เด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก - ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

เอาแล้วโว้ย! Marvel เฟ้นหาผกก.ทั่ววงการ หาคนที่ใช่มากำกับหนังเดี่ยว Black Widow

  Justin Kroll ผู้สื่อข่าวของเว็บไซต์ Variety ได้ทำการทวิตข้อความว่า “ความจริงสนุกๆ มีผู้กำกับมากกว่า 65 รายที่เข้าไปคุยกับ Marvel เพื่อรับงานกำกับ Black Widow แบบว่า Marvel คงต้องคิดหนักจริงๆ ว่าจะเป็นใคร” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจริงจังตั้งใจจริงๆในการสร้างหนังเรื่องนี้ แม้ตอนนี้เราจะไม่รู้ว่า ผู้กำกับคนใดจะได้ร่วมงานกับ Marvel แต่ก็มีข่าวแว่วๆออกมาว่า มาร์เวลต้องการผู้กำกับผู้หญิง เหตุผลผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่อาจจะเปํ็นเพราะหนังเรื่อง Captain Marvel ก็มีทั้งคนเขียนบทและผู้กำกับเป็นผู้หญิง ซึ่งเรื่อง Black Widow ก็เดินตามรอยเช่นกัน ทั้งการดึง Jac Schaeffer มาเขียนบท ซึ่งก็เหลือแค่หาผู้กำกับหญิงมารับงานนี้ เท่านั้นเอง     ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ก็มีข่าวหลุดมาว่าเนื้อหาของหนังเดี่ยวของ Black Widow จะมีเนื้อเรื่องที่ย้อนไปดูชีวิตของ Natasha ซึ่งอาศัยอยู่ในอเมริกาเป็นเวลา 15 ปี หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต และภายในหนังเราอาจจะได้เจอกับ Winter Soldier อีกด้วย…

นวัตกรรมล่าสุด! คอนแทคเลนส์ ที่ทำให้คุณยิงเลเซอร์จากตาได้เหมือน Superman

  นี่คือผลงานของนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัย St Andrews ที่ได้ออกแบบคอนแทคเลนส์ ที่สามารถปล่อยแสงเลเซอร์ได้ โดยคอนแทคเลนส์สุดเจ๋งนี้มีชื่อว่า “Ocular Lasers” โดยคอนแทคเลนส์ชนิดนี้มีความหนาเพียง 200 นาโนเมตรเท่านั้น และปลอดภัยต่อดวงตา อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นมากเป็นพิเศษอีกด้วย สามารถยิงแสงเลเซอร์ได้ไกล 50 เซนติเมตร ทีมวิจัยบอกว่าพวกเขาไม่ได้สร้างมันขึ้นเพื่อการทหาร แต่สร้างขึ้นเพื่อยกระดับการรักษาความปลอดภัย และเพื่อยกระดับวงการแพทย์ ประโยชน์ของมันจริงๆก็คือ 1.ปล่อยแสงเลเซอร์เพื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อมต่างๆ 2.ใช้อ่านแถบ Bar-code 3.สามารถใช้คอนแทคเลนส์ชนิดนี้เพื่อนำไปติดกับ อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย     แม้ว่าตอนนี้จะอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา แต่การนำคอนแทคเลนส์เลเซอร์ไปทดลอง โดยใช้กับลูกนัยน์ตาของวัว พบว่าคอนแทคเลนส์สามารถปล่อยแสงเลเซอร์ความเข้มต่ำได้ และหากพัฒนาสำเร็จจนมนุษย์สามารถใช้ได้แล้วหล่ะก็ ทีมวิจัยจาก St Andrews จะกลายเป็นองค์กรแรกที่สามารถสร้างแหล่งกำเนิดเลเซอร์ที่ทั้งบาง เบา ยืดหยุ่นที่สุดในโลกทันที (แต่ว่าตอนนี้ตัวที่ทดลองอยู่ก็สำเร็จแล้ว แต่ยังไม่กล้าทดลองกับมนุษย์เท่านั้นเอง) source ManoshFizเด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน http://www.flagfrog.com

ความจริงของตำนานผีดูดเลือด เคยมีตัวตนอยู่จริง…หรือเป็นแค่เพียงนิยายขายดี?!

  ความจริงแล้วแวมไพร์ หรือผีดูดเลือด มีประวัติเก่าแกมากเทียบเท่ากับมนุษย์ ยุคก่อนประวัติศาสตร์เลยทีเดียว แต่แวมไพร์ตอนนั้นช่างแตกต่างกับแวมไพร์ตอนนี้ห่างไกลกันเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น – ลามาซตู (Lamashtu) ในยุคเมโซโปเตเมีย ผีดิบที่มีหัวเป็นสิงโตแต่ร่างกายเป็นลา – สไทรเจส (Striges) ในยุคกรีกโบราณ ที่บรรยายไว้เพียงว่าเป็นนกที่กระหายเลือด – มานานังกัล (Manananggal) ฟิลิปปินส์ ลักษณะของผีดิบตนนี้ จะคล้ายกับกระสือของบ้านเรา เพราะจะมีเพียงครึ่งท่อนบนที่บอนไปบินมาพร้อมกับปีกขนาดใหญ่ที่คล้ายกับปีกค้างคาว – ยารามายาฮู (Yaramayahoo) ออสเตรเลีย คนสีแดงร่างเล็กซึ่งมีหูขนาดใหญ่และมีปากกว้าง ชอบที่จะดูดเลือดและมือและเท้า และยังมีอีกมากมายที่ไม่ได้กล่าวถึง ถึงแม้ว่าหน้าตาจะต่างกันมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ผีดิบทุกตนมีเหมือนกันนั่นก็คือ การมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการดูดเอาพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิต และนี่เองคือลักษณะเฉพาะของเหล่าแวมไพร์ ส่วนลักษณะอื่นๆอาจจะมีแตกต่างหรือเปลี่ยนไปบ้างตามกระแส แล้วสรุปว่าแวมไพร์มีตัวตนอยู่จริงรึเปล่าหล่ะ…? คำตอบคือ: เป็นเพียงความเชื่อ และความเข้าใจผิดของชาวยุโรป เพราะมาจากเรื่องนี้ครับ ในอดีต ชาวยุโรปหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตไปจากโรคประหลาด ที่ไม่มีทางรักษา ทำให้ชาวบ้านที่เหลือต้องทำการขุดหลุมฝังศพเพื่อนำมาศึกษาดูว่าแท้จริงแล้วพวกเขาตายเพราะโรคอะไร แต่เมื่อขุดศพขึ้นมา จึงได้พบว่าศพนั้นดูเหมือนยังมีชีวิต เล็บยาวขึ้น ผมยาวขึ้น หน้าท้องที่นูนขึ้น รวมถึงรอยเลือดที่มุมปาก (ชาวบ้านจึงคิดว่า คนเหล่านี้ยังไม่ตายชัดๆ คนเหล่านี้ต้องเป็นผีดิบแวมไพร์แน่ๆ)  …

ปีที่แล้วตีลังกา…ปีนี้วิ่งได้แล้ว! พบกับ Atlas หุ่นยนต์ที่เข้าใกล้ความเป็นมนุษย์มากขึ้นทุกปี

หุ่นยนต์ที่เพื่อนๆเห็นอยู่นี้มีชื่อว่า Atlas ของบริษัท Boston Dynamics ที่ทางบริษัทพัฒนามันตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งวิวัฒนาการของมันก็ดีขึ้นและเจ๋งขึ้นทุกปี เรียกได้ว่าพอได้โชว์ของทีไรต้องเป็นข่าวทุกที และหลังจากที่ปี 2017 มันสร้างความประหลาดใจให้กับคนทั่วโลกโดยการตีลังกาโชว์ และแน่นอนครับว่าปี 2018 จะธรรมดาไม่ได้ ทีมงานเลยจัดการพัฒนาขีดความสามารถของมันให้ก้าวกระโดดขึ้นไปอีก โดยการใส่เทคโนโลยี Machine Learning เข้าไป เพื่อให้ Atlas มีสมองคิดและจดจำการฝึกของตัวเองได้ พูดง่ายๆก็คือ มันสามารถฝึกฝนตัวเองให้เก่งขึ้นได้ โดยที่ไม่ต้องอาศัยการอัพเกรดโปรแกรมจากมนุษย์เพียงอย่างเดียว เพราะชื่อเทคโนโลยีก็บอกอยู่ว่า “Machine-เครื่องจักร Learning-เรียนรู้” Atlas รุ่นนี้เป็นรุ่นใหม่นะครับ (สูง 175 เซนติเมตร หนัก 80 กิโลกรัม)   Humanoid (หุ่ยนต์เสมือนมนุษย์) โดยความสามารถที่ถูกอัพเกรดในปี 2018 มีดังนี้ – วิ่งบนพื้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ และแม้พื้นผิวจะขรุขระก็ไม่ล้ม – สามารถกระโดดข้างสิ่งของที่อยู่ข้างหน้าได้ – ยกกล่องขึ้นมาจัดเก็บในพื้นที่ที่ซับซ้อนได้ (ยกกล่องขึ้นซ้อนกล่อง) – ป้องกันตัวเองได้เบื้องต้น (เวลาถูกผลักจะไม่ล้ม) –…

ทำคุณบูชาโทษ…หญิงใจดีให้ช็อกโกแลตเด็กที่อินเดีย กลับถูกชาวบ้านรุมตีจนตาย

  เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุสลดเมื่อหญิงชาวมาเลเซีย 65 ปี ถูกกลุ่มชาวบ้านรุมทำร้ายจนเสียชีวิต ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐทมิฬนาฑู ทางตอนใต้สุดของอินเดีย รายงานระบุว่า หญิงคนดังกล่าวและญาติอีก 2 คน เพื่อไปเที่ยวชมวัดแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน ก่อนต่อมาจะเกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวชาวบ้าน 23 คน มาสอบสวน – “เรากำลังสืบสวนว่าใครเป็นผู้กระทำผิด เรากำลังวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่เพื่อระบุตัวผู้ต้องสงสัย” เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 10:30 น. ตามเวลาที่อินเดีย ขณะพวกเขากำลังเดินหาวัด หญิงเคราะห์ร้ายคนดังกล่าวเห็นเด็ก 2 คน เล่นอยู่ใกล้ๆ จึงคว้าเอาช็อกโกแลตไปให้ แต่เมื่อชาวบ้านเห็นเข้า กลับคิดว่าเธอพยายามจะลักพาตัวเด็ก เนื่องจากมีข่าวลือในโปรแกรมแชท เตือนให้ระวังแก๊งลักเด็ก ไม่กี่วินาทีต่อมาเหล่าชาวบ้านก็รวมตัวกันและเริ่มตะโกนใส่เธอ ขณะที่เธอรีบขึ้นรถและพยายามจะออกจากพื้นที่ ทว่าหลังจากขับรถออกมาได้ราวครึ่งกิโลเมตร ก็ถูกชาวบ้านขวางทางหยุดรถเอาไว้ ก่อนจะฉุดกระชากลากตัวเธอและคนบนรถลงมา แล้วรุมทำร้ายทุบตี โดยเธอได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตหลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และจากการสืบสวนในคดีการลักพาตัวในพื้นที่ กลับพบว่าเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น ไม่มีรายงานฉบับใดเลยที่รายงานว่ามีเด็กถูกลักพาตัวหรือมีการซื้อขายมนุษย์ในพื้นที่มาก่อน จึงสรุปได้ว่า ข่าวลือที่แพร่กระจายใน WhatsApp ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เกิดความตื่นกลัว จนเป็นเหตุให้เกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น source…

ผู้เชี่ยวชาญหวั่นใจ ศึกษาแล้วพบว่า กรุงโตเกียวอาจเป็นอัมพาต ถ้าภูเขาไฟฟูจิระเบิด

  ผลการศึกษาของรัฐบาลญี่ปุ่น  เพื่อวางแผนรับมือภัยพิบัติกรณีภูเขาไฟระเบิด ที่ออกมาในวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา สรุปได้ใจความสั้นๆแต่น่าหวั่นใจมากว่า หากภูเขาไฟฟูจิปะทุพ่นเถ้าธุลี จะส่งผลให้กรุงโตเกียวถึงขั้นเป็นอัมพาตแน่นอน ท่ามกลางข่าวการระเบิดของภูเขาไฟตามที่ต่างๆ อย่างตอนนี้ก็ต้องยกให้ฮาวายที่รุนแรงมากจริงๆ ญี่ปุ่นจึงไม่ยอมที่จะวัวหายล้อมคอม จึงได้ตั้งทีมตรวจสอบถึงความเป็นไปได้ที่ว่า หากภูเขาไฟฟูจิเกิดปะทุขึ้นมา เมืองโตเกียวจะเป็นอย่างไร… เพราะปัจจุบันภายนอกอาจดูสวยงาม แต่ลึกลงไปยังร้อนระอุ และพร้อมจะระเบิดปะทุได้ทุกเมื่อ (การระเบิดครั้งล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2250 หรือเมื่อ 311 ปีก่อน) ภูเขาฟูจิกลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นและเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ด้วยความสูง 3,776 เมตร ห่างจากกรุงโตเกียวทางทิศตะวันตก 100 กิโลเมตร ศาสตราจารย์โยชิยุกิ ทะสึซุมิจากมหาวิทยาลัยโกเบ กล่าวว่าโอกาสที่ภูเขาไฟฟูจิจะเริด น่าจะเกิดขึ้นราวปี 2693 หรืออีก 132 ปี และอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจได้ถึง 2.5 ล้านล้านเยน หรือราว 730,000 ล้านบาท และหากรวมผลกระทบต่อการบินและการคมนาคมด้านอื่นๆ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานความเสียหายจะมีมูลค่ามากกว่านี้ และจากผลการศึกษาของรัฐบาลญี่ปุ่น ชี้ว่า หากเกิดการปะทุอีกครั้ง ฟูจิอาจพ่นเถ้าธุลีปกคลุมกรุงโตเกียวหนามากกว่า 10 เซนติเมตร จนทำให้กรุงโตเกียวกลายเป็นอัมพาต…

นักวิทยฯเชื่อสัตว์ตอบสนองต่อเสียงดนตรีตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ หลังทดลองกับจระเข้เร็ปไทล์

  หากจะทดลองกับสัตว์ที่ใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวืตยุคดึกดำบรรพ์มากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นจระเข้ เพราะพวกมันอยู่บนโลกนี้มานานกว่า 90 ล้านปีมาแล้ว โดยนักวิทยาศาสตร์จากเยอรมนีและแอฟริกาใต้ ขอยืมตัวจระเข้แม่น้ำไนล์มาจากสวนสัตว์แห่งหนึ่ง ถึงแม้ว่าวิธีการอาจจะโหดไปหน่อย (มัดปาก-ให้ยาสลบแต่ไม่สลบนะ-ให้พอเคลิ้มๆเดี๋ยวไม่งั้นจะฟังเพลงไม่รู้เรื่อง) จระเข้ยุคใหม่ อยู่บนโลกนี้มา 90 ล้านปี จระเข้ยุคเก่า อยู่บนโลกนี้มา 248 ล้านปี จากนั้นจึงได้จับมันเข้าเครื่องสแกนสมอง (fMRI) เพื่อดูว่าสมองมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร เมื่อได้ฟังเพลงในแบบต่างๆ เช่นการฟังเพลงโทนสูง โทนต่ำ เพลงคลาสสิค เป็นต้น     ผลการทดลองสรุปได้ว่า สมองของจระเข้มีการตอบสนองต่อเพลงในทิศทางที่ใกล้เคียงกับการตอบสนองของนก แต่แตกต่างตรงที่จระเข้ไม่สามารถสร้างสรรค์เพลงขึ้นมาได้เหมือนนก นกจะเปล่งเสียงร้องออกมาเวลาได้ยินเสียงเพลง แต่จระเข้จะนิ่งเงียบไม่แสดงท่าทีแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องแปลกและนักวิทยาศาสตร์ต้องหาคำตอบต่อไปครับ นี่เป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์ศึกษาสมองของสัตว์เลือดเย็นอย่างสัตว์เลื้อยคลานด้วยการใช้เครื่อง fMRI ทั้งนี้ จากการที่จระเข้เป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการหรือการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย นับตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์เป็นต้นมา จึงมีความเป็นได้ที่คุณลักษณะนี้น่าจะมีอยู่ในสมองของสัตว์มานานหลายร้อยล้านปีแล้ว แต่ติดตรงที่ว่าพวกมันไม่สามารถแสดงออกมาเป็นเสียงได้นั่นเอง ไม่แน่ถ้าพวกมันวิวัฒนาการไปิีกสักระยะ วันใดวันหนึ่งจระเข้อาจมีลิ้นเอาไว้ร้องเพลงก็ได้ใครจะรู้ ฮ่าๆๆ source ManoshFizเด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน http://www.flagfrog.com

