หมึกบลูริง (Blue-ringed) อันตรายมากแค่ไหน ? และทำไมถึงไม่ควรกิน ?

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2019 หลังจากที่ผมเห็นข่าวว่ามีคนไทยคนหนึ่ง ได้เดินทางไปที่ตลาดเพื่อซื้อหมึกนำมาประกอบอาหารที่บ้าน และด้วยความที่หมึกตัวดังกล่าวมีลายจุดสีน้ำเงินรอบลำตัว จึงทำให้เขาถ่ายรูปเจ้าหมึกแล้วโพสท์ลงโซเชียลมีเดียเพื่อถามว่า นี่คือหมึกอะไร ?

ซึ่งถ้าเขาไม่ทำแบบนี้ เขาก็คงเสียชีวิตไปแล้ว เพราะหมึกชนิดนั้นคือ Blue-ringed octopus (หมึกบลูริง หรือ หมึกสายวงน้ำเงิน) หมึกตัวเล็กที่มีฉายาว่า “สวยประหาร”

ทำความรู้จัก

มันคือหนึ่งในสัตว์น้ำที่มีพิษร้ายแรงมากที่สุดในโลก : ขนาดความยาวลำตัว 15-60 มม. พบได้มากทั้งในอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน จุดเด่นอยู่ตรงที่ลายรูปวงแหวนสีน้ำเงินหรือสีฟ้าประทั่วตัว ความจริงแล้วพวกมันเป็นสัตว์รักสงบ มักจะแอบอยู่ตามรู ซอกหิน กอสาหร่าย ไม่ได้ออกมาเพ่นพ่าน ลอยสะเปะสะปะไปทั่วทะเลแบบแมงกะพรุน

อันตรายมากแค่ไหน ?

พิษของมันรุนแรงเป็นอย่างมาก พวกมันเพียงตัวเดียวก็มีฤทธิ์มากพอที่จะทำให้ผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนัก 75 กก. จำนวน 10 คนเป็นอัมพาตได้สบาย ๆ (เป็นพิษชนิดเดียวกับที่พบในปลาปักเป้า) เหยื่อที่ถูกกัดจะรู้สึกตัวตลอดเวลาแต่จะไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ หลังจากนั้นจะหยุดหายใจภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง แต่หากได้รับพิษปริมาณน้อยผู้ป่วยจะฟื้นเป็นปกติภายใน 24 ชม. ซึ่งตอนนี้ยังไม่มียาแก้พิษชนิดนี้

แล้วถ้ากินเข้าไปล่ะ ?

ข้อความก่อนหน้านี้พูดถึงการถูกกัด แต่ถ้าเราเผลอกินมันเข้าไปทั้งตัวล่ะจะเกิดอะไรขึ้น ? คำตอบ : แน่นอนว่าคุณจะต้องตายอย่างแน่นอน เพราะเพียงแค่การสัมผัสก็ทำให้คุณเป็นอัมพาตได้แล้ว ซึ่งข้อมูลต่อไปนี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริง มีรายงานถึงการเสียชีวิตของผู้ที่เผลอกินหมึกชนิดนี้ทั้งออสเตรเลียและเวียดนาม ซึ่งผู้ที่เผลอบริโภคส่วนมาก 25% จะเสียชีวิตภายใน 2-5 นาที เพราะการนำมันไปประกอบอาหารจะทำให้ ต่อมน้ำลายพิษแตกออกเพิ่มขึ้น และแม้จะผ่านความร้อนก็ไม่เป็นผล

Fact – หมึกบลูริง และ ปลาปักเป้า (น้ำเค็ม) มีพิษอยู่เหมือนกันก็คือ เทโตรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) มีผลต่อระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาทโดยตรง ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาตามอาการ และพิษจะถูกขับออกจากปัสสาวะ การให้ยาขับปัสสาวะจะช่วยให้พิษถูกขจัดออกได้เร็วขึ้น

Fact 2 – ด้วยความที่หมึกชนิดนี้ ตัวเล็กและมีสีสันสวยงาม ทำให้เป็นที่นิยมของผู้ที่ชื่นชอบในการเลี้ยงปลาสวยงาม และสัตว์แปลก แต่ทว่าด้วยพิษอันร้ายแรงจึงทำให้กรมประมงไม่อนุญาตให้นำเข้าหมึกชนิดนี้ในประเทศ แต่ก็ยังคงมีการลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศอยู่เสมอ