ค้างคาวนอกจากจะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวที่สามารถบินได้ไกลแล้ว ค้างคาวหลายชนิดยังมีอายุยืนยาวมากเมื่อพิจารณาจากขนาดและน้ำหนักตัว โดยความน่าสนใจนี้ทำให้ นักวิจัยสนใจเรื่องนี้เพื่อนำมาปรับใช้กับกระบวนการสูงวัยของมนุษย์ และเพื่อให้การย่างเข้าสู่วัยทองเป็นไปได้ด้วยดีและมีคุณภาพ

โดยการตรวจสอบคุณสมบัติทางชีววิทยาในค้างคาวหลายสายพันธุ์ ทำให้นักวิจัยได้พบเอนไซม์ชนิดหนึ่งชื่อว่า “เทโลเมเรส (Telomeres)” ซึ่งอยู่ที่ปลายโครโมโซมมีปลอกหุ้มชื่อว่า “เทโลเมียร์ (Telomere)” (โดยปกติแล้วสารเทโลเมเรสนี้จะหุ้มและช่วยปกป้องส่วนปลายของโครโมโซม แต่จะมีขนาดสั้นลงทุกครั้งเมื่อเซลล์แบ่งตัว และการสั้นลงของเทโลเมเรสทำให้เซลล์สลายตัว นำไปสู่กระบวนการชราภาพในสิ่งมีชีวิต)

การแบ่งเซลล์แต่ละครั้งจะทำให้เทโลเมียร์สั้นลงเรื่อยๆ เป็นกระบวนการแก่ชราตามธรรมชาติ

ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจอยู่ตรงนี้ เพราะหลังจากการตรวจสอบทำให้นักวิจัยพบว่า ค้างคาวในกลุ่มค้างคาวหนู และสายพันธุ์อื่นที่ใกล้เคียง มีสารเทโลเมเรสซึ่งไม่สั้นลงจากการแบ่งเซลล์หรือสั้นลงในอัตราที่ช้ากว่าปกติ ค้างคาวหนูนี้โดยเฉลี่ยแล้วจะมีอายุยาวถึง 37 – 41 ปี ซึ่งถ้าเป็นค้างคาวสายพันธุ์อื่นจะมีอายุขัยเพียง 4 ปีเท่านั้น

 

 

การค้นพบคุณสมบัติที่น่าสนใจของ เอนไซม์เทโลเมเรส ที่อยู่ในค้างคาวหนู ทำให้นักชีววิทยาเชื่อว่าอาจนำไปสู่การถอดรหัสมะเร็ง และจะเปิดแนวทางใหม่ๆ ของการรักษาโรคมะเร็งในอนาคต

Fact – ขณะนี้มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียง 19 ชนิดเท่านั้นที่มีอายุยืนยาวกว่ามนุษย์ หากเทียบจากขนาดและน้ำหนักตัว โดย 18 ใน 19 สายพันธุ์ล้วนแล้วแต่เป็นค้างคาวทั้งสิ้น
Fact – เมื่อ 2009 นักชีววิทยา อลิซาเบธ แบล็คเบิร์น ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเวชศาสตร์ จากการค้นพบ ปลายของโครโมโซมจะมีปลอกหุ้มที่เรียกว่า “เทโลเมียร์” เป็นตัวป้องกันการเสียหายของโครโมโซม

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment