นักวิจับพบ “คาร์บอนจากระเบิดนิวเคลียร์” จากยุคสงครามเย็น ที่บริเวณใต้ทะเลลึกแปซิฟิก

หลังจากที่โลกได้รู้จักกับอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา (ระเบิดนิวเคลียร์) ทำให้เป้าหมายของการพัฒนาอาวุธของประเทศมหาอำนาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง ประเทศมหาอำนาจทั่วโลกได้แข่งกันสร้างอาวุธอันตรายนี้อย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อครองอำนาจต่อรองให้ตนเองในเวทีสากล แต่กลับกลายเป็นว่า การแข่งขันสร้างอาวุธสุดร้ายแรงนี้ ได้ส่งผลอย่างคาดไม่ถึงต่อที่อยู่อาศัยของสัตว์โลกเสียแล้ว เมื่อมีการตรวจพบ “คาร์บอนนิวเคลียร์” ใต้ทะเลลึก ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นผลลัพธ์ที่ตามมาซึ่งเกิดขึ้นในช่วงสงครามเย็น

งานวิจัยใหม่ที่ถูกตีพิมม์เผยแพร่ลงใน Geophysical Research Letters ระบุว่า ทีมงานนักวิจัยได้มีการพบ คาร์บอนกัมมันตรังสีในระดับที่สูงมากอยู่ในตัวของ amphipods ซึ่งเป็นสัตว์ที่หาอาหารจากสัตว์ที่ตายแล้วบนพื้นมหาสมุทร โดย Ning Wang นักธรณีเคมีจาก Chinese Academy of Sciences กล่าวว่า “ถึงแม้ว่ากระแสน้ำในมหาสมุทรจะต้องใช้เวลากว่าร้อยปีถึงจะพัดน้ำที่มีคาร์บอนกัมมันตรังสีไปยังจุดที่ลึกสุดได้ แต่ดูเหมือนว่าห่วงโซ่อาหารจะทำให้กระบวนการนี้เร็วขึ้นเสียแล้ว”

ตัว amphipods

“คาร์บอนจากระเบิดนิวเคลียร์” ที่เรากำลังกล่าวถึงอยู่นี้ มีชื่อเรียกอีกชื่อนึงว่า “คาร์บอน-14” และมันได้ถูกค้นพบในใต้พื้นผิวทะเลลึกกว่า 7 ไมล์ ณ จุดที่ลึกที่สุดของมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตก ถึงแม้ว่าโดยปกติแล้ว คาร์บอน-14 จะสามารถพบได้ในชั้นบรรยากาศและในสิ่งมีชีวิตบางสายพันธุ์ แต่นักวิจัยกลับพบว่าธาตุกัมมันตรังสีในตัวของ amphipods ที่ถูกตรวจพบนั้น มีค่าความเข้มข้นสูงผิดปกติ ซึ่งเกิดมาจากการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ โดยนิวตรอนจากระเบิดได้ไปทำปฏิกิริยากับไนโตเจนและคาร์บอนจนทำให้เกิดคาร์บอนกัมมันตรังสีขึ้น

และถ้าหากสิ่งมีชีวิตจากก้นบึ้งมหาสมุทรได้รับอันตรายจากผลกระทบเหล่านี้จนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากล่ะ ? จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ? เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าผลกระทบเหล่านี้จะมาไม่ถึงตัวเราในช่วงที่เรายังมีชีวิตอยู่ ?

Weidong Sun นักธรณีเคมีที่ Chinese Academy of Sciences ได้เสริมในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และมหาสมุทรว่า “การกระทำของมนุษย์สามารถสร้างผลกระทบถึงสิ่งมีชีวิตใต้น้ำลึกถึง 11,000 เมตร เนื่องจากความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นของผิวน้ำและใต้ทะเลลึก ดังนั้นเราจึงควรที่จะระวังการกระทำสิ่งต่าง ๆ ที่จะส่งผลไปถึงสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลในอนาคต”

ดูเหมือนว่าสิ่งที่คนรุ่นก่อนในอดีตทำ กำลังจะส่งผลมาถึงคนรุ่นหลังอยากพวกเราเสียแล้ว แต่จากงานวิจัยทำให้เราเห็นว่า เรายังสามารถช่วยกันป้องกันไม่ให้ภัยนี้ลุกลามไปมากกว่านี้ ด้วยการตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นก่อนที่จะทำลายสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ เพื่อทำให้เราสามารถปกป้องมหาสมุทรไว้ให้ลูกหลานของเราสืบไป

ปล. ภาพหน้าปกที่เพื่อน ๆ เห็นคือหนึ่งในสถานที่ทดลองนิวเคลียร์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก เกาะปะการังบิกินี่ หมู่เกาะมาร์แชล อยู่ระหว่างฮาวาย และออสเตรเลีย ในปี 1945 กองทัพสหรัฐฯ เลือกใช้ที่นี่ในการทดลอง ใช้เป็นที่ทดลองอยู่ประมาณ 12 ปี ยิงไปทั้งหมด 23 ลูก ผลจากการทดลองบนเกาะนี้เอง ที่เป็นต้นแบบในการพัฒนาระเบิดปรมาณูที่ใช้กับเมืองฮิโรชิมา และนางาซากิ

Fact – ทุกวันนี้ มีอาวุธนิวเคลียร์เพียงสองชิ้นเท่านั้นที่เคยถูกใช้งานจริงตลอดห้วงเวลาแห่งสงคราม (ไม่นับการทดลอง) โดยลูกแรกถูกใช้ในเมืองฮิโรชิมา และลูกที่สองถูกใช้เหนือเมืองนางาซากิ ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุการณ์โด่งดังที่เราทุกคนล้วนรู้จักกันอย่างแพร่หลาย โดยทั้งสองครั้งได้รับการอนุมัติให้ใช้งานได้โดยสหรัฐอเมริกา

อ่านต่อ – ย้อนรอยเหตุการณ์ “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์รวันดา” หนึ่งในช่วงเวลาที่โหดเหี้ยมที่สุดในโลก !