สหรัฐฯ ประกาศกร้าว จะเป็น “ชาติแรก” ที่ส่งมนุษย์เดินทางสู่ “ดาวอังคาร”

หลังจากที่เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามกำกับนโยบายด้านอวกาศของสหรัฐฯ ฉบับใหม่ ซึ่งนโยบายฉบับใหม่นี้สนับสนุนให้มีการส่งนักบินอวกาศเดินทางไปนอกโลกเพื่อสำรวจอวกาศมากขึ้น และเพื่อเป็นการสนับสนุนความตั้งใจของนายก     จิม ไบรเดนสตีน ผอ.องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ NASA จึงได้ออกมากล่าวในที่ประชุมโครงการมนุษย์สู่ดาวอังคาร ที่วอชิงตัน ดี.ซี. ว่า – “หลังภารกิจความสำเร็จที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับดวงจันทร์ ทั้งหมดทำให้เรามั่นใจและกล้าที่จะต่อยอดโครงการใหม่ที่เราตั้งใจจะเดินทางไปยังดาวอังคารให้ได้เสียที โดยสหรัฐฯ ตั้งเป้าว่าจะเป็นชาติแรกในการส่งมนุษย์ไปเหยียบดาวอังคาร” “วิสัยทัศน์ของท่านประธานาธิบดีเน้นย้ำให้เห็นว่าโครงการสำรวจอวกาศของเราจะทำให้เราเป็นผู้นำในการส่งมนุษย์ไปสำรวจดาวอังคาร ปัจจุบันพวกเรากำลังทำโครงการสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคารควบคู่กันไป และภารกิจเหล่านี้จะเป็นโครงการที่สนับสนุนกันและกัน” “อย่างเร็วที่สุดภายในเดือน ก.ค. – ส.ค. ปี 2020 จะมีการส่งยานสำรวจดาวอังคารที่สามารถเก็บตัวอย่างหินและดินบนพื้นผิวดาวเคราะห์สีแดงนี้และสามารถส่งตัวอย่างดังกล่าวกลับมายังโลก ซึ่งจะเป็นการสำรวจเพื่อค้นหาสมรรถภาพของสภาพแวดล้อมสำหรับการอยู่อาศัยของมนุษย์ และในปี 2033 เราจะเริ่มสร้างอาณานิคมของมนุษย์บนดาวอังคาร อย่างจริงจัง”     เวอรา มัลยานี ผู้ก่อตั้งบริษัท Marschitect สนับสนุนแผนการนี้โดยกล่าวว่า – “ตอนนี้ทางบริษัทได้รับผิดชอบทำหน้าที่สำรวจแนวคิดเกี่ยวกับการวางแผนเมืองอย่างยั่งยืนบนดาวดาวอังคาร โดยคุณสามารถเข้าไปในเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อดูแบบบ้านที่ถูกออกแบบมาให้สามารถรองรับกับสภาวะเรือนกระจกที่รุนแรงบนดาวอังคารได้ รวมไปถึงเสื้อผ้าที่ทำความสะอาดได้ง่าย ผลิตจากเส้นใยพลาสติกสามารถกำจัดแบคทีเรียบนดาวอังคารได้” source ManoshFizเด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน…

กินได้จริงอะ!? พบกับ ปีกไก่ทอดทองคำ 24K คิดค้นโดยเซเลปนามว่า Foodgod

หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทองคำที่เราเห็นว่าเป็นเครื่องประดับสามารถกินได้จริงๆหรอ คำตอบคือ: กินได้จริงๆนะครับ แต่ต้องเป็นทองคำเปลวแท้(ทองบริสุทธิ์) เพราะทองไม่ย่อย ไม่ดูดซึม ในระบบทางเดินอาหาร กินไปเท่าไรก็ขับออกมากับอุจจาระในแบบเดิม ส่วนสรรพคุณของการกินทอง ที่เราเห็นตามโฆษณานั้น คือทองคนละชนิดกับที่เรากินในขนมและอาหารนะครับ ซึ่งก็คือพวกทองที่ดัดแปลงโครงสร้างและผิวให้มีความเฉพาะครับไม่ใช่ก้อนทอง (Gold nanoparticle) ครับผม ส่วนขนมไทยเราทั้งขนมตระกูลทองๆทั้งหลายก็ใช้ ทองคำเปลวทองแท้ เป็นส่วนผสมเหมือนกันครับ อิอิ     ร้าน The Ainsworth ซึ่งตั้งอยู่ที่รัฐ New York และ New Jersey เมนูนี้คิดค้นโดย Jonathan Cheban ที่เขาเรียกตัวเองว่าพระเจ้าแห่งอาหาร “Foodgod” ซึ่งมีผู้ติดตามใน IG มากถึง 2.6 ล้านคน โดยปีกไก่สุดหรูนั้นจะถูกแช่ลงใน เนยมะพร้าว เนยทองคำ น้ำผึ้งเป็นเวลา 12 ชั่วโมง ก่อนที่จะนำไปทอดกับน้ำมัน และมาคลุกกับซอสที่ผสมทองคำ 24 กะรัต แค่นั้นยังไม่พอ และเมื่อรอซอสทองคำเซ็ทตัวดีแล้ว ก็จะโรยด้วยผงทองคำทับไปอีกชั้นเป็นอันเสร็จสิ้นพร้อมเสิร์ฟครับ  …

มาร์โกต์ ร็อบบี้ เผย – “หนังเดี่ยวของ Harley Quinn จะอยู่ในหนังประเภทเรท R”

ถ้าใครที่ติดตามผลงานของเจ๊ มาร์โกต์ จากหลายๆเรื่องจะทราบดีนะครับว่า เจ๊แกมักจะเล่นฉากวาบๆหวิวๆ แบบเห็นหมดได้โปรมากๆชนิดที่ว่าไม่มีอายกันเลย มืออาชีพสุดๆ โดยเฉพาะเรื่อง The Wolf of Wall Street นี่คือเห็นหมด สุดยอดไปเลย! หลังจากที่ 2 ปีที่แล้ว มาร์โกต์ ร็อบบี้ ได้เซ็นสัญญา กับวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ในการรับตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างอิสระและนักเขียนบทอิสระ การเซ็นสัญญาครั้งนี้ทำให้มาร์โกต์ ร็อบบี้ สามารถอำนวยการสร้างหนังภาคแยก Harley Quinn ได้หลายๆ เรื่อง   กระทั่ง 2 ต่อมา ล่าสุดเจ๊มาร์โกต์ ได้เผยว่า “หนังเดี่ยวของ Harley Quinn นั้นจะไม่ใช่หนังเดียวสะทีเดียว แต่จะเป็นหนังที่รวมเพื่อนสาวตัวร้ายของ ฮาร์ลีย์ ควินน์ ไว้สะมากกว่า ฉันอยากเห็นเธออยู่กับเพื่อนผู้หญิงคนอื่น ฉันพูดตลอดตอนที่ถ่ายทำ Suicide Squad เธอต้องมีเพื่อนสาว เธอต้องมีเพื่อนสาวอยู่ด้วยเพราะเธอชอบแบบนั้น และอย่างที่คุณเห็นในฉบับคอมมิค เธอชอบพบปะผู้คน ไม่ว่าผู้คนไหนก็ตาม แต่เธอต้องการแก๊งเล็กๆของเธอ อาจจะอยู่ในหนังพวก…