เด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก - ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

“Lamborghini” ออกแบบรถที่สามารถสแกน เพื่อทำการซ่อมแซมตัวเองได้! (เจ๋งสุดๆ)

บริษัทผลิตรถยนต์ แลมโบรกีนี ของอิตาลี เปิดตัวรถซูเปอร์คาร์ยี่ห้อใหม่ Terzo Millennio(เทอร์โซ มิลเลนนิโอ) หรือ Third Millennium ในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นรถไฮเทคที่ออกแบบร่วมกับสถาบันเทคโนโลย MIT โดยได้ไอเดียมาจากรูปร่างของยานอวกาศ     Mitya Borkert หัวหน้าฝ่ายออกแบบของแลมโบรกีนี กล่าวว่า การผสมรวมนวัตกรรมของแลมโบรกีนี เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษารุ่นใหม่ที่ MIT สร้างแรงจูงใจที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง รถยนต์รุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้ประหยัดพลังงาน โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายไปที่คนรุ่นใหม่(ที่มีตังค์ซื้อนะ เพราะแพงแน่นอน)   เทคโนโลยีใหม่   – ห้องโดยสารเป็นแบบ Victual Cockpit ที่สามารถให้ผู้ขับได้สัมผัสการขับขี่จำลองในสนามแข่งต่างๆ ที่มีชื่อเสียงผ่านการขับขี่เสมือนจริง – มีลูกเล่น Ghost Car แบบที่เราพบเจอในเกมส์รถแข่ง ให้ผู้ใช้งานได้ฝึกปรือทักษะเสียด้วย – ระบบขับเคลื่อนเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว โดยที่มอเตอร์แต่ละตัวจะอยู่ในแต่ละล้อ   – แบตเตอรี่ที่ใช้มีความบางเป็นพิเศษ จะถูกติดตั้งไว้กึ่งกลางระหว่างผนังตัวถัง เพื่อช่วยให้ชาร์จไฟเร็วยิ่งขึ้น และยังเพิ่มการชาร์จผ่านพลังงานจลน์ หรือแรงสะเทือนต่างๆ เพื่อเป็นการเพิ่มพลังงานไฟฟ้าให้รถสามารถเคลื่อนที่ได้ไกลยิ่งขึ้น…

“แฮ็กเกอร์สาว” ที่เก่งและอันตรายที่สุด! จนถูกยกให้เป็น “เจ้าหญิงแห่งวงการแฮกเกอร์”

Google ให้ความสำคัญอย่างมากกับการรักษาข้อมูลความปลอดภัยให้กับ ลูกค้า หรือ ผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นตัวระบบปฏิบัติการ (Operating System : OS) หรือจะเป็น Tools ต่างๆ ในเครือของ Google รวมไปถึงตัว Browser อย่าง Chrome ดังนั้น กูเกิลจึงต้องมี Security Programmer ที่โหดมากๆ เพราะ อาชญากรรมไซเบอร์เป็นภัยที่ร้ายแรงที่สุดใน ศตวรรษที่ 21     และนี่ก็คือ อาวุธลับของ Google ก็คือ Parisa Tabriz ปัจจุบันอายุ 33 ปี เธอถูกยกให้เป็น Security Princess เจ้าหญิงแห่งวงการแฮกเกอร์ ทุกๆวันเธอจะอยู่กับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอีกกว่า 30 คน เพื่อจัดการกับแฮ็กเกอร์ที่จะเข้ามาเจาะฐานข้อมูลของ Google เพื่อให้ผู้ใช้งานไม่ต้องเสี่ยงต่อปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลทรัพยากรส่วนบุคคล ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจะค่อยแก้ไขบัค และซ่อมแซมจุดสำคัญต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เหล่าแฮ็กเกอร์เข้ามาขโมยข้อมูลได้     “งานของฉันคือทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตปลอดภัยยิ่งขึ้น…

รัสเซีย – จีน กำลังสร้าง “Space Weapon (อาวุธอวกาศ)” หวังปราบดาวเทียมสหรัฐฯ

  พลเอก จอห์น ไฮเทน หัวหน้ากองบัญชาการฝ่ายยุทธศาสตร์ของกองทัพสหรัฐฯ กล่าวต่อหน้าผู้ชมในการประชุมแห่งหนึ่งว่า หลายประเทศรวมทั้งรัสเซีย และจีน กำลังสร้างอาวุธบนอวกาศ ที่สามารถเล็งเป้าหมายไปที่ทรัพยากรต่างๆ ของกองทัพอย่างเช่นดาวเทียมได้ “พวกเขากำลังสร้าง ทดสอบอาวุธบนอวกาศที่สามารถควบคุมจากบนโลก ทั้งอาวุธตัดสัญญาณ และอาวุธเลเซอร์ โดยไม่แม้แต่จะปิดเป็นความลับ พวกเขากำลังสร้างอาวุธที่มีขีดความสามารถขนาดนั้น เพื่อท้าทายสหรัฐอเมริกา, ท้าทายพันธมิตรของเรา และเพื่อเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจโลก ซึ่งเราไม่อาจยอมให้เกิดขึ้นได้”     “รัสเซียและจีนได้เห็นความสำเร็จของกองทัพสหรัฐฯ ในการใช้ดาวเทียมระหว่างปฏิบัติการทางทหารอย่างเช่นสงครามอ่าวเมื่อปี 2534 มาแล้ว และพยายามหาทางจำกัดความสามารถของสหรัฐฯ ในการใช้ดาวเทียมระหว่างเหตุความขัดแย้งในอนาคต ซึ่งอุปกรณ์สำคัญคือ ดาวเทียมสำหรับเตือนกองทัพเกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธของศัตรู” “เราไม่สามารถปล่อยให้ ดาวเทียม คลาดสายตาได้นานกว่า 10 -15 นาที ซึ่งมันจะสายเกินไป เพราะตอนนี้เรายังไม่มีแผนรับหรือป้องกันหากเราถูกโจมตีทางอวกาศจริงๆ” ปัจจุบันนี้ยังไม่มีกฎหมายรองรับเมื่อเกิดกรณีความขัดแย้งทางทหารในอวกาศ และการทำข้อตกลงระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็น ที่มา – sputniknews , cnn ManoshFizเด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน http://www.flagfrog.com

ฝรั่งเศสเฮ! จับมือมีดนักเจาะได้แล้ว หลังเจาะยางรถ 6,000 คัน แผนสุดล้ำรอดนาน 6 ปี

เจ้าหน้าที่ตำรวจในฝรั่งเศสสามารถจับกุมตัวชายวัย 45 ปี ผู้ก่อเหตุเจาะยางรถยนต์มากกว่าหลายพันคันได้แล้ว ที่เมืองบอร์โด ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เมื่อวันพุธ 29 พ.ย. ขณะกำลังลงมือก่อเหตุ หลังจากเขาก่อเหตุสลับกับหลบหนีเจ้าหน้าที่มานานกว่า 6 ปี โดยเขาอ้างว่า ก่อเหตุเพราะโกรธแค้นต่อสังคม     ทั้งนี้ ตำรวจยังไม่เปิดเผยชื่อผู้ต้องสงสัย แต่เขาขนานนามตัวเองว่า “Serial Puncturer นักเจาะยางต่อเนื่อง (พี่จะเอาฮาไปไหน)” โดยเขาเริ่มก่อเหตุตั้งแต่ปี 2554 โดยแอบเจาะยางรถยนต์ของเพื่อนบ้านแบบไม่เลือกหน้าจำนวน 70 คน เขายังอ้างหลังถูกจับกุมว่า ตลอดช่วง 6 ปีที่ผ่านมา เขาเจาะยางรถยนต์ไปมากกว่า 6,000 คันแล้ว และตำรวจคิดว่าคำพูดของเขานั้นเป็นไปได้ เจ้าหน้าที่สืบสวนระบุว่า การจับตัวชายคนนี้ และรู้ว่าคดีเจาะยางที่พวกเขาตามสืบมาตั้งแต่ปี 2554 เป็นฝีมือของคนร้ายต่อเนื่อง ทำให้พวกเขาโล่งใจมาก เพราะคนร้ายไม่ทิ้งหลักฐานทางดีเอ็นเอไว้ในที่เกิดเหตุ รวมทั้งใส่ชุดอำพรางหลบเลี่ยงกล้องวงจรปิด, จงใจก่อเหตุในช่วงเวลาและเส้นทางที่ไม่ใช่ทางหลัก นอกจากนี้ ยังเลือกเวลาลงมือตั้งแต่ ตี 2 – ตี 5 และเขายังมรสกิลการเจาะอย่างเบามือ เพื่อให้ลมค่อยๆ…

“Poppers” ยาปลุกเซ็กส์ ที่มีผลทำให้ใจง่าย เยมันส์ สนุกชั่วคราว แต่ทุกข์ชั่วโคตร!

  Poppers (ป๊อบเปอร์) มีชื่อทางการค้าที่หลากหลาย แต่มีชื่อทางเคมี คือ “อะมิลไนไตรท์” เป็นของเหลวใสสีเหลือง ซึ่งสามารถระเหยได้ที่อุณหภูมิห้อง และสาเหตุที่กลุ่มผู้เสพมักเรียกกันว่า “Poppers เพราะเวลาเปิดฝาจะมีเสียง Pop! ขึ้นมา นั่นเอง” หากได้สูดดมไปแล้วจะทำให้ หลอดเลือดขยายตัวส่งผลให้หัวใจเต้นแรงขึ้น เร็วขึ้น รู้สึกตื่นเต้น แถมยังมีฤทธิ์ทำให้เคลิบเคลิ้มาเหมือนเมาเหล้าลืมทุกข์คลายกังวล และสร้างความต้องการอารมณ์ทางเพศ เป็นที่นิยมมากในหมู่ผู้นิยมมีเพศสัมพันธ์ชายกับชาย (การมีเพศสัมพันธ์กันทางทวารหนักมีโอกาสติดเชื้อ HIV มากที่สุด)     ราคาที่ต่างประเทศ แค่ 7 – 8 เหรียญฯ หากว่านำมาเมืองไทย ซื้อขายกันขวดเล็กเท่ายาดม ราคา 2,000 บาท และเป็นที่ต้องการอย่างมากในตอนนี้ WTF! อันตรายจากการใช้ Poppers การสูดดม ป๊อบเปอร์ จะขยายหลอดเลือดบริเวณกล้ามเนื้อทางช่องคลอด (ของผู้หญิง) และช่องทวารหนัก (ของชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย) ซึ่งง่ายต่อการรับเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เข้าสู่ร่างกาย และหากถามว่าก็ใส่ถุงยางดิ ง่ายจะตาย แต่จากข้อมูลตามรายงานพบว่า ผู้เสพเคลิ้มสะจนไม่สนใจวิธีป้องกันใดๆทั้งสิ้น ขาดสติในการควบคุมตนเองอย่างสิ้นเชิง อารมณ์มาก็เสียบเลย…

องค์กรลับสุดยอด “MJ 12” ที่คอยปิดบังความลับ และเหตุประหลาดต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลก

  เรื่องนี้ถูกอุบมานานแสนนาน จนกระทั่งเมื่อปี 1995 วุฒิสภาสหรัฐ นำโดยวุฒิสมาชิก สตีฟ ชิฟฟ์ ได้ร้องขอให้มีการตรวจสอบหน่วยงาน Magestic 12 และเสนอแถลงการสู่สาธารณชน ทางหน่วยสอบสวนพิเศษของกองทัพอากาศสหรัฐออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องที่คนกลุ่มหนึ่งกุขึ้นมาเล่นๆ เท่านั้น เพราะถ้ามันเป็นองค์กรลับจริง ก็ต้องไม่มีคนรู้สิ เออมันก็จริงแหะ เอาเป็นว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ขึ้นอยู่กับวิจาณญานของเพื่อนๆแต่ละคนละกันครับ ในช่วงปี 1960 ถือว่าเป็นปีที่มี ความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวกระพือโหมไปเหมือนไฟลามทุ่ง ร้อนถึงรัฐบาลสหรัฐที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะมีการถกเถียงกันอยู่เป็นเวลานานว่า หากมนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลกจริงๆ มนุษย์โลกจะทำอย่างไร? เพราะเราแทบไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะมาดีหรือมาร้าย เพราะในสมัยนั้นข่าว ข้อมูล และรูป UFO ที่ไม่ว่าจะจริงหรือปลอมมีให้เห็นเยอะมาก และแน่นอนครับว่าด้วยเทคโนโลยีในสมัยนั้นการตรวจสอบว่าจริงหรือปลอมแทบเป็นไปไม่ได้เลย     ด้วยเหตุนี้เหตุนี้รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของ ประธานาธิดีสหรัฐคนที่ 33 Harry Truman (เฮนรี่ ทรูแมน) ***คนที่อนุมัติให้ทิ้งระเบิดปรมาณูที่ประเทศญี่ปุ่น*** จึงได้จัดตั้งหน่วยงานลับหน่วยงานหนึ่งขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 1947 โดยชื่ออย่างเป็นทางการคือ “Majestic 12” ที่ย่อมาจากชื่อเต็มคือ “Majority Agency for…

Elon Musk ติดตั้งรถ Tesla Roadster ไปกับจรวด Falcon Heavy เพื่อโคจรรอบดาวอังคาร

  Elon Musk ที่ตอนนี้เรียกได้ว่า เป็นพ่อทุกสถาบันจริงๆ คนอะไร กระโดดจากการออกแบบเว็บการเงิน มาทำรถไฟฟ้า แล้วยังต่อด้วยสร้างจรวดอีก โหดเกินไปแล้ว! แต่ก็นั่นแหละครับ สิ่งที่ผู้ประกอบการเก่งๆควรมีก็คือ การเล่นกับสื่อและสามารถสร้างกระแสผลิตภัณฑ์ของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในส่วนนี้ มัสก์ สามารถทำได้ดีมาตลอด เลยไม่แปลกครับที่เค้าจะ เป็น Godfather ทางด้าน Technology     ล่าสุด Elon Musk ได้ทวีตสร้างกระแสอีกครั้งด้วยการบอกว่าจะปล่อยรถยนต์ Tesla Roadster ไปกับจรวด Falcon Heavy ที่ทรงพลังมากที่สุดในโลก! โดยระหว่างที่ยิงจรวด รถจะเปิดเพลง Space Oddity ส่วนเป้าหมายในการปล่อยจรวดครั้งนี้ก็คือ การทดสอบจรวดรุ่นใหม่นี่เอง โดยปลายทางคือการโคจรรอบดาวอังคาร หลังจากนั้นรถก็จะอยู่ในอวกาศไปพันล้านปี     จรวด Falcon Heavy จะถูกยิงจากแหลมคานาเวอรัล บนฐานยิงเดียวกับ Apollo 11 พร้อมรับประกันอีกครั้งว่าจะน่าตื่นเต้นอย่างแน่นอน เฮียแกชอบทวิตและโพสท์รูปในบัญชีอินสตาแกรมส่วนตัว เพื่อชวนผู้ติดตามมาดูการทดลองเกือบตลอดทุกครั้ง และมันก็น่าตื่นเต้นทุกครั้งจริงๆ ที่มา…

พบกับ! สิ่งมีชีวิตที่มี “สมอง” ใหญ่ที่สุดในโลก แล้วสมองใหญ่ๆของมันดียังไง? มาดูกันเลย!

  สมองที่เพื่อนๆเห็นอยู่นี่เป็นสมองของ วาฬสเปิร์ม ที่มีน้ำหนักมากถึง 8 กิโลกกรัม ซึ่งหนักกว่าสมองของมนุษย์ถึง 5 เท่า หากจะเรียงลำดับน้ำหนักของสมองก็ตามนี้เลยครับ แต่ก่อนอื่นจะเห็นได้ว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะมีขนาดสมองใหญ่กว่าสัตว์ชนิดอื่น และขนาดสมองจะใหญ่ขึ้นตามร่างกายด้วย ข้อมูลคร่าวๆของวาฬสเปิร์ม วาฬสเปิร์มบางตัวโตเต็มที่จะมีขนาดความยาวประมาณ 15-20 เมตร ลูกแรกเกิดยาว 3.5-4.5 เมตร แม่วาฬใช้เวลาตั้งท้องนาน 16-17 เดือน ลูกจะอาศัยอยู่กับแม่เป็นเวลาประมาณ 13 เดือนจึงแยกออกหากินอิสระ ขนาดโตเต็มที่ยาว 12-18 เมตร น้ำหนักมากถึง 28 ตัน – ปลาวาฬ สเปิร์ม น้ำหนักสมอง 8 กิโลกรัม – ช้าง น้ำหนักสมอง 5 กิโลกรัม – ปลาโลมา น้ำหนักสมอง 1.7กิโลกรัม – มนุษย์ น้ำหนักสมอง 1.4 กิโลกรัม แต่หากจะเทียบกันแบบยุติธรรมจริงๆ ก็คงต้องบอกว่ามนุษย์เรามีขนาดของสมองใหญ่ที่สุด เพราะนำสัดส่วนทั้ง น้ำหนัก…

หนังสือเล่มนี้ดียังไง? ที่เมื่อ “บิล เกตส์” ได้อ่านแล้ว ถึงกับส่งต่อให้เพื่อนอีกกว่า 50 คน!

เป็นประจำทุกปีที่ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์อย่าง บิล เกตส์ จะออกมาแนะนำหนังสือน่าอ่านที่ตนเองชอบ โดยเฉพาะหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักสนุกสนาน เพราะหลายคนอาจจะคิดว่า บิล เกตส์ น่าจะต้องอ่านหนังสือแนวธุรกิจ หรือการลงทุนต่างๆ แต่หนังสือเล่มนี้กลับกลายเป็น นิยายความรัก! โดยหนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า The Rosie Project ที่ บิล เกตส์ ปลื้มและประทับใจมาก ถึงขนาดที่ว่า สั่งซื้อหนังสือกว่า 50 เล่มเพื่อส่งไปให้เพื่อนๆทุกคนได้อ่าน และยังเชิญนักเขียนนิยายเล่มนี้มาทานข้าวที่บ้านอีกด้วย     สำหรับเนื้อหาของนิยายเล่มนี้นั้นเป็นเรื่องราวของชายหนุ่มที่ชื่อว่า ดอน ทิลล์แมน นักพันธุกรรมศาสตร์ ที่ไม่มีทักษะในการเข้าสังคมเลยสักนิด ดอนเป็นคนที่ไม่เข้าใจคำพูดเชิงเปรียบเทียบเปรียบเปรย เพราะตัวเขาเองเป็นคนที่พูดตรงในทุกเรื่อง จนบางครั้งดูจะขาดการมีกาลเทศะไปซะหน่อย แต่สิ่งที่ดอนมีและเป็นด้านดีก็คือ ความมีระเบียบ และความรู้ทางด้านวิชาการที่ออกจะโอเวอร์ไปหน่อยแต่ก็ถูกต้อง 100% ด้วยนิสัยส่วนตัวที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้ ดอน ไม่สามารถจะหาคู่ชีวิตได้     ซึ่งตอนนี้มันถึงเวลาแล้วที่ดอน จะต้องมีใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิต แต่ด้วยนิสัยเชิงวิชาการของดอนนี่เอง ที่ทำให้เขาคิดเรื่องแปลกๆ ขึ้นมา ด้วยการให้สาวๆ ที่เขาสนใจทำแบบสอบถาม และใครที่ทำแบบสอบถามได้คะแนนมากที่สุด คนนั้นแหละจะเป็นคู่ชีวิตของดอน แต่เรื่องกลับไม่เป็นเช่นนั้นเพราะสาวที่เข้ามาทำความรู้จักกับเขา…

“Belgian Blue หรือ Monster Cow” วัวที่ได้ชื่อว่ามีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุดในโลก!

โคเนื้อเบลเยี่ยนบลู โคนักกล้าม หรือ มีต้นกำเนิดจากประเทศเบลเยี่ยม โคสายพันธุ์นี้ได้รับการพัฒนาพันธุ์ หลายครั้งจากหลากหลายสายพันธุ์ โดยใช้เวลาทั้งหมดกว่า 100 ปี กว่าจะได้สายพันธุ์ที่สมบูรณ์ และที่สำคัญเนื้อพวกมันอร่อยมากๆอีกด้วย ไขมันน้อย และเหนียวหนึบมากๆเพราะมีแต่กล้ามเนื้อนั่นเอง ปล.เห็นพวกมันกล้ามใหญ่แบบนี้แต่พวกมันเชื่องมากเลยนะจะบอกให้     กล้ามเนื้อของโคสายพันธุ์นี้สามารถพัฒนาได้สูงกว่าปกติ โดยจะเริ่มพัฒนาตั้งแต่อายุ 4-6 สัปดาห์ สาเหตุที่มี กล้ามเนื้อพัฒนามาก เพราะว่ามีการยั้บยั้งการทำงานของยีนส์ไมโอสแตตินโดยธรรมชาติ ซึ่งยีนส์ไมโอสแตตินนี้จะชลอการเจริญของกล้ามเนื้อ จึงทำให้โคเนื้อเบลเยี่ยนบลูมีเส้นไยกล้ามเนื้อมากขึ้นได้ถึง 20 %ในพันธุ์แท้ และ 5-10% ในโคลูกผสม เพราะเหตุนี้ทำให้วัวตัวผู้ตัวโตเต็มวัยบางตัวสามารถมีน้ำหนักได้มากถึง 1100-1250 กิโลกรัม เลยทีเดียว ตัวใหญ่มาก! แต่เพราะความบึกบึนนี้จึงทำให้วัวตัวเมียลำบากเพิ่มมากขึ้นเพราะ แม้จะเป็นวัวที่ดูสง่างามเนื่องจากมีกล้ามขนาดใหญ่ แต่สำหรับวัวตัวเมียนั้นการที่มันมีกล้ามใหญ่และหนาแน่นส่งผลให้มันตกลูกได้ยาก และบ่อยครั้งต้องมีสัตวแพทย์ช่วยผ่าคลอด     แต่เรื่องที่ตลกก็คือ ในช่วงแรกๆที่วัวตัวนี้เริ่มโด่งดัง ก็มีนักวิจารณ์และนักอนุรักษ์สายพันธุ์ต้นแบบ ได้ออกมาต่อต้าน และเรียกโคนักกล้ามเหล่านี้ว่า “Monster Cow หรือ วัวปีศาจ” แต่ยิ่งพวกเขาต่อต้านมากเท่าไหร่ ชื่อเสียงของวัวตัวนี้ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น มากขึ้นชนิดที่ว่าวัวสายพันธุ์นี้โด่งดังเป็นที่นิยมเลี้ยงไปทั่วโลก แต่กลุ่มต่อต้านก็ต้องเลิกลาไป ฮ่าๆๆ…