ทฤษฎีที่ชื่อว่า Fermi Paradox (ปฏิทรรศน์ของแฟร์มี่ แนวคิดที่สนับสนุนว่าเอเลี่ยนมีอยู่จริง โด่งดังใน 1932) เคยบอกไว้ว่ายังมีดวงดาวอีกหลายพันล้านดวงที่มีลักษณะคล้ายโลก แต่โลกไม่สามารถจับสัญญาณการติดต่อที่ส่งมาจากดาวเหล่านั้นได้

เมื่อปี 1981 นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน Carl Sagan ออกบทความที่อธิบายว่า ปัญหาจริง ๆ คือเป็นเพราะระยะทางอันไกลโพ้นระหว่างดวงดาวทำให้ต้องใช้เวลานานมากที่สิ่งมีชีวิตที่ชาญฉลาดจะเดินทางจากโลกหนึ่งไปยังอีกโลกหนึ่งได้

บางทฤษฎีก็บอกว่าอารยธรรมขั้นสูงนอกเหนือจากเราทำลายตัวเองจากการทำสงครามหรือการขาดทรัพยากร ทำให้เอเลี่ยนตายก่อนที่พวกเขาจะมีโอกาสคิดค้นการเดินทางระหว่างดวงดาวได้ หรือพวกเขาอาจเห็นเราแล้ว แต่ตัดสินใจที่จะไม่ติดต่อเรา

 

แต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2019 นักดาราศาสตร์ Jonathan Carroll-Nellenback จากมหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์ ได้เผยแพร่งานวิจัยที่ออกมาแย้งทฤษฎีของ Sagan (1981) ว่า เอเลี่ยนอาจใช้เวลาไม่นานนักในการเดินทางข้ามกาแล็กซี เนื่องจากพวกเขาสามารถใช้การเคลื่อนที่ของดวงดาวให้เป็นประโยชน์ได้ อย่างเช่นดวงอาทิตย์ของเราเคลื่อนที่รอบกาแล็กซีในวงโครจรที่ค่อนข้างคล้ายกับที่ดาวเคราะห์ของเราเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ ซึ่งนี่หมายความว่าดาวเคราะห์ของเราก็กำลังเดินทางในอวกาศเป็นระยะทางที่ใกล้มาก ๆ เช่นกัน

Carroll-Nellenback และเพื่อนร่วมงานของเขาใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์เพื่อดูว่าการก่อตั้งอาณานิคมจะสามารถแพร่กระจายได้ไกลแค่ไหน และพวกเขาก็พบว่าสามารถมีอาณานิคมได้ทั่วทั้งกาแล็กซีเนื่องจากการเคลื่อนที่ของดาว ซึ่งแบบจำลองก่อนหน้านี้ของ Sagan ไม่ได้คำนึงถึงการเคลื่อนที่ของดวงดาว จึงเป็นสาเหตุที่พวกเขาคิดว่ามันใช้เวลานานเกินไปที่อารยธรรมต่างดาวจะเดินทางมาหาเราได้

 

 

ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าความแปรปรวนทางธรรมชาติ เช่น ความหนาแน่นของดาวภายในกาแล็กซีจะส่งผลให้กาแล็กซีมีการตั้งถิ่นฐาน แต่ไม่ใช่ทุกแห่ง และอาจเป็นไปได้ว่าทางช้างเผือกของเรานั้นมีการตั้งถิ่นทางเพียงบางส่วน หรือมันเคยเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตอื่นในอดีต และอาจเป็นไปได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่ในกาแล็กซีอื่น ๆ

ปัญหาอีกหนึ่งอย่างคือ ไม่ใช่ว่าไม่มีเอเลี่ยนอยู่ข้างนอกนั่นเลย แต่มนุษย์ไม่มีความสามารถที่จะเข้าใจและรับรู้การติดต่อสื่อสารที่ถูกส่งมาเองต่างหาก

“ด้วงดีดในสวนหลังบ้านของผมไม่ได้สังเกตเห็นว่าตัวเองถูกล้อมรอบไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่ชาญฉลาด ซึ่งก็คือเพื่อนบ้านของผมและตัวผมเอง แต่เราก็อยู่ตรงนี้” Seth Shostak นักดาราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญทฤษฎี Fermi Paradox กล่าว

Fact – ทฤษฎี Fermi Paradox ถูกตั้งชื่อตามฟิสิกส์ชาวอิตาลี Fermi paradox ซึ่งมีการแบ่งสิ่งมีชีวิตออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1.ไม่มีสิ่งมีชีวิตที่มีระดับสติปัญญาเหนือกว่าเรา 2.มีชีวิตที่มีระดับสติปัญญาเหนือกว่าเรา แต่มีเหตุผลที่เรายังไม่รับรู้ถึงพวกเขา เช่น อารยธรรมอื่นปกปิดตัวเองไว้เพราะมีอารยธรรมที่เป็นผู้ล่าอยู่ หรือจริง ๆ แล้วเรากำลังถูกอารยธรรมที่สูงกว่าเฝ้าดูอยู่