จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 4 กันยายน ค.ศ. 2006 ที่นาย สตีฟ เออร์วิน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์ป่าชาวออสเตรเลีย หรือ นักล่าจระเข้ชื่อดัง ขณะนั้นอายุ 44 ปี เสียชีวิตจากปลากระเบนระหว่างถ่ายทำสารคดีสัตว์ทะเล “โอเชียนส์เดดลีเอสต์” หลายคนอาจสงสัยว่า ปลากระเบน อันตรายถึงขั้นฆ่าคนได้เลยหรือ? และนี่คือข้อเท็จจริงของเหตุสลดในครั้งนั้นครับ

ปลาที่ทำร้ายสตีฟ คือ ปลากระเบนหลังดำ (Bull Stingray) เป็นปลากระดูกอ่อนกลุ่มหนึ่งที่ทางด้านท้องมีช่องเปิดของเหงือก สามารถโตเต็มที่ได้ถึง 3 เมตร และตรงโคนหางจะมีหนาม ซึ่งถูกเรียกว่า “เงี่ยง” ซึ่งเงี่ยงนี้เองเป็นอาวุธที่สำคัญมาก เพราะมีต่อมพิษด้วย อยู่ที่โคนเงี่ยง ซึ่งหากโดนเงี่ยงนี้ทิ่มแทงจะได้รับพิษที่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดอย่างมาก ปัจจุบันยังไม่มีตัวยารักษาพิษกระเบน หากถูกพิษเล่นงาน สิ่งที่ทำได้คือการรักษาตามอาการเท่านั้น

และตรงส่วนนี้นี่แหละคืออาวุธที่พรากชีวิตของ สตีฟ เออร์วิน ไปตลอดกาล เพราะเขาถูกเงี่ยงจากปลากระเบนตัวหนึ่ง แทงเข้าที่อกทะลุปอดรวมถึงหัวใจหลายครั้ง ซึ่งโดยปกติแล้วเพียงแค่โดนเงี่ยงถากๆ ก็ถูกพิษเล่นงานจนเกือบจะเสียชีวิตอยู่แล้ว แต่อันนี้ถูกแทงเข้าไปในปอดจึงทำให้รอดยาก

 

 

ตามธรรมชาติปลากระเบนหลังดำ เป็นปลาที่ไม่ดุร้าย กินพวกกุ้งและสัตว์เล็กเป็นอาหาร เป็นสัตว์หากินกลางคืน ในกลางวันมันจะหมอบซ่อนตัวอยู่ล่างผืนทราย ในบันทึกของประเทสออสเตรเลีย มีผู้เสียชีวิตจากปลากระเบนเพียง 2 รายเท่านั้น ในรอบ 40 ปี นับว่าสตีฟเป็นผู้โชคร้ายที่ได้เป็นรายที่ 3 ของประเทศ

แต่ถึงอย่างไร สารคดีโอเชียนส์เดดลีเอสต์ ก็ถูกถ่ายทำจนเสร็จ และได้ออกอากาศใน ช่องดิสคัฟเวอรี่ แชนแนลในวันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 2007 แต่ไม่ได้กล่าวถึงการเสียชีวิตของ สตีฟ เออร์วิน แต่อย่างใด เชื่อว่าสำเนาและวีดีโอ ที่บันทึกเหตุการณ์การเสียชีวิตทั้งหมด ถูกทำลายตามคำขอของครอบครัวเออร์วิน

ปัจจุบัน บินดิ และ โรเบิร์ต ลูกสาวลูกชายของ สตีฟ เออร์วิน ก็ได้เดินตามรอยเท้าพ่อ โดยการทำงานในสวนสัตว์ออสเตรเลีย และทางครอบครัวยังได้ ก่อตั้งมูลนิธิ Australia Zoo Wildlife Warriors ซึ่งเป็นมูลนิธิที่เทอร์รี ภรรยาของสตีฟ เออร์วินจัดตั้งขึ้น เพื่อระลึกถึงสามีและคุณพ่อ ผู้เป็นที่รักที่ “อยู่ในใจเราเสมอ”

หากคุณชอบเรื่องสัตว์มีพิษ เราขอแนะนำเรื่องนี้ – แมงกะพรุนกล่อง สัตว์ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่รู้หรือไม่ว่า มันมีพิษร้ายที่สุดในโลก!

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment