สมองเป็นศูนย์บัญชาการของอวัยวะในทุกระบบของร่างกาย โดยเฉพาะระบบปลายประสาท สมองต้องการกลูโคสตลอดเวลา ซึ่งได้จากการเปลี่ยนแปลงคาร์โบไฮเดรต(แป้งและน้ำตาล) เท่านั้น สมองไม่สามารถสำรองกลูโคสไว้ได้ ดังนั้น เลือดจึงต้องมีกลูโคสตลอดเวลา เพื่อนำไปเลี้ยงสมอง แต่อย่าพึ่งมองน้ำตาลเป็นผู้ร้าย หรือ พลเมืองดี ไปสะทีเดียว เพราะอะไรที่เราได้รับมากเกินไปก็ย่อมกลับมาทำร้ายเราได้ทั้งสิ้น

ข้อดีของน้ำตาล (เมื่อได้รับน้ำตาลในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรเกิน 2-6 ช้อนชา ต่อวัน)

  • การกินน้ำตาลช่วยให้ความจำ ดีขึ้น จดจำได้มากขึ้น และยังต่อสู้กับโรคสมองเสื่อมได้
  • การกินน้ำตาลในปริมาณที่เหมาะสมข้างต้นจะทำให้มีน้ำตาลในกระแสเลือดเพียงพอและสมดุล
  • ได้มีการทดลองทั้งในหนูและคน พบว่า เมื่อขาดน้ำตาลไปเลย 3 วันร่างกาจจะปรับเข้าสู่โหมดดีท็อกซ์ ระบบภายในจะทำงานได้ดีขึ้น และเมื่อกลับมาทานน้ำตาลอีกครั้งจะทำให้รู้สึกว่ามันหวานมาก และจะเริ่มควบคุมอาหารและน้ำหนักได้ในที่สุด
  • เคล็ดลับเพิ่มความจำระยะสั้น ท่องหนังสือ ก่อนเข้าประชุม กินน้ำตาลปริมาณ 1 ช้อนชา จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ในขณะเดียวกัน หากร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไปจะก่อให้เกิดอาการซึมเศร้า ขาดความกระตือรือร้น / กาแฟ วันละ 1 ถ้วย น้ำตาล 1 ช้อนชา เท่านั้นพอ
  • แต่หากคุณอยากรู้สึกตื่นตัว หรือมีแรงไปตลอดทั้งวัน ควรกินข้าวโอ๊ต เพราะเป็นอาหารที่ย่อยช้า ทำให้ไม่หิวบ่อย และเป็น Super Food สำหรับนักกีฬาอีกด้วย

ข้อเสียของน้ำตาล ที่เยอะกว่าข้อดี จนทำให้คุณเสพติดจนกลายเป็นขาดหวานไม่ได้ (เครื่องดื่มโดยเฉลี่ยมีน้ำตาลอยู่ที่ ประมาณ 7 ช้อนชา)

  • เมื่อเรากินหวานจัดปริมาณมากเข้าไป น้ำตาลเปลี่ยนเป็นกลูโคสเข้าร่างกายทันทีในเวลาอันสั้น ร่างกายเกิดภาวะเครียด เพราะน้ำตาลในกระแสเลือดสูงสมองมึนงง ความคิดสับสน และถึงขึ้นเป็นลม หมดสติได้จะอันตรายเป็นอย่างมาก
  • เด็กทานน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการเกิดภาวะสมาธิสั้น ระดับเชาว์ปัญญาตก พัฒนาการด้านอารมณ์ไม่คงที่ เครียด วิตกกังวล ดุดัน
  • ตุ่มรับรสของคุณ ลำไส้ของคุณ และสมองของคุณ จะกระตุ้นระบบให้รางวัลไม่ต่างจากที่ร่างการกระทำกระบวนการต่อสารเสพติด อย่างเช่น สุรา หรือนิโคติน – น้ำตาลส่วนเกินจะทำให้ระดับโดพามีนพุ่งขึ้นและทำให้คุณอยากกว่าเดิม กล่าวคือเมื่อคุณกินน้ำตาลเข้าไปมากๆ จะทำให้รู้สึกเหมือนได้รับรางวัลไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสพติดการให้รางวัลตัวเองนั่นเอง (แต่นานๆทีจะกินเค้กสักชิ้นคงไม่เป็นไรหรอก)

สรุป – คุณควรทานน้ำตาลให้พอดี ไม่มากไปและไม่น้อยไป เพราะถึงอย่างไรร่างกายก็ยังต้องการน้ำตาลเพื่อไปหล่อเลี้ยงสมองอยู่ดี ซึ่งการขาดน้ำตาลไปเลยจะเป็นอันตรายอย่างมากครับ เรื่องของการเสพติดน้ำตาล เป็นเรื่องใหญ่มากในประเทศไทย เพราะก่อให้เกิดผู้ป่วยจำนวนมาก และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน ใครที่ยังเสพติดความหวานอยู่ ก็ควรลด ละ เลิก ด้วยวิธีการที่เราแนะนำมา จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายในอนาคตได้แบบไม่น่าเชื่อ

สรุป 2 – ดังนั้นของหวานไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่ากลัวของคนอ้วนที่คนส่วนใหญ่มักจะบอกว่าเป็นตัวทำให้อ้วน แต่อีกแต่อีกด้านหนึ่งมันยังเป็นตัวเสริมความสมองของคุณด้วย

source , source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน