เด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก - ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

นักวิจัยพบ “เชื้อโรค” นับล้านชนิดตกมาจาก “ชั้นบรรยากาศ” กว่าล้านล้านตัวทุกวัน

ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ และผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก จากแคนาดาและสหรัฐอเมริกา ต้องใช้เวลากว่า 20 ปี ในการพยายามหาคำตอบ ของการเจ็บป่วยของผู้คนด้วยเชื้อโรคแบบเดียวกันที่กระจัดกระจายไปทั่วทุกมุมโลก ว่าแท้จริงแล้วไวรัสและเชื้อแบคทีเรียนั้นเดินทางข้ามทวีปไปได้อย่างไร – งานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ International Society for Microbial Ecology Journal     พวกเขาตั้งห้องทดลองบนเทือกเขาเซียร์รา เนวาดา ของสเปน เพื่อศึกษาการเดินทางของเชื้อโรคขนาดเล็กที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า พบว่าไวรัสและแบคทีเรียหลายล้านชนิด รวมถึงเชื้อโรคร้ายมากมาย ถูกพัดขึ้นไปอยู่ในบนชั้นบรรยากาศโลกชั้นฟรีโทรโพสเฟียร์ ซึ่งอยู่เหนือสภาพลมฟ้าอากาศ ในรูปแบบของชิ้นส่วนขนาดเล็กมาก ส่งผลให้ทั้งไวรัสและแบคทีเรียสามารถปลิวออกไปได้ไกลหลายพันกิโลเมตรแล้วตกกลับลงมาสู่ผิวโลกได้ ตัวอย่าง – ไวรัสจากทะเลทรายซาฮารา สามารถเดินทางไปยังแอมะซอนได้ – ไวรัสจากพื้นผิวมหาสมุทร สามารภเดินทางไปถึงยุโรปได้ ซึ่งปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของชั้นบรรยากาศทั้งสิ้น และทีมวิจัยยังพบอีกว่า ทุกๆ 1 ตารางเมตรในชั้นบรรยากาศ จะมีแบคทีเรียหลายสิบล้านชนิดและไวรัสเกือบ 1 พันล้านตัว (ไวรัสส่วนใหญ่จะถูกพัดมาจากละอองน้ำในทะเลลอยไปสู่ชั้นบรรยากาศ และกลับลงมาสู่โลกด้วยฝนและพายุฝุ่น)     นักวิทยาศาสตร์ ประมาณการว่าในร่างกายมนุษย์เรามีแบคทีเรียราวๆล้านล้านตัว และถ้าคิดเล่นๆ ในปี 2018 มีจำนวนประชากรทั่วโลก ประมาณ…

การทดลองปลูกถ่ายผิวหนัง ในยุคสงครามโลก – เปลี่ยนโฉมวงการแพทย์ไปตลอดกาล

  จากบันทึกของนายแพทย์ Harold Gillies (แฮโรลด์ จิลลีส์) – บิดาแห่งการศัลยกรรมพลาสติก ได้บันทึกเอาไว้ว่า – “เหล่าทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โชคดีกว่าเหล่าทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 มากนัก”   สงครามโลกครั้งที่ 1     เพราะเทคโนโลยีสมัยนั้นยังพัฒนาไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่ (100 ปีที่แล้ว) จึงทำให้ผู้ที่มีบาดแผลที่เกิดจากการถูกระเบิดจนทำให้สูญเสียใบหน้า ต้องสวมหน้ากากปูนปั้นเพื่อปกปิดรอยแผลบนใบหน้า และเพื่อไม่ให้ผิวหนังติดเชื้อโรคจากอากาศได้ (ไม่ได้ล้ำยุดเหมือนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ยังสามารถผ่าตัดให้ดูเหมือนปกติได้มากยิ่งขึ้น) ฮือๆน่าสงสารมากครับ อุตส่าห์เสียสละไปรบ แต่ผลตอบแทนคือต้องใส่หน้ากากเช่นนี้ไปตลอดชีวิต     แต่สงครามโลกครั้งที่ 1 ก็ทำให้วงการแพทย์ได้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น ลักษณะแผลที่ทหารได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่สามารถให้ยาสลบแบบเดิมได้ แพทย์จึงต้องคิดค้นการให้ยาสลบแบบใหม่ คือให้ยาเข้าทางหลอดลมโดยตรง ด้วยการใช้ท่อ และยังมีวิธีอื่นอีกมากมายที่ แฮโรลด์ จิลลีส์ ทีมงานได้บันทึกเอาไว้ ทำให้แพทย์รุ่นหลังสามารถอ่านและปฏิบัติได้เอง จึงเรียกได้ว่าสงครามครั้งนี้ทำให้เกิดกลุ่มศัลยแพทย์ที่มีทักษะสูงและสามารถนำทักษะเหล่านี้กลับไปใช้ในช่วงหลังสงครามเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านธรรมดาได้อีกด้วย   Walter Yeo ทหารเรือชาวอังกฤษ เป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่ทำศัลยกรรมพลาสติก หลังได้รับบาดเจ็บสาหัสที่เปลือกตาบนและด้านล่างจากการรบในปี…

สหรัฐฯอนุมัติ ใช้ยุงสายพันธ์ุนักฆ่า “ZAP” ที่ถูกตัดต่อพันธุกรรม เพื่อช่วยเหลือมนุษย์

หน่วยงานการปกป้องสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามอนุมัติให้มีการใช้ ยุงตัดต่อพันธุกรรมที่มีชื่อว่า “ZAP” เพื่อ ให้พวกมันไปจัดการกับยุงในธรรมชาติที่แพร่เชื้อโรคมาสู่เผ่าพันธุ์มนุษย์ ใน 20 รัฐ ทั่วอเมริกา     เจ้ายุงสุดเจ๋งที่ชื่อว่า ZAP ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยบริษัท MosquitoMate ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (ฺBiotech) ทางทีมวิจัยของบริษัทได้ออกแบบให้พวกมันไม่กัดคน และยุงทุกตัวในโครงการนี้จะทำหน้าที่นำพาแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Wolbachia ซึ่งส่งผลให้เมื่อมีการผสมพันธุ์กับยุงเพศเมีย ไข่ยุงจะไม่ฟักตัว และถึงแม้จะฟลุคออกลูก ยุงก็จะฝักออกมามีแต่ตัวเมีย และเกิดมาไร้ปีกไม่สามารถบินได้อีกด้วย เป็นการลดจำนวนประชากรยุง และลดอัตราการแพร่เชื้อโรคร้าย ที่ฉลาดมากๆครับ เพราะเชื่อหรือไม่ว่าเมื่อ 8 ปีที่แล้ว มีคนป่วยเพราะยุงมากกว่า 100 ล้านคน และเสียชีวิตราว 25,000 ราย ทั่วโลก ยุงคือนักฆ่าที่โหดร้ายกว่ามนุษย์     และหากถามว่าทำไมเราถึงไม่กำจัดยุงให้สูญพันธุ์ไปเลยจะได้จบเรื่อง นั่นก็เพราะ – ยุงยังมีหน้าที่สำคัญ ในฐานะผู้ช่วยผสมเกสร รวมถึงเป็นแหล่งอาหารสำหรับนกและปลา ดังนั้นแทนที่จะกวาดล้างหรือลดจำนวนประชากรยุงก็อาจเลี่ยงไปใช้วิธีดัดแปลงพันธุกรรมให้ยุงมีความทนทานต่อการติดเชื้อ หรือจะใช้วิธีข้างต้นที่เราได้อ่านมาก็ได้คือ ทำให้มันไม่ต้องกัดมนุษย์สะก็จบเรื่อง source ManoshFizเด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน…

NASA พบกาแล็กซี ที่สว่างจ้าที่สุดในจักรวาล สว่างกว่าดวงอาทิตย์ 300 ล้านล้านดวง

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2558 “ไวด์ ฟีลด์ อินฟาเรด เซอร์เวย์ เอ็กซ์พลอเรอร์” หรือกล้องโทรทรรศน์อวกาศ “ไวส์” ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ NASA ได้เปิดเผยการค้นพบอันน่าตื่นตา นักดาราศาสตร์พบกาแล็กซีที่สว่างที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ เจิดจ้ามากกว่าดวงอาทิตย์ 300 ล้านล้านดวง     โดยกาแล๊กซี่นี้มีชื่อว่า WISE J224607.57-052635.0 อยู่ห่างจากโลกของเราราว 12,500 ล้านปีแสง หรืออาจจะกล่าวเท่ๆได้ว่า เรากำลังมองเห็นอดีตเมื่อ 12,500 ล้านปีก่อนของกาแล็กซี่แห่งนี้ ซึ่งมันเจ็งมากๆเพราะ ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงแรกๆ หลังจากจักรวาลได้ถือกำเนิดขึ้น (นักวิทยาศาสตร์คาดว่าจักรวาลมีอายุราว 13,800 ล้านปี) และสิ่งที่ทำให้กาแล๊กซี่แห่งนี้สามารถส่องสว่างกว่าดวงอาทิตย์ 300 ล้านล้านดวง นั่นก็เพราะ หลุมดำขนาดใหญ่มหึมาที่อยู่บริเวณใจกลางกาแล็กซี เจ้าหลุมดำนี้ทำหน้าที่ ดูดเอาก๊าซและอนุภาคต่างๆ ให้หมุนวนอยู่รอบๆ จึงทำให้เกิดความร้อนสูงหลายล้านองศาเซลเซียส จากความร้อนที่สูงถึงในระดับนั้น เลยทำให้มีพลังงานที่สูงมาก แสงสว่างจึงเจิดจ้าโดดเด่น สว่างกว่าดวงอาทิตย์ 300 ล้านล้านดวง ได้นั่นเอง    …

ค้นหา MH370 แต่กลับพบซากเรือโบราณถึง 2 ลำ!

สำนักข่าว CNN ได้รายงานถึงความคืบหน้าของ ทีมงานเอกชนที่อยู่ระหว่างดำเนินการค้นหาซากเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 ที่สูญหายไปตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2014 พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน ระบุว่าในระหว่างการค้นหาทีมงานกลับพบซากเรือ 2 ลำ 1.ลำนึงสร้างจากไม้ 2.ลำนึงสร้างจากเหล็ก ทั้งสองลำจมอยู่ใต้ความลึกราว 3,900 เมตร ในบริเวณมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ ซึ่งคาดว่าเป็นเรือขนส่งถ่านหินในช่วงศตวรรษที่ 19 ภาพที่เพื่อนๆเห็นอยู่นี้ ถูกถ่ายโดยใช้โดรนใต้น้ำมีติดตั้งกล้องคุณภาพสูงเอาไว้ จีงสามารถยืนยันได้ว่า ซากที่พบ เป็นซากเรือโบราณจริง และหลังจากได้นำภาพทั้งหมดไปให้พิพิธภัณฑ์ซากเรือโบราณของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ทำการตรวจสอบเบื้องต้น นายรอสส์ แอนเดอร์สัน นักโบราณคดีใต้น้ำระบุว่า   1.เรือไม้     อาจเป็นเรือ ดับเบิลยู กอร์ดอน ซึ่งสูญหายไปในขณะที่กำลังเดินทางจากเมืองกลาสโกวในสก็อตแลนด์ไปยังเมืองแอดิเลดในออสเตรเลีย หรือไม่อาจจะเป็นเรือ แม็กดาลา ซึ่งสูญหายไประหว่างเดินทางจากเมืองพีนาร์ธของเวลส์ไปยังเกาะเตอร์นาเตในอินโดนีเซีย โดยสันนิฐานว่าเศษถ่านหิน และโครงสร้างตัวเรือที่เป็นเหล็ก   2.เรือเหล็ก     อาจเป็นเรือ West…

กลุ่มแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือ “Hidden Cobra” ใช้ไทยเป็นฐานโจมตี 17 ประเทศทั่วโลก

  McAfee บริษัทด้านความปลอดภัยซอฟท์แวร์ชื่อดังของโลก เผยรายงานที่ระบุว่า เมื่อ วันที่ 14-18 มีนาคมที่ผ่านมา กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ใช้ชื่อ “Hidden Cobra” ที่มีความเกี่ยวโยงกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ ได้ใช้ เซิร์ฟเวอร์ในไทยเป็นฐานปฏิบัติการ “GhostSecret” เจาะข้อมูลหน่วยงานรัฐ เอกชน สถาบันการเงินทั่วโลก และปล่อยมัลแวร์ โดยประเทศที่ถูกโจมตีมีมากถึง 17 ประเทศ ประเทศที่ถูกโจมตีคร่าวๆ ตุรกี สหรัฐฯ ออสเตรเลีย เยอรมนี จีน ญี่ปุ่น และรวมถึงประเทศไทยเอง โดยเป้าหมายของภารกิจปฏิบัติการ “GhostSecret” คือ ขโมยข้อมูลสำคัญจากระบบโครงสร้างพื้นฐานหลักของโลก ไม่ว่าจะเป็นบรรษัทโทรคมนาคม สถาบันการเงิน หน่วยงานสาธารณสุข รวมถึงบริษัทด้านบันเทิง ล่าสุด ประเทศตุรกี พึ่งโดนโจมตีสถาบันการเงิน     Hidden Cobra เป็นกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่เชื่อกันว่าอยู่เบื้องหลังการปล่อยมัลแวร์ Wanna Cry เมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว ซึ่งกระทบกับระบบคอมพิวเตอร์ทั่วโลก โดยการแฮ๊กลักษณะนี้คล้ายกับมัลแวร์ที่ใช้ในปฏิบัติการโจมตี โซนี่ พิกเจอร์ส เมื่อปี…

นิวซีแลนด์ยก “ขายบริการทางเพศ” เป็นทักษะอาชีพ สาวๆขอวีซ่าทำได้ถูกกฎหมาย

นิวซีแลนด์ประเทศที่มีสวัสดิการให้กับคนทำงานในอุตสาหกรรมทางเพศที่ดีที่สุดในโลก อาชีพขายบริการทางเพศเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมายในนิวซีแลนด์มาตั้งแต่ปี 2003 แต่ล่าสุด นิวซีแลนด์อนุญาตให้อาชีพนี้ขยายไปสู่แรงงานข้ามชาติหรือผู้ที่ต้องการอพยพเข้ามาทำในงานในนิวซีแลนด์ได้แล้ว     ผู้อพยพที่ต้องการเริ่มชีวิตในนิวซีแลนด์ สามารถระบุทักษะการขายบริการทางเพศ พนักงานให้บริการเซ็กซ์โฟน และเพื่อนเที่ยว (sex work) ลงในเอกสารยื่นขอวีซ่าได้แล้ว หลังจากทางการได้เพิ่มทักษะอาชีพนี้ลงในรายชื่อกลุ่มอาชีพมาตรฐานของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยกฎหมายใหม่แม้จะเปิดกว้างต้อนรับแรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมทางเพศ แต่ต้องบอกว่า ข้อกำหนดกฎหมายของนิวซีแลนด์ค่อนข้างเข้มงวด – จะต้องมีรายได้ต่อชั่วโมงเฉลี่ยที่ 800 บาท – รายปีจะต้องมีรายได้ 1.7 ล้านบาท – ต้องทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รวมถึง ผู้ขอวีซ่าอาชีพขายบริการทางเพศจะต้องอยู่ในนิวซีแลนด์อย่างถูกกฎหมาย และต้องได้รับหนังสือเสนอการจ้างงานจากนายจ้างอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร แม้อาชีพขายบริการทางเพศจะเป็นอาชีพมีทักษะ แต่การขอวีซ่าก็ยังยากมากอยู่ดี เพราะไม่ใช่อาชีพที่ผู้อพยพสามารถทำได้ระหว่างถือวีซ่าชั่วคราว เพราะการแก้ไขกฎหมายให้อาชีพบริการทางเพศถูกกฎหมายในอดีตเป็นไปเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน และลดการกดขี่ของผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมนี้ ดังนั้นการขยายอาชีพให้คนต่างชาติสามารถเข้ามาทำงานนี้ ในประเทศจึงต้องวางข้อกำหนดและกฎหมายที่เข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และการเอาเปรียบในเรื่องของรายได้กันได้อีก SOURCE ManoshFizเด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน http://www.flagfrog.com

