แบร์ กริล (Bear Grylls) มีชื่อจริงว่า เอ็ดเวิร์ด ไมเคิล กริล (Edward Michael Grylls) เกิดเมื่อ 7 มิถุนายน 1974 ในตระกูลผู้ดีในประเทศไอร์แลนด์เหนือ ปัจจุบันอายุ 44 ปี มีลูกชาย 3 คน ความชื่นชอบในการผจญภัยมาจากการที่มีพ่อที่เคยเป็นทหารราชนาวี เวลาพ่อไปลุยป่าออกแคมป์ที่ไหนแบร์ก็จะไปด้วย ทำให้เขามีสกิลการเอาตัวรอดที่ฝังหัวมาตั้งแต่เด็กๆเลยหล่ะ

  • กริลส์ พูดได้ 3 ภาษา อังกฤษ , สเปน และ ฝรั่งเศส
  • คาราเต้สายดำสองสาย
  • จบปริญญาสาขาสเปนและละตินอเมริกันศึกษา ที่เบิร์คเบ็ค มหาวิทยาลัยลอนดอน ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 2

 

 

ครอบครัวของ แบร์ กริล ย้ายมาอยู่ประเทศอังกฤษเมื่อเขาอายุ 4 ขวบ ทำให้เขาได้มีโอกาสเป็นทหารหน่วยรบพิเศษของกองทัพสหราชอาณาจักร หรือก็คือหน่วย SAS สุดโด่งดัง นั่นเอง (มีผู้สมัครกว่า 100 ราย คัดเลือกจนเหลือเพียง 6 รายเท่านั้น) แต่ประสบอุบัติเหตุจากการโดดร่มที่ประเทศแซมเบียในปี 1996 อาการบาดเจ็บสาหัสนี้ทำให้ เขาถูกปลดประจำการ และ 18 เดือนให้หลัง เขาก็สร้างชื่อเสียงให้ตนเองโดยการพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ในปี 1998 ด้วยวัย 23 ปี ก่อนที่จะมาทำรายการ Man VS Wild แบร์ยังเคยทำอะไรบ้าๆมาแล้วมากมาย เช่น

  • เคยเอาอ่างอาบน้ำมาทำเป็นเรือแล้วเปลือยกายล่องแม่น้ำเธมส์
  • สร้างสถิติโลกด้วยการทานดินเนอร์บนโต๊ะอาหารที่ห้อยจากบอลลูน ที่ความสูง 7,600 เมตร
  • ท่องภูเขาหิมาลัยด้วยพาราไกลเดอร์ ที่ความสูง 26,000 ฟุต
  • ล่องเรือยางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติค

“นี่คือช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิตผม ผมต้องให้ครอบครัวและเพื่อนพ้องคอยดูแล ร่างกายของผมค่อยๆดีขึ้น ณ ตอนนั้น ผมได้เรียนรู้ว่าบางครั้งมันต้องมีอะไรแรงๆ มาเกิดขึ้นกับชีวิตคุณสักครั้ง เพื่อที่จะทำให้คุณตระหนักได้ว่าอะไรคือสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตคุณจริงๆ และ ผมออกจากโรงพยาบาลด้วยใจที่ลุกโชนอีกครั้ง” แบร์ กริล กล่าว แล้วก็ออกไปทำอะไรข้างต้นอย่างที่เรานำเสนอไปนี่แหละ ไฟพี่แกคงลุกไปถึงดาวอังคารแน่ๆเลย

 

 

Man VS. Wild รายการที่แจ้งเกิดให้กับ แบร์ กริล ให้กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ออกอากาศตั้งแต่ปี 2006 ถึงปี 2011 ทั้งหมด 36 ตอน ใน 7 ซีซั่น และนี่คือการกินที่ชวนแหวะมากที่สุดของ แบร์ กริลล์ (ถ้าใครเป็นพวกคอตื้นขอให้ข้ามจุดนี้ไป)

  • กินเลือดจามรี และลูกตาของมัน
  • หัวใจกวางเรนเดียร์
  • ซากม้าลาย
  • คั้นน้ำในอึของช้าง และกินอึหมี (อันนี้ติดตาและตราตรึงใจที่สุดละ)
  • ดื่มปัสสาวะตัวเอง
  • กินงูสดๆขณะที่มันยังดิ้นอยู่
  • กินตัวอ่อนของด้วงแรด (แหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยม)
  • กินอัณฑะของแพะ
  • กินไขมันจากศพอูฐ

คาดว่า แบร์ กริล ได้รับค่าตัวจากการถ่ายทำสารคดีนี้ตอนละ 2.4 ล้านบาท ยังไม่รวม ส่วนแบ่งจากค่าลิขสิทธิ์จากการขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเขาประมาณ 13-22%  (เช่น มีดพับ ,ชุดติดไฟ ,เชือกกำไรข้อมือ ,มีดเดินป่า ,มีดสปาต้า และสินค้าอื่นๆอีกมากมาย) ทำให้ในปัจจุบัน แบร์ กริล มีสินทรัพย์ทั้งหมดประมาณ 662 ล้านบาท

 

 

กฏการเอาชีวิตรอดของ แบร์ กริลล์ แค่จดจำ 4 ตัวอักษร และกฏ 333 นี้ไว้

  1. P- Protection (การป้องกันตัว)
  2. R- Rescue (ช่วยเหลือ)
  3. W- Water (น้ำ)
  4. F- Food (อาหาร)
  • ขาดน้ำได้นานที่สุด 3 วัน
  • ขาดอาหารได้นานที่สุด 3 สัปดาห์
  • ขาดอ็อกซิเจนได้นานที่สุด 3 นาที

คุณต้องมั่นใจว่าตัวเองปลอดภัย และไม่มีอันตรายใดๆ อยู่รอบตัว จากนั้นค่อยให้การช่วยเหลือคนในกลุ่ม พร้อมกับพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่เห็นได้ชัดเจนสำหรับหน่อยกู้ภัยที่จะเข้ามาช่วยเหลือ ต่อไปคือหาน้ำดื่ม และอาหารให้เพียงพอ ถ้าคุณทำตามกฎทุกข้อที่ผมพูดมา มันก็จะมีความผิดพลาดน้อยลงสำหรับการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด

Fact – ช้างจะย่อยอาหารไม่สมบูรณ์ เพราะจะย่อยอาหารที่กินเข้าไปเพียง 60 -70 เปอร์เซ็นต์ อีก 30 เปอร์เซ็นต์ ขี้จะยังสดๆอยู่ ซึ่งถ้าบังเอิญขี้ก้อนนั้นมีพืชที่เป็นพิษอยู่ในอึแล้วเราไปคั้นน้ำกินเข้า เราอาจถึงตายได้
Fact – Survival Academy คือโครงการที่ แบร์ กริล จัดขึ้นเพื่อสอนวิธีการเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขันสำหรับครอบครัว โดยพวกเขาต้องอยู่และทำกิจกรรมกลางป่าด้วยกัน 24 ชั่วโมง
Fact – ครั้งหนึ่ง แบร์ กริล เคยพาลูกชายคนสุดท้องวัย 11 ขวบ ไปปล่อยเกาะให้อยู่เพียงลำพัง เพื่อที่จะฝึกให้ลูกของตนเองแข็งแกร่งเหมือนตน สุดท้ายเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือชายฝั่งต้องเข้าช่วยเหลือและพาตัวลูกชายออกจากเกาะแห่งนั้น จากเหตุการณ์นี้แบร์ กริล โดนคนรุมด่าเละ และเขาก็ออกมาบอกว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสุดหัวใจ

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน