เพราะเหตุใด “ขี้ค้าวคาวในถ้ำ” จึงมีค่าเทียบเท่าทอง! (1,000 ตัน = 100 ล้านบาท)

  ในอดีตสมัยอยุธยา มูลค้างคาวเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศในการทำดินประสิว เพราะมูลมูลค้างคาวประกอบไปด้วย ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปรแตสเซียม ในปริมาณที่สูงกว่ามูลของสัตว์ชนิดอื่น จึงเป็นที่นิยมนำมาเป็นส่วนผสมในดิน ที่ใช้ในการปลูกพืชเกษตร จนเวลาล่วงเลยผ่านมานับร้อยปี ความนิยมในการใช้มูลค้างคาวก็ลดลงไปเพราะการจะไปเก็บมูลค้างคาวในถ้ำนั้น ทั้งอันตราย และยังถูกฝูงค้างคาวรุมทำร้ายอีกด้วย จนเมื่อปี พ.ศ.2552 ทีมนักวิจัยเข้ามาสำรวจพบว่าใน “ถ้ำพระราม หรือ ถ้ำเจ้าราม” แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย จนพบว่าภายในถ้ำมีค้างคาวอาศัยอยู่เกือบ 2 ล้านตัว ถ่ายมูลวันละ 200 กิโลกรัม หรือปีละ 73 ตัน ซึ่งคาดว่าน่าจะมีมูลค้างคาวสะสมอยู่ในถ้ำประมาณ 1,000 ตัน ตีเป็นมูลค่าได้ 100 ล้านบาท ข้อเสียของ มูลค้างคาว และหากทิ้งมูลค้าวคาวไว้โดยไม่จัดการอะไร นอกจากจะเป็นการทิ้งไปโดยสูญเปล่าแล้ว ยังทำให้เกิดไฟไหม้ และเป็นอันตรายต่อผู้ที่เข้าไปท่องเที่ยวภายในถ้ำอีกด้วย เพราะมูลค้างคาวมีคุณสมบัติที่ติดไฟได้ง่าย มูลค้างคาวยังส่งผลต่อสภาวะอากาศภายในถ้ำ ซึ่งจะทำให้เกิดก๊าซแอมโมเนียที่สูงมาก เป็นอันตรายต่อผู้ที่ได้สูดดมเข้าไป มีรายงานว่าที่ถ้ำ Bracken ในมลรัฐ Texas เพราะมีการสะสมมูลค้างคาวภายในถ้ำมากเกินไป ประโยชน์ของ มูลค้างคาว…

วิจัยเผย คนประสบความสำเร็จบางคน มียีนกลายพันธุ์ (ตื่นตัว อึด พักน้อยกว่าคนปกติ)

  ทางการแพทย์มักแนะนำว่าผู้ใหญ่ควรนอนหลับระหว่าง 7-9 ชั่วโมงเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานของร่างกายและสมอง การนอนหลับไม่เพียงพอส่งผลต่อสุขภาพทั้งหมดของร่างกาย กระทบต่อการใช้ชีวิตและการทำงาน แต่… จะมีคนอยู่ประเภทหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องพักผ่อนตามตารางนี้ก็สามารถใช้ชีวิตเต็มที่ได้มากกว่าคนทั่วไป คนพันธุ์นี้เรียกว่า “คนนอนน้อย” ก็เห็นจะได้ นักวิทยาศาสตร์จากสถาบัน Center for Applied Genomics ฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา ศึกษาและพบว่าในร่างกายของมนุษย์บางคนมียีนส์กลายพันธุ์ที่ต่างจากคนทั่วไปพวกเขาเรียกมันว่า พวกเขาเรียกว่า “Thatcher Gene”  พบได้เพียงแค่ประมาณ1-3 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรโลก คนเหล่านี้สามารถเข้านอนหลังเที่ยงคืน และไม่กี่ชั่วโมงต่อมาก็ลุกขึ้นมาทำงานได้ตลอดวัน โดยไม่แสดงอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ไม่ต้องอัดกาแฟและไม่ต้องงีบระหว่างวันเลย หมอที่ทำวิจัยเรื่องนี้บอกว่าคนนอนน้อยประเภทนี้อาจจะมีอาการที่ศัพท์ทางแพทย์เรียกว่า “hypomania” ซึ่งเป็นอาการแปลกๆ ของคนที่ความคิดความอ่านผ่านเข้าออกอย่างรวดเร็ว และไม่ค่อยจะมีเรื่องอะไรที่ไม่กล้าทำนัก คนเหล่านี้มีบุคลิกคล้ายกันอย่างหนึ่งคือค่อนข้างจะ “Super Active” และแสดงออกอย่างรวดเร็ว พูดเร็ว, พูดไม่หยุด และจะทำกิจกรรมประจำวันด้วยความเร่งรีบและคึกคักเสมอ   Dave Schools ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Entrepreneur’s Handbook ได้นำข้อมูลการนอนหลับของนักธุรกิจมาวิเคราะห์และพบพฤติกรรมการนอนแบ่งออกเป็น 3 ประเภท 1.The Sleepless Elite (คนนอนน้อยตามธรรมชาติ) เป็นคำเรียกที่มาจาก Wall Street…

ญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะขาดแคลน “ซามูไร – นินจา” ถึงแม้บางคนอยากเป็น แต่มันไม่ง่ายเลย

  ญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ยุคขาดแคลน ซามูไร/นินจา เพราะจำนวนที่มีอยู่ไม่เพียงพอกับความต้องการของนักท่องเที่ยว Yumenoya Entertainment บริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการจัดโชว์ซามูไรตามจุดท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆในญี่ปุ่น กำลังประสบปัญหาที่มีผลต่อประเทศชาติด้วย เพราะตอนนี้จำนวน ซามูไร และ นินจา มีไม่พอตามความต้องการของนักท่องเที่ยว ที่อยากจะถ่ายรูปคู่กับพวกเขา โทะโมะฮิโระ สึโนะดะ ประธานบริษัทบอกว่า “เราดีใจที่นักท่องเที่ยวมีความต้องการเพิ่มขึ้นมาก แต่ปัญหาคือเรามีซามูไรไม่เพียงพอกับความต้องการนั้น เวลานี้เราอยากได้ซามูไรเพิ่มอย่างน้อยอีกสัก 5 คน แต่มันไม่ง่ายเลยหน่ะสิ…” แม้ทางบริษัทจะให้เงินและสวัสดิการดีและมีผู้สนใจเป็นจำนวนมาก แต่การรับสมัครซามูไรในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะซามูไรต้องมีทักษะการใช้ดาบชั้นสูง ต้องใช้เวลาในการฝึกฝน และบริษัท Yumenota Entertainmant ก็ไม่ใช่ผผู้ประกอบการรายเดียวที่ได้รับผลกระทบจากการคาดแคลน ซามูไร – นินจา ในครั้งนี้ เพราะโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ด้วยดาบในโอซาก้า Quick Samurai ก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน – “นอกจากจะมีโชว์แล้ว เรายังมีชั้นเรียนให้นักท่องเที่ยวได้ลองฝึกเป็นซามูไร ซึ่งได้รับเสียงตอบรับดีมาก เมื่อปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวลองเข้าชั้นเรียนวิชาซามุไร 1,500 คนแต่ปีนี้แค่ครึ่งปีตัวเลขเกิน 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติ ส่งผลให้ผู้ฝึกสอนมีจำนวนไม่เพียงพอกับความต้องการ” จบเรื่องซามูไร มาดูทางฝั่งนินจาบ้าง…

David Choe ศิลปินกราฟฟิตี้ (เฮง+เก่ง) ที่วาดเพียงรูปเดียว ก็ทำเงินได้ 7,000 ล้าน!

  เมื่อปี 2005 David Choe (เดวิด โช)  ได้วาดภาพกราฟิตี้ลงบนออฟฟิศของเฟสบุค ในตอนนั้นเขาได้รับค่าจ้างเป็นหุ้นของเฟสบุคจำนวนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้มันมีมูลค่ากว่า 200 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 7 พันล้านบาท เลยทีเดียว Sean Parker ผู้ก่อตั้งเฟสบุคบอกว่า เขาเป็นแฟนติดตามผลงานของ David มานานแล้ว โดยจุดเด่นของศิลปินผู้นี้คือการสื่อศิลปะออกมาในรูปแบบของความดิบของมนุษย์ หรือที่เค้าเรียกตัวเองว่าเป็นศิลปิน “Dirty style” พอมีโอกาสเปิดสำนักงานของตัวเองจึงขอให้เขามาช่วยวาดภาพตกแต่งออฟฟิษแห่งแรกของ Facebook ใน Silicon Valley ในปี 2005 David เกิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน 1976 ปัจจุบันอายุ 41 ปี ชีวิตในวัยเด็กของเขาไม่ค่อยเรียบหรูนัก – อายุ 14 เริ่มฝึกกราฟิตี้สเปรย์บนกำแพง – อายุ 16 ธุรกิจครอบครัวของเขาถูกไฟไหม้ ซึ่งนำมาสู่ปัญหาทางการเงินของครอบครัว ตัดสินใจท่องโลก แต่ด้วยความที่เป็นเด็กไม่รู้จะหาเงินยังไง จึงถูกจับในข้อหาลักทรัพย์ถูกจับเข้าคุก –…

วิเคราะห์ Uber – Grab ดีลรวมร่างมหาศาล 2 แสนล้าน อาจไม่ง่ายดายอย่างที่คิด

ทำท่าว่าจะไม่ง่ายอย่างที่คิดซะแล้ว กับดีลที่ Grab เข้าซื้อกิจการของ Uber ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยที่ Uber จะได้หุ้นของ Grab ราว 27.5 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านเหรียญเป็นการตอบแทน ก่อนหน้านี้ Uber ขาดทุนไปกว่า 4,500 ล้านดอลลาร์เพื่อแข่งขันในสหรัฐอเมริกา และเอเชีย รวมถึงการมีปัญหาทางกฎหมายในประเทศยุโรปด้วย     แอพ Uber จะให้บริการต่อไปนถึงแค่วันที่ 8 เมษายน 2561 / ส่วนแอพ UberEats จะให้บริการจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2561 จากนั้นข้อมูลรายชื่อผู้จัดส่งและร้านอาหาร จะถูกโอนไปยังแอพของ Grab (GrabFood) เช่นกัน โดย Grab จะได้ธุรกิจของ UBER ทั้งสองอย่างในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด คือ บริการแชร์รถและบริการส่งอาหาร UBER Eats ภายหลังดีลนี้จะทำให้ Grab ลดคู่แข่งคนสำคัญไปได้ 1 ราย…

Fortnite ผงาดเหนือ PUBG ทั้งฐานผู้เล่นและเรื่องของรายได้ – คู่แข่ง Survivor FPS

หลังจากที่ Fortnite ได้เพิ่มระบบรูปแบบการเล่นใหม่ที่เรียกว่า Battle Royale เข้าไปจากเดิมที่มีเพียงการเอาชีวิตรอดจากซอมบี้ ทำให้ตัวเกมนั้นได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม แซงพี่ใหญ่อย่าง PUBG ไปอย่างไม่เห็นฝุ่น และแม้ว่าตัวเกมนั้นจะเปิดให้เล่นฟรีไม่ได้เสียเงินซื้ออย่าง PUBG แต่ก็สามารถทำเงินได้กว่า 126 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3,193 ล้านบาท เลยทีเดียว     อ่านก่อนงง ว่าไอ่โหมด Battle Royale มันคืออะไร? การเล่นแบบ Battle Royale ผู้เล่นทั้งหมด 100 คนจะถูกนำขึ้น Battle-Bus (รถบัสผูกบอลลูน) พาไปทิ้งยังเกาะขนาดใหญ่ เมื่อกระโดดออกจากรถบัสการลงสู่พื้นจะใช้ Glider (เครื่องร่อน) และอาวุธ Pickaxe ระบบการเล่นคล้ายเกม PlayerUnknown’s Battlegrounds แต่สิ่งที่แตกต่างคือ ผู้เล่นสามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆขึ้นมาป้องกันได้ระหล่าวเผชิญหน้า หรือวางกับดัก ปัจจุบัน Fortnite มียอดผู้เล่นทั่วโลกทะลุ 20 ล้านคนแล้ว (สองเดือนก่อนมี 10 ล้านคน แต่หลังจากเปิดให้เล่น…

ทำความรู้จัก บริษัทผลิต “กัญชาถูกกฏหมาย” ที่ใหญ่ที่สุดในโลก!

สวัสดีครับ สำหรับบทความนี้ผมขอไม่เล่าถึงประวัติความเป็นมาของกัญชา แต่จะขอเล่าถึงธุรกิจเกี่ยวกับกัญชา และการผูกขาดตลาดกัญชาในประเทศที่เปิดเสรี และแน่นอนครับว่าหากพูดถึงกัญชาแต่จะไม่พูดถึง SnoopDogg ก็คงเหมือนกับกินข้าวเหนียวมะม่วงแต่ไม่ใส่กระทิเป็นแน่ เอาหล่ะครับเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มกันเลย     บริษัท Canopy Growth (ชื่อเดิม Tweed Marijuana) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิต กัญชา เพื่อใช้ทางการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา และใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ตัวโรงงานตั้งอยู่ในรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา บริษัทนี้เน้นการขายส่งกัญชาไปยังประเทศต่างๆทั่วโลกโดยมีทั้ง รูปแบบแห้ง และ ในรูปแบบที่ใช้ทางการแพทย์ ที่นี่เคยเป็นโรงงานบริษัทช็อกโกแลตชื่อดัง Hershey ก่อนที่จะกลายเป็นโรงงานร้าง ต่อมา Bruce Linton CEO ของบริษัทจึงเข้ามาปรับปรุงและพัฒนาจนยิ่งใหญ่ หากดูจากผลประกอบการในปี 2016 เพียงปีเดียว บริษัทสามารถทำกำไรได้มากถึง 28,000 ล้านบาท ภายในปีเดียว และคาดว่าภายในปี 2018 รายได้จะเพิ่มขึ้นจากเดิม 4 เท่า! (ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่ากว่า ปัจจุบัน มูลค่า 153,960 ล้านบาท)     สาเหตุที่มูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั่นเป็นเพราะว่า…

“มฤตยูดำ” รุกธุรกิจใหม่ปลูกกัญชา 100 ไร่ (หลังกัญชาในสหรัฐเฟื่องฟู 2.6 แสนล้านบาท)

  “มฤตยูดำ” ไมค์ ไทสัน อดีตกำปั้นแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวต 3 สถาบัน (WBA, WBC และ IBF) มีสถิติการชก 58 ไฟต์ เป็นการชนะ 50 ครั้ง ชนะน็อก 44 ครั้ง แพ้ 6 และไม่มีการตัดสิน 2 ครั้ง อดีตกำปั้นในวัย 51 ปี ตัดสินใจซื้อที่ดินจำนวน 40 เอเคอร์ (ประมาณ 100 ไร่) เพื่อลุยธุรกิจดังกล่าว โดยจะมีทั้งร้านจำหน่าย ต้นกัญชา และสินค้าแปรรูป รวมถึงมีโรงงานสกัด ซึ่งที่ดินอยู่ทางตะวันออกของแคลิฟอร์เนีย ไปทางตะวันตกเฉียงใต้เกือบ 100 กิโลเมตร โดยรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นรัฐล่าสุดของสหรัฐฯ ที่อนุญาตให้ซื้อ-ขายกัญชาเพื่อการผ่อนคลายอย่างถูกกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา     จนเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2017 ที่ผ่านมาไมค์…

รวมเหล่า CEO ที่เริ่มต้นจากชีวิตติดลบ สู่หมื่นล้าน แรงบันดาลใจในการเริ่มต้นปีใหม่ของคุณ

1.ฮาวเวิร์ด ชูลท์ซ (Starbucks) เติบโตมาในครอบครัวที่ยากจนอย่างมาก พ่อทหารผ่านศึกและได้มาเป็นคนขับรถส่งของ ส่วนแม่ทำอาชีพรับจ้างทั่วไป จนวันหนึ่งพ่อเกิดขาหัก ขับรถไม่ได้ ทำให้ครอบครัวแทบไม่มีเงินซื้ออาหารกิน จึงทำให้ ฮาวเวิร์ด ต้องสู้ชีวิตเป็นอย่างมาก เริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 12 ในร้านอาหาร และด้วยแรงกดดันนี้ทำให้ฮาวเวิร์ด เป็นนักเรียนเรียนดีจนได้ทุนการศึกษาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย จนสุดท้ายก็ได้ทำงานเป็นผู้จัดการของบริษัทแห่งหนึ่ง รายได้ดีทีเดียว จนกระทั่งได้ไปดูงานที่อิตาลี จนได้ค้นพบว่า ที่อิตาลี ให้ความสำคัญกับกาแฟคนละเรื่องกับที่อเมริกาเลย ฮาวเวิร์ดไม่รอช้ารีบกระโดดเข้าไปทำธุรกิจกาแฟ จากเด็กน้อยที่ต้องอดมื้อกินมื้อ ต้องทำงานอย่างหนักไม่เคยมีของเล่น และไม่เคยมีเวลาว่างไปทำเรื่องไร้สาระ ตอนนี้เขากลายเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก มีมากกว่า 17,000 สาขาใน 49 ประเทศ ติด 1 ใน 200 คนที่ร่ำรวยที่สุดในอเมริกา Starbuck (ทรัพย์สิน 3 พันล้านดอลล่าร์)   2.ราล์ฟ รอเลน (Ralph Lauren) พ่อของราล์ฟประกอบอาชีพรับจ้างทาสีบ้านเพื่อหารายได้เข้ามาจุนเจือครอบครัว ด้วยความที่เขาสนใจและความหลงไหลในโลกของแฟชั่น ทำให้เขาพยายามศึกษาและพยายามติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวต่างๆของวงการแฟชั่นด้วยตนเองตั้งแต่ยังเป็นเด็ก โดยในสมัยเป็นนักเรียน เขาได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชายที่แต่งตัวดีที่สุดในโรงเรียน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ ราล์ฟยินยอมที่จะหารายได้เสริมเพื่อนำเงินที่ได้มาใช้จ่ายกับเสื้อผ้าที่ทำให้ตนเองดูดีอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าฐานะทางบ้านของราล์ฟจะยากจน…

เชื่อหรือไม่ว่า “เส้นผม” ที่ถูกตัดไปแล้ว จะทำเงินให้วัดแห่งหนึ่ง ได้ปีละ 3 พันล้านบาท!

อินเดีย คือหนึ่งในประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก 1,324 ล้านคน (พอๆกับประเทศจีนที่มี 1,379 ล้านคน) และนั่นทำให้สองประเทศนี้มีสถิติการส่งออกวิกผมเป็นอันดับต้นๆของโลก นั่นเป็นเพราะคนอินเดียส่วนใหญ่ จะไม่นิยมย้อมผม จึงทำให้สุขภาพผมดี สามารถนำไปทำประโยชน์อย่างอื่นได้หลากหลาย และด้วยจำนวนเส้นผมที่มีมากมหาศาล ทำให้อุตสาหกรรมเส้นผมที่อินเดียบูมมากจริงๆ     ข้อมูลจากวัด Venkateswara สถานที่ยอดนิยมที่มีคนเข้ามาโกนผมเพื่อบวชกันมากถึง 10,000 คนต่อวัน จึงทำให้สามารถเก็บเส้นผมได้มากถึง 500 ตันต่อปีเลยทีเดียว เดิมทีมันถูกนำไปทิ้งลงสู่แม่น้ำคงคา แต่ปัจจุบันเส้นผมเหล่านี้ถูกนำไปล้างทำความสะอาดและคัดแยกคุณภาพของเส้นผม สีผม ความยาว โดยจะมีนายหน้ามารับซื้อถึงวัด เส้นผมที่คุณภาพดีก็จะนำไปทำเป็นวิก ส่วนเส้นผมคุณภาพที่พอใช้ได้ก็จะนำไปกรองน้ำมัน หรือไม่ก็นำไปทำฟูกที่นอนแทน     และเชื่อหรือไม่ว่า อุตสาหกรรมเส้นผมนี้ทำให้วัดแห่งนี้สามารถทำเงินได้มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 3,200 ล้านบาท) “เส้นผมของที่นี่ จึงเปรียบเป็นสิ่งที่มีค่า มากยิ่งกว่าเงินเสียอีก” บางครั้งหากใครที่ต้องการเงินก็สามารถมาโกนหัว เพื่อเอาเส้นผมของตัวเองแลกเป็นเงินก็ยังได้ คำพูดนี้คงไม่เกินจริง เพราะเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2016 ได้มีการปล้นวัดเกิดขึ้นที่อินเดีย จากการตรวจสอบของตำรวจ ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บ หรือข้าวของเสียหาย…