นักอนาคตศาสตร์เชื่อ – เทคโนโลยีจะช่วยให้คนที่เกิดหลังปี 1970 มีชีวิต “อมตะ”

Dr.Ian Pearson (ด็อกเตอร์เอียน แพร์สัน) นักอนาคตศาสตร์ – Futurologist ระดับแนวหน้าของโลก ที่มักคาดคะเนสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้แม่นยำมากกว่า 85% ของทั้งหมดที่เขาคาดคะเนแบบออกสื่อมา โดยบทความนี้เขาได้คาดคะเนว่า “ด้วยพัฒนาการของเทคโนโลยีเชื่อได้ว่าคนที่มีชีวิตอยู่จนถึงปี 2050 อาจมีชีวิตที่เป็นอมตะ”     “เทคโนโลยีหลายอย่างที่จะทำให้เรื่องนี้เป็นจริงขึ้นมาได้ ซึ่งรวมถึงพันธุวิศวกรรมที่จะช่วยคืนความเป็นหนุ่มสาวให้กับเซลล์ในร่างกายและไบโอเทคโนโลยีที่จะช่วยสร้างอวัยวะใหม่ขึ้นมาทดแทนอวัยวะที่เสื่อมสภาพไป ชีวิตที่ไม่มีวันตายอาจไม่ได้หมายถึงการยึดติดกับร่างกายเดิม ถ้าอุปสรรคของชีวิตอมตะคือร่างกายที่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ต่อไปอาจมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถอัปโหลดจิตสำนึกไปเก็บไว้ใน Clound จากนั้นก็ดาวน์โหลดใส่แอนดรอยด์หรือหุ่นยนต์เหมือนคนแบบไหนที่ไหนก็ได้ทั่วโลก หมายความว่าแม้สังขารจะร่วงโรยไปแต่จิตสำนึกของเราจะยังคงอยู่ตลอดไป ถึงตอนนั้นคุณอาจเลือกหุ่นยนต์ที่ดูอายุเท่าไหร่ก็ได้ เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ เทคโนโลยีทั้งหลายทั้งปวงเพื่อชีวิตที่เป็นอมตะนี้เกิดได้ภายในปี 30 ปี คนที่ตอนนี้ยังอายุไม่ถึง 40 คุณได้รับโอกาสนั้นแน่นอน” ในช่วงแรกค่าใช้จ่ายจะต้องสูงมากแน่ ๆ ซึ่งจะมีเพียงมหาเศรษฐีเท่านั้นที่เอื้อมถึง แต่ให้หลังประมาณ 10 ปี ชนชั้นกลางทั่วไปก็น่าจะเข้าถึงได้” – Dr.Ian Pearson   ผลงานอื่นๆ การเซลฟี่จะกลายเป็นปรากฏการณ์ทางเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง และเป็นแหล่งความคิดสำคัญที่อุตสาหกรรมต่างๆ จะหยิบเอาไปใช้งาน เชื่อว่าภายใน 2-3 ปีนี้ เราจะได้เห็นธุรกิจต่างๆ ที่นำเอาการถ่ายเซลฟี่มาใช้ในรูปแบบที่แปลกใหม่อย่างแน่นอน ในอนาคตการใช้กล้องจากสมาร์ทโฟน จะถูกนำมาใช้ในการทำธุรกรรมออนไลน์,…

CIA เตรียมยกเครื่ององค์กร เปลี่ยนใช้สายลับ AI แทนที่มนุษย์

  Dawn Meyerriecks รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคโนโลยีของ CIA ประกาศในที่ประชุม งาน GEOINT Symposium ว่า CIA เตรียมนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในฐานะสายลับแทนที่มนุษย์แล้ว การเติบโตของโลกดิจิทัล ทำให้สภาพแวดล้อมทุกวันนี้ ไม่เอื้ออำนวยต่อสายลับมนุษย์อีกต่อไป ชาติต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 30 ประเทศ ได้พัฒนา AI ให้สามารถ ตรวจจับใบหน้าสายลับด้วยระบบ Face Recognition(ระบบจดจำใบหน้า) มาหลายปีแล้ว การใช้เอกสารปลอม หรือวิธีการปลอมแปลงอื่นๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ของ CIA ในต่างแดนทำงานได้ยากขึ้น มิสามารถทำงานได้ง่ายเฉกเช่นในอดีต CIA จึงจำเป็นต้องปรับตัวเข้าสู่แนวทางใหม่ โดยจะปรับลดจำนวนสายลับที่เป็นมนุษย์ และ เปลี่ยนไปใช้คอมพิวเตอร์ทำงานให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นแทน ซึ่งที่ผ่านมามากกว่า 30 ปีนี้ทาง CIA ก็ได้สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้าน AI มาโดยตลอด “เราได้ศึกษางานที่เกี่ยวข้องกับ AI มากกว่า 140 ชิ้น ส่วนรวมถึง กล้องวงจรปิด , AI…

พลิกประวัติศาสตร์! ร่างลาวาคนกอดกันแห่งปอมเปอี แท้จริงแล้ว เป็นชายทั้งคู่ – ค.ศ.79

ที่จริงแล้วก็มิใช่เรื่องแปลกอันใด หากชายจะรักกับชาย ในยุคปัจจุบัน แต่ถ้าย้อนไปในปี คศ.79 หรือประมาณสองพันปีที่แล้ว ก็ค่อนข้างเป็นเรื่องที่แปลกพอสมควร (แต่ความจริงแล้ว การที่ชายร่วมรักกับชายมีมาตั้งแค่สมัยกรีกโรมันโบราณ หรืออาจจะสมัยเดียวกับปอมเปอีนี่ แล้วหล่ะครับ เป็นการพิสูจน์ความเป็นชายด้วยการที่ให้ทหารทำออรัลเซ็กส์ให้กับชายร่างกำยำ ถ้าทำแล้วไม่สำเร็จก็ถือว่าสอบตก)     ร่างที่เพื่อนๆเห็นกันอยู่นี้มีชื่อว่า Two Maidens ซึ่งแปลว่า สองหญิงสาว เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2017 แมสซิโม โอซานนา หัวหน้าประจำแหล่งโบราณคดีปอมเปอี ประเทศอิตาลี ออกมาบอกกับสื่่อว่า แท้จริงแล้วร่างที่ถูกลาวาหล่อแข็งเอาไว้นั้น เป็นผู้ชายทั้งคู่ และไม่แน่ว่าทั้งสองอาจจะเป็นคนรักกันอีกด้วย การค้นพบนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการตรวจสอบโดยทำการถ่ายภาพรังสี (CAT scans) ร่วมกับการตรวจดีเอ็นเอ จึงพบว่า เจ้าของร่างทั้งสองเป็นชายหนุ่มในวัย 18 และ 20 ปี ภูเขาไฟวิสซุเวียสเกิดระเบิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ.79 (1,939 ปีที่แล้ว) จึงทำให้เมืองปอมเปอีที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ได้รับผลกระทบทั้งจากก๊าซพิษ เถ้าถ่านจากการระเบิดที่โปรยลงมาต่อเนื่อง อีกทั้งโคลนลาวาร้อน ๆ ที่ไหลเข้าท่วมในเมือง คร่าชีวิตผู้คนร่วม…