นิทานอีสป นับว่าเป็นนิทานที่ได้รับความนิยมและเชื่อว่าเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก นอกจากจะมีเรื่องราวที่สนุกสนานแล้ว เนื้อหายังสอดแทรกข้อคิดเอาไว้มากมาย ด้วยประโยคเด็ดที่หลายคนจำได้ขึ้นใจ “นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…” แต่รู้หรือไม่ว่าสุดยอดนิทานแบบนี้มีต้นกำเนิดมากจากชายคนหนึ่งที่คุณคิดไม่ถึงเลยหล่ะ

อีสป เป็นชื่อของทาสชาวกรีกคนหนึ่ง ที่มีตัวตนอยู่จริงเมื่อ 620 – 560 ปีก่อนคริสตกาล หรือ 208 ปี ก่อนพุทธศักราช เขาอาศัยอยู่ที่เมืองซาร์ดิส บนเกาะซามอสของประเทศกรีก เกาะนี้ตั้งอยู่ที่นอกชายฝั่ง ของประเทศตุรกี อีสปเป็นคนพิการ ขี้เหร่ แต่เขามีไหวพริบและสติปัญญาที่เฉียบแหลม พร้อมกับความสามารถในการเล่านิทาน

คามาริอุส ผู้เขียนประวัติของอีสปได้พรรณนากายภาพของอีสปว่า เขามีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์จนผิดมนุษย์ ปากแบะ จมูกบี้ มีลิ้นคับปาก ผิวมืดดำ เวลาเดินหลังจะงุ้ม อีสปมักพูดเสียงอยู่ในลำคอ ไม่ค่อยมีใครได้ยินเวลาที่อีสปกล่าว หรือพูดจาปราศรัยกับใคร นอกจากนั้นชื่อ อีสป ยังแปลว่า ซาตานหรืองู จึงทำให้อีสปยิ่งดูน่าเกลียดเข้าไปอีก สันนิษฐานว่าการตั้งชื่ออาจมาจากหน้าตา รูปลักษณ์ของเขาในขณะนั้น ทาสมักถูกเรียกชื่อตามหน้าที่และบุคลิกเพื่อให้ง่ายแก่การจดจำ ผิดกับความสามารถอันน่าเหลือเชื่อของเขา

อิดมอน นายทาสที่แสนดีของอีสป เจ้านายของอีสปได้มอบหน้าที่ให้เขาเป็นครูสอนหนังสือให้กับลูกๆ เนื่องจากอิมอนรู้ว่าอีสปมีความสามารถแค่ไหน ทำให้ทุกๆครั้งที่อิดมอนต้องเดินทางเข้าเมืองไปพบเจอผู้คนเขาจะชวนอีสปไปด้วยทุกครั้ง อีสปได้มีโอกาสเล่านิทานให้ทั้งชาวบ้านและคนใหญ่คนโตได้ฟัง จนกลายเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน จากนั้นอิดมอนจึงมอบอิสระให้แก่อีสป

อีสป เริ่มออกเดินทางเล่านิทานของตนเพื่อเก็บชื่อเสียงไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง กษัตริย์เครซุส ผู้ร่ำรวยมหาศาล รู้สึกสนใจในตัวของอีสป จึงสั่งให้คนไปเชิญตัวของอีสปมาพักในวังเพื่อคอยช่วยงานในราชสำนักในตำแหน่งราชทูต กษัตริย์เครซุสได้ส่งอีสปไปยังเมืองต่างๆที่เกิดปัญหา ซึ่งอีสปจะใช้วิธีเดิมในการแก้ปัญหาทุกครั้งคือการ เล่านิทาน นั่นเอง ครั้งหนึ่งชาวเมืองเอเทนส์ ได้รวมตัวกันขับไล่ ปีซัสเตรตัส ให้ออกจากตำแหน่งเจ้าเมือง เพราะเห็นว่าปีซัสเตรตัสใช้อำนาจมากเกินไป อีสปจึงได้เล่านิทานเรื่อง กบเลือกนาย ให้ประชาชนชาวเอเธนส์ฟัง ทำให้ประชาชนเลื่อมใสการปกครองของปีซัสเตรตัสได้สำเร็จ

 

 

อวสานชีวิตของอีสป…ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ที่เมืองเดลฟิ อีสปเลือกที่จะแต่งนิทานเพื่อเล่าความจริงว่า นักการเมืองของเมืองนี้โกงกินอะไรบ้าง ทำให้อีสปถูกแก้แค้น โดยการแอบเอาขันทอง ศักดิ์สิทธิ์แห่งวิหารเทพอะพอลโลไปใส่ไว้ในกระเป๋าสัมภาระของอีสป แล้วกล่าวหาว่าเป็นขโมย ในที่สุด อีสปถูกตัดสินประหารชีวิตโดยถูกโยนลงมาจากหน้าผาสูงจนถึงแก่ความตาย ปิดฉากบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของนิทาน แต่ถึงแม้ตัวจะจากไป แต่ผลงานของอีสปจะคงอยู่กับโลกของเราไปตลอดกาล

นิทานของอีสป ใช้วิธีการแบบเล่าปากต่อปาก ไม่มีการจดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน จนในศตวรรษต่อๆ มา จึงได้มีผู้บันทึกเอาไว้ ดังจะเห็นได้จากหลักฐานบนแผ่นปาปิรัสอียิปต์โบราณ รวมถึง ฟีดรัส ทาสชาวมาซีโดเนียน ก็ได้เป็นอีกคนหนึ่งที่รวบรวมเรื่องราว นิทานอีสป เอาไว้เป็นภาษาลาติน โดยเขียนเป็นหนังสือไว้เมื่อราว 30 ปีก่อนคริสต์ศักราช ต่อมาจึงมีผู้เขียนขึ้นใหม่อีกหลายคนจนถึงพระรูปหนึ่งที่มีชื่อว่า มาซิมุล พลานูด ได้แปล นิทานอีสป จากภาษาลาตินมาเป็นภาษาอังกฤษ เมื่อ ค.ศ. 1400 โดยนับแต่นั้นมา มีการนำนิทานอีสปไปแปลเป็นภาษาต่างๆ มากถึง 250 ภาษาทั่วโลก รวมทั้งภาษาไทยของเราด้วย ด้วยเหตุนี้เองนิทานอีสปจึงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment