สำหรับ “The Shape of Water” เป็นเรื่องราวความรักต้องห้ามระหว่าง พรายน้ำ กับ ภารโรงสาวที่เป็นใบ้ โดยย้อนกลับไปในปี ค.ศ.1962 ยุคสมัยสงครามเย็นระหว่าง สหรัฐอเมริกากับโซเวียต ต่างฝ่ายต่างพยายามแข่งขันกันในด้านเทคโนโลยีอวกาศ แต่แล้วจู่ ๆ ทางการสหรัฐกลับไปค้นพบ “อมนุษย์” ใต้น้ำในดินแดนเขตป่าอเมซอน จึงได้จับตัวมาขังไว้ในศูนย์วิจัยแห่งหนึ่ง โดยที่เรื่องดังกล่าวถือเป็นความลับห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด…

ตามตำนานเล่าว่า Amphibian Man หรือ พรายน้ำ คือ มนุษย์ครึ่งบกครึ่งน้ำ (มาจากภาษากรีก ปลา + มนุษย์) ที่มีลักษณะครีบคล้ายกับปลาและมีรูปร่างคล้ายกับคน หายใจทางเหงือกเหมือนปลา และเกิดมาจากการทดลองวิทยาศตร์ในหองใต้ดินของชาวรัสเซีย เขาได้ทำการผ่าตัดศัลยกรรมเปลี่ยนลูกชายของตัวเอง ให้กลายเป็นมนุษย์ปลา โดยการนำผิวหนังของปลาฉลามมาเย็บติดแทนที่กับผิวหนังเดิม การผ่าตัดสำเร็จไปด้วยดี และทำให้ลูกชายของเขามีความสามารถเหนือมนุษย์ และด้วยความสามารถนี้ทำให้เขาค่อนข้างที่จะดุร้าย และเป็นภัยต่อผู้ที่ได้พบเจอ…

ซึ่งความจริงแล้วตำนานนี้ มีที่มาจาก นิยายวิทยาศาสตร์ที่ถูกเขียนโดย นักเขียนชาวรัสเซียคนหนึ่งชื่อ Alexander Belyaev ที่ได้เขียนหนังสือชื่อ Amphibian Man ซึ่งได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่เมื่อปี 1928

ต่อมา จึงมีการนำเรื่องของ พรายน้ำ ไปสร้างเป็นภาพยนต์ชื่อ Amphibian Man เช่นเดียวกันกับหนังสือ ที่เข้าฉายในปี 1962 โดยประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะสามารถขายตั๋วออกไปได้ทั้งหมดถึง 65 ล้านใบ

 

 

จากนั้นในปี 2004 ภาพยนต์ซุปเปอร์ฮีโร่ Hellboy ก็ได้เข้าฉาย และได้มีการนำตัวละคร พรายน้ำ เข้ามามีบทบาทในภาพยนต์ด้วย ด้วยความต่อเนื่องและระยะเวลา ทำให้ผู้คนคิดว่าพรายน้ำมีตัวตนอยู่จริง ซึ่งความจริงแล้วพรายน้ำ คือสิ่งมีชีวิตที่เกิดมาจากความคิดของมนุษย์เราเท่านั้นเอง

Fact – The Shape of Water เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำถึง 7 รางวัล ก่อนจะคว้ารางวัลมาได้ 2 รางวัล 1.ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม 2.เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แถมด้วยถูกเสนอชื่อเข้าชิง รางวัลออสการ์ประจำปี 2018 มากที่สุดถึง 13 สาขา และสามารถคว้ามาได้ถึง 4 รางวัล 1.ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม 2.ผู้กำกับยอดเยี่ยม 3.ดนตรีประกอบดั้งเดิมยอดเยี่ยม 4.ออกแบบการสร้างยอดเยี่ยม

ถ้าชอบเรื่องประหลาดอ่านเรื่องนี้ต่อเลย – นี่ไม่ใช่สัตว์ประหลาด แต่เป็นปรากฏการณ์ลึกลับ เรียกว่า “ราชาหนู” หรือ “พญามุสิก”

source

เด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน