยังเลือกที่จะมีเซ็กส์เสมือนจริง หรือเซ็กส์ออนไลน์มากขึ้น แม้จะมีคนที่รู้สึกฝืนๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ไม่นานทุกคนก็จะมองว่ามันเป็นเรื่องปกติ เพราะวิวัฒนาการ การผลิตหุ่นยนต์ จะดีขึ้น เสมือนมนุษย์มากขึ้น ทั้งรูปลักษณ์ การเคลื่อนไหว นิสัยและความรู้สึก

Source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน