กาลครั้งหนึ่งดนตรีแนว Blues (บลูส์) เคยถูกเรียกว่าเป็น “ดนตรีของปีศาจ”

ก่อนที่ดนตรีแนว Blues จะเกิดขึ้น ขอเล่าย้อนไปในช่วงที่ สหรัฐอเมริกา ประกาศเลิกทาศและปลดปล่อยคนดำในช่วงปี 1860s ทำให้คนผิวสีส่วนใหญ่มีอิสระในการทำอะไรต่าง ๆ มากมาย

แต่ในช่วงเวลานั้น ยังมีบางพื้นที่ที่ยังมีการเหยียดผิวขั้นรุนแรงอยู่ ทำให้คนดำส่วนใหญ่ ไม่สามารถใช้สถานที่ร่วมกับคนผิวขาวได้ เช่น ร้านอาหาร, โรงแรม, ที่พัก หรือ บาร์ จะเป็นเขตจำกัดที่ให้บริการเฉพาะคนผิวขาวเท่านั้น

แต่ก็ยังโชคดีที่ทางรัฐบาลมอบโอกาสในการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ให้กับคนผิวสี และทำให้มีสถานที่รวมตัวของคนผิวสีเกิดขึ้นมากมาย เช่น ร้านอาหาร, ผับ, บาร์ หรือ โบสถ์ ที่คนผิวสีสามารถไปใช้บริการ และพักผ่อนหย่อนใจได้

บาร์ต่าง ๆ ที่คนผิวสีไปรวมตัวกัน ทำให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาในสังคมอเมริกันมากมาย และหนึ่งในนั้นคือดนตรีแนวใหม่ที่มีชื่อว่า Blues (บลูส์) ดนตรีที่มีต้นกำเนิดมาจากคนผิวสีชาวอเมริกัน

ดนตรีบลูส์ ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจนทำให้มีคนรวมตัวกันมากขึ้น แต่นั่นกลับทำให้ฝั่ง “บุคคลที่เคร่งศาสนา” ไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก เพราะ ดนตรีบลูส์ ทำให้คนผิวสีไปรวมตัวกันที่บาร์ แทนที่จะเป็นโบสถ์ และลืมพิธีกรรมทางศาสนาในวันสำคัญต่าง ๆ และพวกเขายังกล่าวว่า ดนตรีแนวนี้ทำให้คนมั่วสุมอยู่กับสิ่งอบายมุขมากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้ที่เคร่งศาสนาเรียก ดนตรีบลูส์ ว่า “ดนตรีของปีศาจ”

นอกจากความเชื่อทางศาสนาแล้ว ยังมีข่าวแย่ ๆ เกี่ยวกับ นักดนตรีบลูส์ อีกหลายเหตุการณ์ด้วย ซึ่งนั่นทำให้บางครอบครัวผิวสีเชื่ออย่างสนิทใจว่า มันคือ “ดนตรีแห่งความชั่วร้าย” เช่น

  • นักร้องบลูส์ Son House ถูกตัดสินว่ามีความผิดในเหตุฆาตกรรมไป 2 ศพ ด้วยอาวุธปืน
  • นักดนตรีบลูส์  หลังจากที่แหกคุกออกมาก็ก่อเหตุฆ่าสมาชิกในครอบครัว และแทงชายผิวขาวด้วยมีด
  • Robert Johnson นักดนตรีที่เชื่อว่าได้ขายวิญญานให้กับปีศาจ เพื่อแลกกับฝีมือที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ

ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างนี้ ทำให้ ดนตรีแนวบลูส์ ถูกมองไปในทางแย่ลง และมีคนจำนวนไม่น้อยต่อต้านนักดนตรีที่เล่นเพลงแนวนี้ และคนเคร่งศาสนาหลายคนเชื่อว่า “มันมาจากปีศาจ” จริง ๆ

แต่เชื่อหรือไม่ว่า ดนตรีแนวบลูส์ ทำให้เกิดแนวทางดนตรีใหม่ ๆ ขึ้นมากมาย ซึ่งหนึ่งในดนตรีที่แตกออกมาจากบลูส์ คือ Rhythm and Blues (R&B) นั่นเอง และหลังจากที่มันเริ่มกระจายตัวมากขึ้นด้วยเวลา และความนิยม ทำให้ผู้คนเริ่มเปิดใจกับดนตรีแนวบลูส์ และยอมรับมันในที่สุด

ทุกวันนี้เราไม่ค่อยได้ฟัง ดนตรีแนวบลูส์ กันมากเท่าไร แต่ยังคงมีดนตรีแนวใหม่ ๆ ที่มีกลิ่นอายของ บลูส์ ผสมอยู่ในนั้น ถ้าคุณอยากฟังดนตรีแนวบลูส์แบบดั้งเดิม คุณคงต้องค้นหาย้อนกลับไปก่อนช่วงที่คุณจะเกิดเสียอีก เพราะมันเป็นอีก 1 แนวดนตรีที่เก่าแก่ และอยู่กับเรามานานมากทีเดียวครับ

FACT – เนื้อหาของดนตรีแนวบลูส์ส่วนมากจะเกี่ยวกับ ความรัก, ความโหยหา, การหลบหนี และ ปีศาจ ซึ่งผู้แต่งมักนิยามปีศาจเหล่านี้เป็นเหมือนนายทาส ที่บังคับข่มเหงพวกเขาในช่วงที่คนผิวสีต้องตกเป็นทาสนั่นเอง

อ่านต่อ – ยูเนสโกขึ้นทะเบียน ยกให้ “ดนตรีเร็กเก้” เป็นมรดกโลก