“เครื่องบินชนกันกลางอากาศ” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2002 ระหว่าง สายการบิน Bashkirian Airlines เครื่องบิน Tu-154M และ เครื่องบินขนส่ง Boeing 757 DHL มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 71 คน นี่คืออุบัติภัยทางอากาศครั้งร้ายแรงที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดและมีความรุนแรง มากที่สุดในประวัติศาสตร์การบิน เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นในกลางดึกของคืนวันที่ 1 กรกฎาคม

  • เครื่องบิน Tupolev Tu-154M ถูกเช่าเหมาลำเพื่อพานักเรียนไปทัศนศึกษาที่เมืองคอสตาดัวราดา (สเปน) ผู้โดยสารรวมลูกเรือ 69 ชีวิต ออกจากสนามบินในเมืองมอสโค (รัสเซีย) มุ่งหน้าไปที่สนามบินเมืองบาร์เซโลนา (สเปน)
  • ขณะที่เครื่องบินขนส่งของสายการบิน DHL เที่ยวบินที่ 611 มาพร้อมนักบิน 2 คน ทะยานขึ้นจากท่าอากาศยานเบอดาโม (อิตาลี) มีปลายทางอยู่ที่เมืองบรัสเซลส์ (เบลเยียม)

โดยปกติการจัดการจราจรทางอากาศ เครื่องบินแต่ละลำต้องห่างกันในแนวราบอย่างน้อย 5 ไมล์ทะเล (ประมาณ 8 กิโลเมตร) และระยะห่างในแนวตั้งอย่างน้อย 1,000 ฟุต เพื่อป้องกันการชนกันกลางอากาศ โดยจะมี เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ : ATC คอยควบคุมให้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

นอกจากนี้ในเครื่องบินยังมีระบบแจ้งเตือนการชนกันกลางอากาศ หรือ Traffic Collision Avoidance System : TCAS ที่ทำงานได้ด้วยตัวมันเอง ถ้าเกิดจับได้ว่ารอบๆ มีเครื่องบินลำอื่นบินอยู่อาจเกิดอุบัติเหตุได้ ก็จะแจ้งเตือนและแนะนำวิธีหลบหลีกให้กับนักบิน ว่าจะให้เพิ่มหรือลดเพดานบินยังไง แต่ความผิดพลาดก็เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ…

 

ซากของเครื่องบิน Tupolev Tu-154

 

เครื่องบินทั้งสองลำ บินมาที่ความสูงระดับเดียวกันที่ 36,000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ATC ที่ดูแลการจราจรอยู่ตอนนั้นไม่ทันได้สังเกต ว่ามีเครื่องบิน 2 ลำ บินมาที่ความสูงระดับเดียวกัน กว่าจะรู้ตัวก็มีเวลาแจ้งเตือนเพียง 45 วินาที

จึงออกคำสั่งไปที่นักบินของ Bashkirian Airlines ให้ลดระดับความสูงลง 1,000 ฟุต นักบินก็ทำตามคำสั่งโดยดี แต่ระบบแจ้งเตือนการชน (TCAS) ซึ่งแม่นยำกว่าบอกให้ Bashkirian Airlines เพิ่มระดับการบิน ซึ่งถ้านักบินทำตามเครื่อง (TCAS) เครื่องบินทั้งสองก็จะไม่ชนกันอย่างแน่นอน แต่เขาตัดสินใจเชื่อหอควบคุมมากว่า

และสาเหตุที่เครื่องบินทั้งสองมาชนกันได้ก็เป็นเพราะเครื่องบินของ DHL เลือกที่จะเชื่อเครื่อง (TCAS) จึงทำให้เครื่องบินทั้งสองลดระดับลงไปตรงกันอีกครั้ง และก็เกิดเหตุร้ายในที่สุด อากาศยานขนาดใหญ่ทั้งสองลำชนปะทะกันอย่างรุนแรงที่ความเร็วมากกว่า 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การชนเกิดขึ้นในลักษณะตัดกันที่ระดับความสูง 34,890 ฟุต แต่เรื่องร้ายยังไม่จบเพียงเท่านี้

 

ปีเตอร์ นีลเซน (ซ้าย) พ่อผู้ลงมือฆตากรรม (ขวา)

 

สองปีต่อมา หลังจากเกิดเหตุ ปีเตอร์ นีลเซน (เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้น) ถูกฆาตกรรมโดยบิดาของครอบครัวหนึ่งที่สูญเสียลูกจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น หลังจากการสืบสวนตามด้วยการตัดสินของศาล ชายคนดังกล่าวถูกคุมขังอยู่เพียงไม่กี่ปีก็ถูกปล่อยตัวออกมาเนื่องจากศาลวินิจฉัยว่าเกิดจากสภาพจิตที่ไม่ปกติ

อุบัติเหตุทางอากาศในครั้งนั้นซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียชีวิตมากถึง 71 ราย ได้กลายมาเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนในวงการบินพาณิชย์จนถึงทุกวันนี้

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน