หลังจากที่มหานครนิวยอร์กพบปัญหาการควบคุมประชากรหนูในเมือง ส่งผลให้ชาวเมืองเดือดร้อนกันยกใหญ่ เพราะเจ้าหนูเหล่านี้ได้ออกมาปล้นสะดมอาหารและยังเป็นพาหะของเชื้อโรคชั้นดีที่สามารถติดต่อสู่คนได้ จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องหาคำตอบโดยเร็วว่า เพราะอะไรปัญหานี้จึงอุบัติขึ้น ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว หนูเหล่านี้เป็นอาหารชั้นเลิศให้กับแมวจรจัดทั่วเมือง

ทีมนักวิทยาศาสตร์จาก Fordham University และ ทีมนักวิทยาศาสตร์จาก Sydney University ได้ร่วมมือกันหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยพวกเขาใช้วิธี ติดตั้งไมโครชิปและกล้องวีดีโอกับหนูขนาดโตเต็มวัย (หนัก 300 กรัม) เป็นเวลา 79 วัน ตามบันทึกวีดีโอมีแมวปรากฏตัวทั้งหมด 306 ครั้ง แต่มีเพียง 3 ครั้งที่แมวเหล่านั้นวิ่งไล่ตามหนูอย่างจริงจัง และมีเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ที่แมวสามารถล่าหนูได้สำเร็จ

นักวิทยาศาสตร์ได้นำผลการทดลองนี้ ไปเปรียบเทียบกับ แมวบนเกาะสจ๊วต ประเทศนิวซีแลนด์ พวกเขาพบว่า แมวบนเกาะแห่งนี้ยังสามารถทำหน้าที่ของพวกมันได้ดีไม่มีขาดตกบกพร่อง เนื่องจากหนูบนเกาะสจ๊วตนั้นมีขนาดเล็ก และมีน้ำหนักเพียง 150 กรัมเท่านั้น จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์สรุปได้ว่า

สาเหตุหลักของปัญหาหนูป่วนเมืองนี้ เกิดจาก ความปั่นป่วนของระบบวิเนศและห่วงโซ่อาหาร แมวในเมืองนิวยอร์ก ต้องเผชิญกับเหยื่อที่มีขนาดใกล้เคียงกับพวกมัน จึงทำให้แมวจรจัดเหล่านั้นต้องหันไปล่า นก แมลงสาบ จิ้งจก หรือ หาเศษอาหารที่มนุษย์ทิ้งไว้แทน เพราะพวกมันคงไม่อยากเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงกับเหยื่อที่น่ากลัวเช่นนี้

และสาเหตุที่ทำให้ หนูเมืองมีขนาดใหญ่กว่าหนูทั่วไปเพราะ สารเคมีที่ใช้ในการเร่งสัตว์ที่ประกอบอยู่ในอาหารของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นโกรทฮอร์โมน หรือสารเร่งเนื้อแดงก็ตาม เมื่อเราทานอาหารไม่หมด ขยะของเราก็กลายเป็นอาหารให้กับหนูในเมือง พวกมันจึงได้รับฮอร์โมนเข้าไปกระตุ้นร่างกายให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม

Fact – หนูในเมืองนิวยอร์ก ส่วนมากจะเป็นหนูสายพันธุ์นอร์เวย์ ปกติจะมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 200 – 500 กรัม แต่เมื่อมาอยู่ในเมืองแห่งนี้ พวกมันมีขนาดเฉลี่ยอยู่ที่ 300 กรัม

อ่านต่อ – แมวจรฆ่าสัตว์ในป่าไปกว่า 650 ล้านตัว จนบางชนิดเสี่ยงสูญพันธุ์

source

เด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน