แม้เขาจะเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา แต่ด้วยโอกาสและความเก่งกาจในเรื่องของการรบ ทำให้ชื่อของชายผู้นี้ถูกจารึกว่าเป็นวีรบุรุษในตำนานอีกคนหนึ่งที่เก่งกาจดุจเทพเจ้า โดยความสามารถที่เหนือกว่าคนทั่วไปนี่เอง ที่ทำให้เขาสามารถพิชิตกรุงพรอยได้สำเร็จ แม้จะต้องเสียชีวิตในสงครามครั้งนี้ก็ตาม

อคิลลีส (Achilles) เป็นบุตรของท้าวพีลูส กษัตริย์ชาวเมอร์มิดอน กับนางอัปสรธีทิส แต่เดิมนั้น แม่ของอคิลลิสเป็นที่หมายปองของเหล่าเทพโดยเฉพาะเทพจอมเจ้าชู้อย่าง ซูสและโพไซดอน แต่ภายหลังได้มีคำพยากรณ์ออกมาจากเหล่าทวยเทพว่า เด็กคนนี้จะเกิดมายิ่งใหญ่และมีความสามารถเทียบเท่าเทพ ซูสและโพไซดอน จึงตัดสินใจไม่ยุ่งเกี่ยวกับนางอัปสรธีทิส นางจึงได้แต่งงานกับท้าวพีลูส จนอคิลลีสได้เกิดขึ้นมานั่นเอง

และจากที่อคิลลีส มีพ่อเป็นกษัตริย์ และต้องการปฏิบัติตามคำทำนาย นางอัปสรธีทิสผู้เป็นแม่จึงได้นำตัวเด็กน้อยอคิลลีส ไปจุ่มลงในแม่น้ำสติกส์เพื่อให้เป็นคงกระพัน ร่างกายของอคิลลีสจึงแข็งแกร่งไม่มีอาวุธใดทำอันตรายได้ แต่สิ่งที่พระนางลืมจุ่มลงไปด้วยคือข้อเท้าของลูกชายตัวเอง (จนนี่กลายเป็นจุดอ่อนเพียงจุดเดียวของเขา)

อคิลลีสได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดแห่งนักรบ เป็นผู้ที่มีฝีมือการต่อสู้ฉกาจฉกรรจ์มาก ทุกครั้งที่เขาตวัดดาบจะต้องมีคนตาย และไม่ว่าคู่ต่อสู้ของเขาจะตัวใหญ่ แรงเยอะกว่ามากแค่ไหน ก็จะต้องเสียท่าให้กับคมดาบของเขาทั้งสิ้น ดั่งเรื่องเล่าสั้นๆในประวัติของเขา

 

 

เด็กน้อย: ท่านอคีลิส พระราชาให้ข้ามาตามท่านไปประลองกับนักรบของกองทัพศัตรู ข้าเห็นนักรบท่านนั้นตัวใหญ่อย่างกับยักษ์ ถ้าเป็นข้า ข้าคงไม่กล้าสู้เป็นแน่
อคีลิส: เพราะเหตุนี้ จึงไม่มีใครจำชื่อของเจ้าได้

อคีลิสปลิดชีพนักรบผู้นั้นได้ในดาบเดียว ช่วยรักษาชีวิตทหารไว้ได้นับ 10,000 นาย

ความเก่งกาจของอคิลลิส สะสมนานปีขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง แม่ทัพกรีกอกาเมมนอน ได้รวบรวมพลเพื่อยกไปตีเมืองทรอย จึงได้เชิญอคิลลีสไปร่วมรบด้วย สาเหตุการยกทัพไปบุกทรอยในครั้งนี้คาดว่าน่าจะเกิดจาก เจ้าชายแห่งกรุงทรอยดันทะลึ่งไปชิงเอาเมียคนสวยของ เมเนเลอัส(น้องของแม้ทัพอกาเมมนอน) ตัวพี่ชายเลยใช้เป็นเหตุอ้างเข้าตีกรุงทรอยโดยหวังผลทางการเมืองเป็นสำคัญ

 

 

และสงครามนี้ก็ได้สร้างชื่อให้กับอคิลลิสเป็นอย่างมาก เพราะเขาสามารถสังหาร เจ้าชายเฮกเตอร์แห่งทรอยได้ – (เฮกเตอร์ได้รับยกย่องเป็นหนึ่งในเก้าผู้ยิ่งใหญ่) ซึ่งหลังจากที่อคิลลิสปลิดชีพเจ้าชายเฮกเตอร์ได้สำเร็จ ด้วยความโกรธแค้นที่เฮกเตอร์ได้สังหารญาติของตน อคิลลิสจึงนำร่างของเฮกเตอร์ไปผูกกับรถม้าแล้วขี่มันไปรอบเกาะ ด้วยเหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้เหล่าทหารฝั่งทรอยเกรงกลัวอคิลลิสมากขึ้น จนหมดกำลังใจที่จะต่อสู้ปกป้องบ้านเมืองไปเลย

สุดท้ายหลังจากที่ยื้อรบกันอยู่นานเป็นเวลา 10 ปี กรีกดูเหมือนจะไม่สามารถบุกกำแพงเมืองทรอยได้ จนกระทั่งกรีกได้ออกอุบายว่าตนเองยอมแพ้ แล้วได้ทิ้งม้าไม้เอาไว้เพื่อเป็นการขอโทษทรอย โดยทรอยเองก็คิดว่าพวกตนชนะสงครามจึงได้นำม้าไม้นี้เข้าไปในเมือง เพื่อเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จ แต่หารู้ไม่ว่า ม้าไม้นั้นมีทหารของกรีกแฝงตัวอยู่ด้วย ซึ่งผู้นำทีมในครั้งนี้ก็คือ อคิลลิสนั่นเอง (ตามบันทึกบอกว่าอคิลลิสเป็นคนคิดแผนนี้)

 

 

ด้วยความเมา ความง่วง และความชล่าใจ ทำให้ทหารทรอยไม่ทันตั้งตัว จนถูกทหารกรีกปลิดชีพในขณะที่หลับอยู่ บ้านเมืองถูกเผา กำแพงเมืองถูกเปิด ผู้คนต้องอพยพหนีตาย ส่วนอคิลลิสก็ต้องทำภารกิจของตนเองให้สำเร็จโดยไปชิงตัวเมียของเจ้าชายกลับมา แต่ด้วยความประมาทหรือไม่ อันนี้ก็ไม่ทราบ เพราะเจ้าชายปารีสได้ยิงธนูใส่ข้อเท้าของอคิลลิสซึ่งเป็นจุดอ่อนเพียงจุดเดียวของเขา จนถึงแก่ความตาย

จากเรื่องนี้ทำให้ ภาษาอังกฤษมีสำนวนว่า “Achilles’ heel” หมายถึง “จุดอ่อน” และชื่อเรียก “เอ็นร้อยหวาย” ในทางการแพทย์ก็ถูกเรียกว่า “Achilles Tendon” เลยทีเดียว (มีอิทธิพลมากจริงๆผู้ชายคนนี้)

 

 

และจากความเก่งกาจนี้ อเล็กซานเดอร์มหาราชก็นับถืออคิลลีสเป็นอย่างมาก โดยถือว่าพระองค์สืบเชื้อสายมาจากอคิลลีส และพระองค์ยังออกตามหาหลุมศพของอคิลลีส และโล่ห์ของอคิลลีส (Shield of Achilles) ซึ่งเป็นโลห์ที่อคิลลีสใช้สู้กับเฮกเตอร์ ก็เป็นสิ่งที่ใครต่อใครต้องการแสวงหา

ทั้งนี้ถ้าเพื่อนๆอยากรู้ว่าอคิลลิสเก่งกาจในเรื่องการรบมากแค่ไหน ผมแนะนำให้ไปดูหนังเรื่อง Troy (2004) ครับ สุดยอดมากๆ และที่สำคัญ แบรด พิตต์ ก็แสดงนำเป็นอคิลลิสด้วยนะ หล่อฝุดๆ

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน