ย้อนรอย “ค้างคาวแฝด” ที่ถูกพบในป่าลึกทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล

เมื่อปี 2001 มหาวิทยาลัยรีโอเดจาเนโร ได้เผยภาพของ “ค้างคาวแฝดตัวติดกัน” ที่มีโอกาสพบได้ยากมาก ซึ่งพวกมันถูกพบในป่าลึกทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศบราซิล

จากการตรวจสอบเป็นลูกค้างคาวเพศผู้ ที่ยังคงมีรกติดอยู่ โดยขณะที่พบนั้นมันได้เสียชีวิตลงแล้ว ซึ่งหลังจากตรวจสอบลักษณะทางกายภาพอย่างถี่ถ้วน พบว่าเกิดจากความผิดปกติของไข่ที่ปฏิสนธิแล้วแยกออกจากกันไม่สมบูรณ์ ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ หรืออาจจะตายขณะคลอด เพราะมีรกที่ยังคงติดอยู่กับพวกมัน

ซึ่งข้อความด้านบนนี้เป็นทฤษฎีการเกิดแฝดติดกันที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด และหากเทียบกับมนุษย์จะพบว่า การเกิดฝาแฝดตัวติดกันสามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์จำนวน 1 ใน 200,000 คน

“เราเชื่อว่าแม่ของค้างคาวแฝดตัวนี้ห้อยตัวอยู่บนต้นไม้ ในตอนที่ให้กำเนิดลูกทั้งสอง” Marcelo Nogueira ผู้ศึกษาค้างคาวประหลาดนี้อย่างจริงจัง กล่าว

น่าประหลาดใจที่ตัวอย่างของค้างคาวตัวติดกันนี้ นับเป็นตัวอย่างที่ 3 แล้ว แต่ปรากฏการณ์เกิดฝาแฝดตัวติดกันในสัตว์ยังคงนับเป็นเรื่องที่หาได้ยาก เมื่อเทียบกับมนุษย์ เนื่องจากมีสัตว์จำนวนน้อยที่จะรอดชีวิตหากเกิดมาเป็นแบบนี้ และหากเกิดในมนุษย์จะมีความเสี่ยงมากถึง 80% ที่จะเสียชีวิต ส่วนในสัตว์เมื่อปราศจากความช่วยเหลือทางการแพทย์อัตราความการเสียชีวิตจะสูงกว่านี้

ทั้งนี้ ค้างคาว มีหลายสายพันธุ์ กินผลไม้ กินเลือด กินแมลง ซึ่งสายพันธุ์ที่กินเลือดคือ ค้างคาวแวมไพร์ (Vampire Bat) เป็นค้างคาวขนาดเล็กที่ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อ 26 ล้านปีก่อน มีพฤติกรรมอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาดใหญ่ในถ้ำแถบป่าดงดิบ ออกหากินในเวลากลางคืน โดยจะกินเพียงเลือดของสัตว์เลือดอุ่นขนาดใหญ่กว่าเป็นอาหาร ซึ่งรวมถึงเลือดมนุษย์

Fact – ค้างคาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือ ค้างคาวแม่ไก่ป่าฝน (Malayan flying fox) มีหัวคล้ายหมาจิ้งจอก มีดวงตาโต มีปีกสีดำสนิท บินได้เร็วและไกล เมื่อกางปีกแล้วสามารถกว้างได้ถึง 3 ฟุต หรือ 2 เมตรเลยทีเดียว

อ่านต่อ – พบกับ “ค้างคาวหัวค้อน” สายพันธุ์ค้างคาวสุดแปลก ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแอฟริกา