อันที่จริงแล้ว มีคำถามเกิดขึ้นมานานพอสมควรในหมู่ผู้ใช้ iPhone มานานว่า แอปเปิลทำอะไรสักอย่างกับ iPhone เครื่องเก่าๆ ให้ทำงานช้าลง จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ผู้ใช้รายหนึ่งใน Reddit พบว่า iPhone 6s ของเขาช้าลงมากผิดปกติ แต่เมื่อเขาเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นก้อนใหม่ เครื่องก็กลับมาทำงานปกติดังเดิม

(เขาได้ทำการทดสอบ iPhone 6 ที่ใช้มานานกว่า 3 ปี หลังจากอัพเดทเป็น iOS 10.2.x พบว่าเครื่องทำงานช้าลงจาก 1.4 GHz ลงมาเหลือเพียง 600 MHz เท่านั้น แต่พอเขาเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ iPhone 6 ของเขาก็กลับมาทำงานที่ความเร็วเต็มสปีด 1.4 GHz เหมือนเดิม)

 

 

พอเรื่องนี้ไปถึงหูของ John Poole ผู้พัฒนาแอปทดสอบประสิทธิภาพ CPU อย่าง Geekbench ได้ทำการทดสอบ iPhone หลายรุ่น และพบว่า Apple ได้มีการตั้งค่าเอาไว้ว่าหากแบตเตอรี่ของ iPhone เริ่มเสื่อมหรือเก็บประจุได้น้อยลง ก็จะลดการทำงานของ CPU ลงไปด้วย แต่ ก็ไม่เข้าใจว่า Apple ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร เพราะมันไม่เกิดผลดีเลยสักนิด จริงอยู่ว่าอาจจะถือใช้งานในแต่ละวันได้นานขึ้น แต่ความช้าความอืดก็ทำให้ผู้ใช้งานไม่ได้รับประสบการณ์ที่ดีเช่นกัน

โดยทางแอปเปิลก็ให้คำตอบสำหรับเรื่องนี้มาว่า อย่างที่ทุกคนทราบเมื่อเราใช้สมาร์ทโฟนไปได้เป็นระยะเวลานึง แบตเตอรีจะค่อยๆเสื่อมสภาพลงและมีความจุลดลงเรื่อยๆ เพื่อเป็นการรักษาระยะเวลาการใช้งานให้ใช้ได้ยาวนานขึ้น Apple จึงตัดสินใจไปลด ประสิทธิภาพของ CPU ลงเพื่อประหยัดพลังงาน

เว็บไซต์ TechCrunch สอบถามเรื่องนี้ไปยังแอปเปิล และได้คำยืนยันเป็นครั้งแรกว่า แอปเปิลมีโหมดลดประสิทธิภาพของเครื่องจริงๆ โดยจะมีผลกับเครื่องที่แบตเตอรี่เก่าในระดับหนึ่งเท่านั้น เหตุผลของแอปเปิลคือป้องกันไม่ให้เครื่องดับโดยไม่คาดฝัน และยืดอายุของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่องนั่นเอง

 

 

แอปเปิลระบุว่าฟีเจอร์นี้ (จะเรียกว่าฟีเจอร์ดีมั้ยเนี่ย) มีผลเฉพาะกับ iPhone 6, iPhone 6s, iPhone SE ในปีที่แล้ว และปีนี้ขยายมายัง iPhone 7 ที่รัน iOS 11.2 อีกทั้งมีแผนจะขยายไปยังเครื่องรุ่นอื่นๆในอนาคต

ส่วนวิธีแก้ก็ง่ายๆครับ คือนำโทรศัพท์ที่แบตเสื่อมนั้นไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือใครที่ยังไม่ได้อัพเดต iOS ก็ไม่ต้องอัพ แต่ถ้าขี้เกียจปวดหัวกับวิธีจัดการของ Apple ก็ซื้อเครื่องใหม่ไปเลย วิธีนี้ก็คงจะถูกใจพี่แอปเปิลเค้าแล้วหล่ะ

ที่มา – droidsans , blognone

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน