กระแสการที่มนุษย์ถูกหุ่นยนต์แย่งงาน ยังไม่หยุดอยู่ง่ายๆ หลังจากที่ Alibaba ได้จับมือกับ Tequ Group ผู้นำด้านธุรกิจอาหารและเกษตรรายใหญ่ของจีน เพื่อทดลองใช้ AI ผ่านโปรแกรมที่เรียกว่า ET Brain มาช่วยใน “การเลี้ยงหมู” ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในการเลี้ยงหมูที่อยู่ในฟาร์มของ Tequ Group กว่า 10 ล้านตัว

ปล.ก่อนหน้านี้ Alibaba ได้นำเอา AI และ Cloud เข้าไปร่วมกับรัฐบาลมาเลเซียเพื่อทำโครงการ Smart City ช่วยจัดการและควบคุมการจราจรในเมืองมาเลเซีย

โดย AI สามารถดูแลหมูได้ดีกว่าคนก็เพราะ

– สามารถจดจำภาพลักษณ์ของหมูแต่ละตัว ด้วยการจับสังเกตร่องรอยตำหนิบนเรือนร่างของหมู และจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานต่างๆ รวมถึงพฤติกรรม ลงในฐานข้อมูล
– และยังสามารถะคัดแยกเสียงได้ด้วยว่า ถ้าในฟาร์มมีเสียงแบบนี้ หมายความว่าหมูกำลังป่วยหรือมีโรค และหากเกิดขึ้นจริง AI จะแจ้งเตือนให้ไปทำการช่วยเหลือ ทำให้เกิดการดูแลอย่างทันท่วงที และไม่ส่งผลเสียต่อหมูตัวอื่นๆ ในฟาร์ม ซึ่งคนไม่มีทางรู้ได้อย่างแน่นอน เพราะ AI มันทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

Tequ Group ยอมรับว่าเทคโนโลยีนี้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธภาพในการเพิ่มผลผลิตให้กับพวกเขาได้มากทีเดียว ซึ่งแน่นอนครับว่าพอได้ใช้แล้วก็ติดใจ และนี่แหละคือใบเบิกทางสู่ธุรกิจใหม่ของ แจ๊ค หม่า เพราะปัจจุบันมีเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูอยู่ทั่วประเทศจีนอยู่ประมาณ 40 ล้านคน และหาก แจ๊ค หม่า สามารถขายระบบนี้ให้กับรัฐบาลได้สำเร็จหล่ะก็ รวยเละอีกแน่นอนครับพี่น้อง

และด้วยที่ประเทศจีน มีประชากรอยู่ประมาณ 1,300 ล้านคน จึงทำให้ ประเทศจีนคือแหล่งส่งออกเนื้อหมูสำคัญสุดของโลก โดยสามารถสร้างผลผลิตได้ถึง 53.5 ล้านตัน ในปี 2017

Synced Review สื่อของจีนเปิดเผยว่า ได้เผยรานงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เม็ดเงินลงทุนในโครงการนี้มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท และอาลีบาบาได้ใช้เงินในการทำโฆษณา ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง โดยมีการทำสื่อโฆษณา เชิญชวนเกษตรกรในชนบท ที่เป็นชุมชนเลี้ยงหมูด้วย ตอกย้ำว่าแผนของ แจ๊ค หม่า ใกล้ประสบความสำเร็จแล้วจริงๆ

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน