เมื่อเดือนเมษายน 2018 ทีมนักโบราณคดีของประเทศได้ขุด พบพื้นที่เป็นหลุมขนาดใหญ่ที่ลึกลงไปกว่า 30 เมตร ใกล้พีระมิดของฟาโรห์อูนาส (Unas) กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ที่ 5 ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ หรืออีกชื่อที่รู้จักอย่างกว้างขวางคือ สุสานซัคคารา (Saqqara or Sakkara) ป่าช้าพีระมิดอันยิ่งใหญ่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็น “โรงงานผลิตมัมมี่” อายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี

ทีมสำรวจพบมัมมี่จำนวน 35 ศพ พร้อมอุปกรณ์และสิ่งประดิษฐ์ต่างๆที่เชื่อว่าจะใช้ในการทำมัมมี่ รวมถึงพบชิ้นส่วน เช่น หน้ากากทาด้วยสีทองสีเงินของโลงมัมมี่ (สิ่งนี้ถือเป็นสิ่งของหายากตลอดเวลาที่เคยมีการค้นพบมัมมี่มีการค้นพบสมบัติลักษณะนี้เพียงแค่ 2 ชิ้นเท่านั้น) ภาชนะหลากหลายทรง รูปสลักหินโลงมัมมี่ขนาดเล็กมากมายหลายชิ้น ซึ่งอยู่ในสภาพที่ไม่ได้รับความเสียหายมากนัก

 

 

และจากการสำรวจก็ทำให้พวกเขาได้พบกับ 2 สิ่งสำคัญต่อการศึกษาในด้านโบราณคดี 1.น้ำมันที่ใช้ในการทำมัมมี่ 2.สารเคมีต่างๆที่ใช้ในการแต่งหน้าศพ

นักโบราณคดีเชื่อว่าการค้นพบนี้จะช่วยให้ได้ข้อมูล เกี่ยวกับน้ำมันที่ใช้ในกระบวนการทำมัมมี่เพิ่มขึ้น ซึ่งวัตถุโบราณต่างๆที่ได้ค้นพบในครั้งนี้ จะถูกนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แกรนด์ อียิปเชียน (Grand Egyptian Museum) ซึ่งกำลังจะเป็นพิพิธภัณฑ์ทางโบราณคดีที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ยังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง โดยคาดว่าจะเปิดตัวในปลายปีนี้

 

 

แต่หากเพื่อนๆคิดว่าการค้นพบครั้งนี้มันเก่าแก่สุดๆแล้ว เพื่อนๆคิดผิดครับ เพราะมัมมี่ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกคือ มัมมี่ชินคอร์โร (Chinchorro Mummy) มีอายุระหว่าง 7,000-8,000 ปี ดยมีการค้นพบมัมมี่ชินคอร์โร ประมาณกว่า 300 ร่าง ฝังอยู่ใต้ทะเลทรายอาตากามา ใกล้กับพรมแดนระหว่างประเทศชิลีและเปรู ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดของโลก (เก่าแก่กว่าอารยธรรมอียิปต์กว่า 4,000 ปี)

และมีวัตถุประสงค์ในการทำที่แตกต่างกัน สำหรับมัมมี่ของอียิปต์นั้นจะทำกับชนชั้นสูง ตามความเชื่อว่าจะฟื้นคืนชีพ ขณะที่มัมมี่ชินคอร์โร ทำกับคนธรรมดารวมไปถึงเด็กหรือสตรีมีครรภ์ด้วยเช่นกัน เพื่อรักษาสภาพศพคนที่รักไว้ให้นานที่สุด

Fact – การทำมัมมี่ ประมาณสองพันปีก่อน ช่างทำมัมมี่ดองศพได้ดีขนาดนักวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน ยังสามารถสกัด DNA จากเนื้อเยื่อหรือเส้นผมของมัมมี่มาศึกษาได้

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน