เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2018 ที่ผ่านมา ณ เมืองกานารานา ประเทศบราซิล เมื่อแม่ท้องแก่วัย 15 ปี คลอดลูกสาวตามลำพังในห้องน้ำ แต่ในระหว่างนั้น เธออ้างว่าลูกของเธอคลอดออกมาอย่างรวดเร็วและหัวกระแทกพื้นจนแน่นิ่ง เธอจึงคิดว่าลูกของเธอนั้นเสียชีวิตไปแล้ว แม่วัยใส และคุณยายวัย 57 ปี จึงได้นำร่างทารกน้อยไปฝังดินทันที โดยไม่ได้แจ้งเรื่อง หรือดำเนินการตามกฏหมายใดๆทั้งสิ้น

และเหมือนกับฟ้ามีตา ชาวบ้านในละแวกนั้นได้มาเห็นเข้า โดยขณะนั้นแม่และคุณยายกำลังช่วยกันขุดหลุมอย่างขมักเขม่น ชาวบ้านจึงได้แจ้งตำรวจทันที เพราะหลังจากที่พูดคุยกันแล้ว แม่วัยใสและคุณยายไม่ยอมแจ้งเรื่องการเสียชีวิตของทารกแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเมื่อช่วง 22.00 น. ของวันเดียวกัน ตำรวจเดินทางไปที่เกิดเหตุ แต่แล้วก็ได้ยินเสียงเด็กร้องแปลกๆ มาจากพื้นดิน จึงคาดว่าเด็กทารกอาจยังมีชีวิตอยู่


 

เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้มือขุดหลุมลงไปจนเจอส่วนหัวของเด็กทารก (หลุมลึกประมาณ 50 ซ.ม.) จึงค่อยๆดึงร่างออกมา พบทารกหายใจรวยรินแต่ยังมีชีวิตอยู่ จึงรีบพาส่งโรงพยาบาล แพทย์พบว่าที่กะโหลกศีรษะของทารกรายนี้มีรอยร้าวอยู่ 2 จุด

ฝ่ายแม่วัยใสเนื่องจากอายุไม่ถึงเกณฑ์กฏหมาย จึงไม่ได้รับการตั้งข้อหาใดๆ แต่คุณยายถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย โดยคุณยายได้ให้การในชั้นศาลว่า เธอไม่เห็นสัญญาณของการหายใจ จึงคิดว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว จากนั้นจึงใช้ผ้าห่อและฝังร่างเด็กตามทำเนียมของหมู่บ้าน เมื่อช่วงเวลา 14.00 น. โดยรวมๆแล้วตัวทารกถูกฝังอยู่ใต้ดินนานกว่า 8 ชั่วโมง เลยทีเดียว

หลังจากทำการสอบสวนและสัมภาษณ์ครอบครัว ร่วมกับนักมานุษยวิทยา ทำให้ตำรวจได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า เหตุการณ์นี้อาจเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมชนเผ่าหรือไม่ เพราะ ครอบครัวนี้อยู่ในชนเผ่าพื้นเมือง นุกนิคุส (Nuknikus) และพ่อเด็กไม่ยอมรับเด็กในท้อง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการบูชายัญ ก็เป็นได้ แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อใดๆทั้งสิ้น จึงต้องสอบสวนกันต่อไป

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment