เครื่องพิมพ์ชีวภาพ สามมิติ (bioprinter 3D) มีหลักการทำงานที่เข้าใจง่ายๆคือ “หมึก” ที่เครื่องพิมพ์ชนิดนี้จะใช้นั้น จะใช้เป็น “เซลล์ของมนุษย์” โดยจะต้องใช้เซลล์จากผู้ป่วยเองเท่านั้นเพื่อไม่ให้ร่างกายปฏิเสธอวัยวะชิ้นใหม่ จะกลายเป็น “หมึกชีวภาพ : Bio-Ink” จากนั้นเครื่องจะทำงานโดยการฉีดเซลล์เป็นชั้นๆ เพื่อเริ่มสร้างโครงสร้างและเนื้อเยื่อของอวัยวะให้ออกมาเป็นรูปแบบ 3D ที่สามารถจับต้องได้

ซึ่งความจริงแล้ว เทคโนโลยีนี้ ถูกคิดค้นขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2011 แล้ว แต่ในขณะนั้นยังเป็นเพียงไอเดียและโมเดลจำลองเท่านั้น พึ่งจะมาประสบความสำเร็จจริงๆเมื่อ 2-3 ปีก่อน อย่างเช่น

  • เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2018 นักวิจัยอังกฤษสามารถพิมพ์ “กระจกตา” จากน้ำหมึกชีวภาพ สำเร็จใช้งานได้จริงเป็นครั้งแรกของโลก แก้ปัญหากระจกตาบวม กระจกตาเสื่อม กระจกตาขุ่น ที่การบริจาคดวงตานั้นไม่เพียงพอ
  • เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2018 แอนโทนี แอทาลา ผอ.สถาบันเวชศาสตร์ฟื้นฟู สามารถพิมพ์ “ใบหู” ขึ้นมาได้สำเร็จ แต่ยังไม่มีการทดลองผ่าตัดใช้กับคนจริงๆ โดยใช้เวลาในการพิมพ์นานกว่า 6 เดือน
  • กรกฏาคม 2014 นักวิจัยอเมริกาสามารถพิมพ์ “หลอดเลือดหัวใจ” จากการใช้ไฮโดรเจลผสมกับเซลล์ สำเร็จใช้งานจริงได้
  • ในปี 2015 บริษัท L’oreal สามารถพิมพ์ “ผิวหนังมนุษย์” ขึ้นมาได้สำเร็จ เพื่อใช้ในการทดลองครีมใหม่ๆ ซึ่งดีมากๆ เพราะเมื่อก่อนต้องใช้คนจริงเป็นอาสาสมัคร

ก้าวต่อไปของเทคโนโลยีนี้คือ การพิมพ์กล้ามเนื้อหัวใจที่ใช้งานได้จริง ซึ่งนับว่าหัวใจเป็นอวัยวะที่มีการซับซ้อนมากที่สุด (แต่ไม่ซับซ้อนเท่าสมองนะ) โดยตอนนี้สตาร์ทอัพทั่วโลกกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดในธุรกิจนี้ เพราะคิดดูสิว่า หากบริษัทไหนทำได้ก่อน เงินจะไหลเข้าหาพวกเขามหาศาลขนาดไหน การพิมพ์หัวใจขึ้นมาใช้ซ้ำได้อย่างไม่จำกัด ก็นับว่าเป็นการโกงความตายอีกรูปแบบหนึ่งเหมือนกัน… เพราะแน่นอนว่าทุกคนอยากขึ้นสวรรค์ แต่ไม่มีใครอยากตาย

Fact – จากที่เช็คราคาดูล่าสุดพบว่า เครื่องพิมพ์ชีวภาพ 3D เครื่องหนึ่งราคาจะตกอยู่ที่ 5.5 ล้านบาท ซึ่งก็ไม่แพงนักเมื่อเทียบกับผลที่ได้ ยิ่งทำให้ผมมั่นใจเข้าไปอีกว่า มนุษย์เข้าใกล้คำว่าอมตะเพิ่มขึ้นอีกก้าวแล้ว

เรื่องนี้สอดคล้องกับ – นักอนาคตศาสตร์เชื่อ – เทคโนโลยีจะช่วยให้คนที่เกิดหลังปี 1970 มีชีวิต “อมตะ”

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน