เมื่อ “อินเทอร์เน็ตคาเฟ่” ต้องกลายมาเป็น “บ้าน” ของคนไร้บ้านในญี่ปุ่น

  คนที่อาศัยนอนตามอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เป็นคนไร้บ้านในอีกรูปแบบหนึ่งเพราะคนกลุ่มนี้มีงานทำ ต่างจากคนไร้บ้านที่นอนตามสวนสาธารณะหรือตามริมถนน แต่ก็เป็นแค่งานชั่วคราวจึงไม่มีเงินมากพอจะเช่าที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ซึ่งที่ญี่ปุ่น ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งก็ไม่มีบ้านเลขที่ – ไม่มีบ้านเลขที่ก็ไม่มีบริษัทไหนรับเป็นพนักงานประจำ – ไม่มีงานประจำก็ไม่มีเงิน ด้วยกฏของสังคมแบบนี้ทำให้ฟรีแลนส์หลายคนที่ทำเงินได้ไม่มากนัก ต้องไปอาศัยนอนตามเน็ตคาเฟ่ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สามารถค้างคืนได้ ซึ่งมีราคาถูก แค่คืนละพันกว่าเยน (ประมาณ 300-400 บาท)     รูปแบบต่างจากร้านอินเตอร์เน็ทในบ้านเราอย่างสิ้นเชิง โดยพื้นที่ภายในจะถูกแบ่งเป็นห้องเล็กๆ เพื่อความเป็นส่วนตัว อุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็ครบครันไม้แขวนเสื้อ, กระจกส่องหน้าบานเล็กๆ รวมถึงเครื่องดื่มที่ยังฟรีตลอดเวลาที่เข้าใช้บริการด้วย (แต่แอลกอฮอล์ต้องจ่ายเองนะครับ) แถมบางที่มีห้องอาบน้ำและเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ อินเทอร์เน็ตคาเฟ่จึงไม่ใช่แค่ที่เล่นเน็ตแต่ยังเป็น “บ้าน” ของคนไร้บ้านด้วย แต่ข้อเสียที่ชัดเจนเลยก็คือคาเฟ่ทุกแห่งจะมีกลิ่นบุหรี่ที่แรงมาก รวมถึงคุณภาพของคอมพิวเตอร์ที่ค่อนข้างเก่า สวนทางกับความเร็วอินเตอร์เน็ท ผลการสำรวจล่าสุดที่ทางการกรุงโตเกียวที่เพิ่งเผยแพร่เมื่อเดือนมกราคมระบุว่ามีคนใช้บริการอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เฉพาะในโตเกียววันละประมาณ 15,000 คน ในจำนวนนี้กว่า 4,000 คนเป็นคนที่ไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง     รปภ. วัย 26 ปีชาวญี่ปุ่นได้เปิดเผยว่า ตอนแรกเขาคิดจะเช่าอะพาร์ตเมนต์อยู่แต่เงินไม่พอ จึงตัดสินใจไปนอนตามอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ จ่ายแค่ครั้งละประมาณ 2,000 เยน ราคานี้รวมค่าน้ำค่าไฟค่าอินเทอร์เน็ต มีน้ำให้ดื่มฟรี…

เปิดวงการ “แก๊งมาเฟียโกงข้อสอบ” ช่วยนักเรียนโกงข้อสอบที่อินเดีย

แก๊งมาเฟียโกงข้อสอบ – เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มุ่งผลกำไรจากความสิ้นหวังของนักเรียน ทุกชั้นปี ทั้งประทม มัธยมต้นปลาย รวมถึงนักศึกษามหาลัยก็ไม่เว้น เพราะจากข้อมูลเมื่อปีที่แล้ว ทำให้เราได้ทราบว่าการแข่งขันในระบบการศึกษาของอินเดียนั้นดุเดือดมาก ใน 1 ปี จะมีนักศึกษาจบมหาลัยปีละ 17 ล้านคน แต่ตำแหน่งงานเปิดให้เพียงประมาณ 5.5 ล้านตำแหน่งต่อปี เท่านั้น จึงทำให้หลายคนสิ้นหวังจึงต้องหาตัวช่วยคือ แก๊งมาเฟียโกงข้อสอบ นั่นเอง     เมื่อเดือนกุมภาพันธ์นักเรียนมากกว่า 1,600 คนในรัฐพิหาร (หนึ่งในรัฐที่จนที่สุดในอินเดีย) ถูกไล่ออกจากโรงเรียนเพราะถูกจับได้ว่าโกงข้อสอบ และผู้ปกครองอีก 100 คน ถูกจับกุมฐานช่วยเหลือบุตรหลานโกงสอบ จำข่าวที่มีคนปีนขึ้นหน้าต่างไปช่วยลูกของตัวเองทำข้อสอบได้มั้ยครับ เมื่อปี 2015 หมู่บ้านนั้นแหละ จนรัฐต้องทำการติดกล้องวงจรปิด และบังคับให้นักเรียนทุกคนถอดรองเท้าและถุงเท้าก่อนเข้าห้องสอบ แต่ก็ยังมิวายโกงกันได้อยู่ และเมื่อสัปดาห์ก่อน มีข้อสอบระดับชั้นมัธยม 2 ชุด รั่วไหลและเผยแพร่กันอย่างกว้างขวางในแอปพลิเคชัน WhatApps ก่อนที่จะเข้าห้องสอบ 90 นาที ทำให้นักเรียนมากกว่า 2.8 ล้านคนในกรุงนิวเดลีและพื้นที่ใกล้เคียงถูกสั่งให้สอบใหม่อีกครั้ง นักเรียนมัธยมในกรุงนิวเดลีคนหนึ่งเปิดเผยว่า เขาได้แอบถ่ายภาพกระดาษข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ ก่อนจะขออาจารย์ไปเข้าห้องน้ำ…

ผอ.ซีไอเอเตรียมเผยข้อมูล “คุกลับ” ในไทย และโปรแกรมทรมาณผู้ก่อการร้ายใน 9/11

นางจีน่า แฮสเพล ผู้อำนวยการของสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ หรือ CIA เตรียมขึ้นให้การและตอบข้อซักถามต่อคณะกรรมการของสภาคองเกรซ เกี่ยวกับคุกลับที่อยู่ในประเทศไทย รวมถึงโปรแกรมทรมาณผู้ต้องสงสัยก่อการรายที่ซีไอเอจับตัวไว้หลังเหตุการณ์ 9/11 ซึ่งการขึ้นให้การของเธอครั้งนี้จะเป็นการเปิดเผยข้อมูลปฏิบัติการลับของซีไอเอครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์หน่วยข่าวกรองสหรัฐ     ซึ่งการขึ้นให้การของนางแฮสเพลในครั้งนี้จะเป็นการตัดสินว่าเธอเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการคนใหม่ของซีไอเอหรือไม่ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อให้นางจีน่า แฮสเพล เป็นว่าที่อำนวยการคนใหม่ นั่นเอง และหากเธอผ่านการไต่สวนจนสภาคองเกรซและได้รับการรับรองจากวุฒิสภาสหรัฐฯ เธอจะเป็นถือเป็นสตรีคนแรกที่รับหน้าที่ ผอ.ซีไอเอ โดยเธอมีกำหนดการขึ้นให้การต่อสภาคองเกรซภายในเดือนเมษายนนี้แต่ยังกำหนดการแน่ชัดว่าเป็นวันใด ประวัติโดยย่อของ นางจีน่า แฮสเพล เธอเริ่มทำงานที่สำนักข่าวกรองกลางแห่งชาติสหรัฐหรือซีไอเอในปี 1985 และได้รับตำแหน่งระดับสูงในซีไอเอหลายตำแหน่งรวมถึงรองผู้อำนวยการสำนักบริการลับเฉพาะแห่งชาติ (National Clandestine Service) แต่อย่างไรก็ดีประวัติการทำงานของเธอนั้นส่วนมากเป็นความลับ จอห์น แมคเคน สว.สังกัดพรรครีพับลิกกัน ผู้เคยถูกทรมาณในช่วงสงครามเวียดนาม บอกกับสื่อว่า ซีไอเอนิยมใช้วิธีทรมาณที่เรียกว่า waterboarding (กรอกน้ำเข้าปาก จนเกือบขาดใจแล้วจึงพอ อย่างที่เราเห็นในหนังนั่นแหละ) เพื่อทรมาณผู้ต้องสงสัยให้คายข้อมูลลับ โฮเซ่ โรดริเกซ หัวหน้าศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายในซีไอเอ ได้ออกมาแฉหลังจากที่ทำงานภายใต้บังคับบัญชาของนางแฮสเพล อยู่หลายปี โดยนายโรดริเกซได้ระบุในบันทึกของเขาว่า นางแฮสเพล มีส่วนชักใยเบื้องหลังกิจกรรมคุกลับของซีไอเอ โดยในปี 2005 เธอได้สั่งให้ทำลายวิดีโอเทปลับหลายสิบชิ้นที่ถูกบักทึกเกี่บวกับกิจกรรมทรมาณนักโทษภายใน…

เรื่องร้อนๆ ประจำเมษา! สำรวจประเทศไหนบ้าง ที่ยังคงมีระบบเกณฑ์ทหาร

พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ผู้ชายสัญชาติไทยต้องเข้ารับราชการทหารด้วยตนเองทุกคน เริ่มเป็นทหารกองเกินนับแต่อายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ และเมื่อมีอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ ใน พ.ศ.ใดก็ตาม ต้องไปแสดงตน เพื่อรับหมายเรียกที่อำเภอท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหารของตน ภายใน พ.ศ.นั้น การเกณฑ์ทหาร (conscription หรือ drafting) จากข้อมูลเมื่อเดือน ก.ย. ปี 2560 โดยเวิลด์แอตลาส ระบุว่า ประเทศที่ยังคงมีการบังคับเกณฑ์ทหารอยู่มี 26 ประเทศ ให้บุคคลผู้มีอายุถึงเกณฑ์ที่ทางรัฐกำหนดต้องเข้าเป็น ‘ทหาร’ เนื่องจากเป็นหน้าที่ของประชาชน รายชื่อประเทศ อาร์เมเนีย ออสเตรีย อาร์เซอร์ไบจาน เบอร์มิวดา บราซิล พม่า ไซปรัส เดนมาร์ก อียิปต์ ฟินแลนด์ กรีซ อิหร่าน อิสราเอล เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ เม็กซิโก นอร์เวย์ รัสเซีย สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ จีน ไทย…

เกิดเหตุ กราดยิงสำนักงานใหญ่ YouTube พนักงานหนีตายวุ่น! มือปืนยัวะถูกเซนเซอร์

เมื่อเมื่อเวลาประมาณ 12.26 น. ของวันที่ 3 เม.ย เกิดเหตุกราดยิงในสำนักงานใหญ่ของยูทูบ YouTube HQ ตามรายงานระบุว่า เหตุการณ์ระทึกขวัญครั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 4 คน สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงครั้งนี้ ทางโรงพยาบาลในท้องถิ่นออกมาเผยว่า มีผู้ป่วยขั้นวิกฤตเป็นชาย วัย 36 ปี ส่วนหญิงสาวอายุ 32 ปี อยู่ในอาการสาหัส     ขณะที่ตำรวจเปิดเผย ผู้ต้องสงสัยที่เป็นมือปืนกราดยิงในยูทูบคือหญิงคนหนึ่งชื่อนาง นาซิม อัคห์ดัม วัย 39 ปี นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสัตว์ เธอระบุไว้ก่อนตายว่ามาตรการเซนเซอร์ของยูทูบเป็น “นโยบายเผด็จการ” เธอเป็นนักกิจกรรมหัวรุนแรงที่เคลื่อนไหวด้านสิทธิ เป็นนักเพาะกายหญิง และเธอเป็นยูทูบเบอร์ที่มีแชลแนลเป็นของตนเองเกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ ก่อนหน้านี้เธอระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าเธอกำลังถูกเลือกปฎิบัติอย่างไม่เป็นธรรมสำหรับนโยบาย “เซ็นเซอร์” ฉบับใหม่ของยูทูบที่ออกมาบล็อกเนื้อหาบนเว็บไซต์ที่มีความสุ่มเสี่ยง อีกทั้งเธอไม่ได้รับเงินค่าโฆษณาจากยูทูบที่ผ่านแชลแนลของเธอ     โดยในวิดิโอก่อนหน้านี้ที่เธอโพสต์ไว้เมื่อเดือนมกราคม ปีที่แล้วเธอระบายว่าเธอถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมจากนโยบายเซนเซอร์เนื้อหาของยูทูบ โดยเธอระบุว่าช่องยูทูบของเธอซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 5,000 คน ซึ่งก่อนหน้าเคยมีผู้ติดตามมากกว่านี้ แต่กลับลดน้อยลงตั้งแต่ยูทูบเริ่มกลั่นกรองวิดิโอของเธอ อีกทั้งเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา อักห์แดม ยังได้โพสต์รูปถ่ายขณะที่เธอยืนถือป้าย…

สงครามโลกครั้งที่ 3 – ปูตินโชว์แสนยานุภาพ ทดสอบขีปนาวุธพิฆาตดาวเทียมรุ่นใหม่

เมื่อ 3 เม.ย.61  ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย เดินหน้าโชว์แสนยานุภาพทางทหารของกองทัพรัสเซียต่อเนื่อง โดยผู้นำรัสเซียได้แถลงนโยบายประจำปี เผยถึงการเพิ่มศักยภาพทางทหาร รวมถึงอาวุธนิวเคลียร์ที่สามารถยิงได้ทั่วโลกไม่มีใครสกัดได้ เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ต่อสมาชิกรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี โดยมีเนื้อหาใจความระบุถึง นโยบายทางดด้านเศรษฐกิจและการลดอัตราคนจนลงราว 20 ล้านคน แต่ประเด็นที่ถูกจับตามองมากที่สุดเป็นเรื่องประเด็นความมั่นคง     ผู้นำปูตินระบุว่า รัสเซียจะมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพทางทหาร และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการทหารของรัสเซีย ซึ่งจะทำให้รัสเซียก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางการทหารของโลก และกล่าวว่า ประเทศที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับรัสเซีย จะประสบความล้มเหลว – การเคลื่อนไหวของรัฐบาลรัสเซียในการเดินหน้าทดสอบขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง ชนิดไม่มีหยุด ถือเป็นการตั้งใจเตือนชาติตะวันตกโดยตรง ขีปนาวุธข้ามทวีป หรือ ICBM รุ่นใหม่นี้มีชื่อว่า อาร์เอส-28 ซาร์มัต (RS-28 Sarmat) สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้มากถึง 24 หัว สามารถยิงได้ไกลตั้งแต่ขั้วโลกเหนือไปจนถึงขั้วโลกใต้ มีความเร็วสูงสุดถึง 4,000 ไมล์ต่อชั่วโมง การทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่นานาประเทศกำลังใช้มาตรการกดดันทางการทูตต่อรัสเซีย ด้วยการขับนักการทูตรัสเซียกลับประเทศ หลังเกิดกรณีที่รัสเซียถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังเหตุลอบสังหารอดีตสายลับรัสเซียและบุตรสาวที่ลี้ภัยอยู่ในอังกฤษ ด้วยสารพิษทำลายระบบประสาท     ขีปนาวุธพิฆาตดาวเทียมของรัสเซีย นี้ถูกเรียกขานภายในกองทัพรัสเซียว่า “Satellite…

ตำรวจอินเดียไล่ล่า “ลิง” หลังลักพาตัวลูกแบเบาะต่อหน้าต่อตาแม่ – เจออีกทีเป็นศพ

เมื่อวันที่ 2 เม.ย สำนักข่าวเอเอฟพี ได้รายงานเหตุการณ์สลดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา มีทารกเพศชายที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ 16 วัน ถูกลักพาตัวหายไปขณะนอนอยู่ในมุ้ง ที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านทาลาบัสตาเขตคัตแทครัฐโอริสสา ครอบครัวและเจ้าหน้าที่ตำรวจของอินเดีย เชื่อว่าเป็นฝีมือของลิง     ตำรวจระบุว่าจากคำบอกเล่าของแม่เด็กบอกว่า – “เห็นกับตาว่าลูกของตนถูกลิงอุ้มหายไป เธอพยาบามร้องตะโกนให้มันตกใจหนี แต่ลิงก็อุ้มลูกของเธอปีนขึ้นหลังคาและหายไปต่อหน้าต่อตา” ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหน่วยพิทักษ์สัตว์ต้องออกไล่ล่าเจ้าลิงตัวนี้เป็นการด่วน ต่อมาในวันอาทิตย์ที่ 1 เม.ย. ญาติของผู้เสียหายพบศพเด็กทารกคนนี้อยู่ในบ่อน้ำหลังบ้านที่เกิดเหตุ โดยหมอระบุว่าไม่พบว่ามีอาการบาดเจ็บร้ายแรงใดๆ มีเพียงร่องรอยการขาดอากาศหายใจเพราะจมน้ำเท่านั้น ทำให้ชาวบ้านหลายคนเชื่อว่า ลิงอาจทำเด็กหลนระหว่างหลบหนี นาย พีซี. ประธาน เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นระบุว่า ลิงอาจทำร้ายมนุษย์หรือบุกเข้าไปหาอาหารภายในบ้าน แต่นี่เป็นกรณีลักพาตัวเด็กครั้งแรกที่เขาเคยเห็น โดยพวกเขากำลังร่วมมือกับชาวบ้านท้องถิ่น และผู้เชี่ยวชาญออกตามล่าหาลิงตัวนี้แต่ยังไม่เจอ แต่หวังว่าจะจับตัวมันได้ภายในสัปดาห์นี้ ปล.ลิงที่ก่อเหตุคือลิงวอก หรือลิงหน้าแดง ลิงชนิดนี้สามารถยกของได้หนักถึง 12 กิโลกรัม เป็นลิงที่พบได้มากในเอเชียตะวันออกเชียงใต้ จากการศึกษาพบว่า ลิงวอกมีความสัมพันธ์กับชุมชนมนุษย์มาเป็นเวลานาน แต่การที่ลิงวอกมักเข้ามาอาศัยและใช้ประโยชน์ในพื้นที่เกษตรกรรม จึงทำให้ไม่กลัวคน และที่ไทยลิงชนิดนี้ยังเป็น สัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535…

วันแห่งการโกหก “April Fools’ Day” โกหกกันทำไม? ในเมื่อก็หลอกตัวเองกันอยู่ทุกวัน!

วันเมษาหน้าโง่ หรือ วันเอพริลฟูลส์เดย์ (April Fool’s Day) ตรงกับวันที่ 1 เม.ย ของทุกๆ ปี เป็นวันที่จะอนุญาตให้โกหกต่อกันได้ โดยไม่ถือโกรธ ผู้ที่สนับสนุนแนวคิดวัน April Fools บอกว่าการแกล้งกันหยอกกัน และทำให้เกิดเสียงหัวเราะนั้นอาจเป็นผลดีต่อสุขภาพ ช่วยผ่อนคลายความเครียด และลดความขุ่นข้องหมองใจ บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ หลายบริษัทในสหรัฐฯ เช่น Google และ Apple ต่างสนับสนุนการเล่นแกล้งกันในวันนี้ เพื่อช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นมาของวันเมษาหน้าโง่ (ทฤษฏีนี้ฟังดูมีเหตุมีผลมากที่สุด เพราะมีหลายทฤษฏีมากมายเหลือเกิน) ย้อนกลับไปในในยุคศตวรรษที่ 16 ชาวฝรั่งเศสมีวันปีใหม่ตรงกับวันที่ 1 เมษายน จนกระทั่งมาถึง ค.ศ.1582 สันตะปาปาเกรกอรีที่ 13 จึงกำหนดให้ชาวคริสต์ทั่วโลกฉลองวันปีใหม่พร้อมกันวันที่ 1 มกราคม แต่ทีนี้เนื่องด้วยสมัยก่อนการกระจายข่าวยังไม่รวดเร็วเท่าสมัยนี้ จึงทำให้ยังมีชาวบ้านบางส่วนเฉลิมฉลองวันปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายน ทำให้คนอื่นๆ พากันเรียกพวกเขาว่า “พวกเมษาหน้าโง่” นั่นเอง ต่อมาใน ศตวรรษที่ 18 April…

ศาลสหรัฐฯ สั่งกาแฟแบรนด์ดัง ติดป้ายเตือนมะเร็ง! (สู้กันมา 8 ปี ส่งผลร้ายถึงผู้ดื่มทั่วโลก)

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา เอลิฮู เบอร์ลี ผู้พิพากษาศาลนครลอสแองเจลิส ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐ ให้ร้านกาแฟแบรนด์ดังอย่าง Starbucks, Dunkin’ Donuts, McDonald’s Gloria Jean’s หรือแม้แต่ 7-Eleven ไปจนถึงแบรนด์ที่จำหน่ายกาแฟอื่นๆอีกราว 90 แบรนด์ ต้องติดฉลากคำเตือนเกี่ยวกับสารก่อมะเร็งที่ผลิตภันฑ์     หลังจากก่อนหน้านี้มีการฟ้องร้องโดยกลุ่มที่ชื่อว่า “คณะกรรมการเพื่อการศึกษาและวิจัยสารพิษ” หรือ CERT ซึ่งเป็นองค์กรที่มีหลักฐานระบุว่าการดื่มกาแฟนั้นมีสารที่ทำให้ก่อมะเร็งที่เรียกว่า “Acrylamide(อะคริลาไมด์)” ซึ่งเกิดขึ้นมาจากกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ ผู้พิพากษามีคำตัดสินว่า จำเลย(บริษัทกาแฟ) ล้มเหลวที่จะพิสูจน์ว่าการบริโภคการแฟของพวกเขาซึ่งมีสารดังกล่าวไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ ซึ่งทาง CERT ได้ยื่นฟ้องบริษัทกาแฟมาตั้งแต่ปี 2010 แล้วโดยระบุว่า อะครีลาไมด์ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งภายใต้กฎหมายรัฐแคลิฟอร์เนีย และบริษัทกาแฟเหล่านี้ละเลยต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคในการระบุที่ฉลากของสินค้าถึงอันตรายจากสารดังกล่าว อีกทั้งระบุว่าบรรดาบริษัทกาแฟทั้ง 90 แห่ง ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ากาแฟที่ตนเองจำหน่ายนั้นปราศจากอันตรายจากสารอะครีลาไมด์ อีกทั้ง CERT ต้องการให้ผู้ผลิตกาแฟต้องกำจัดสารอะคริลาไมด์ออกจากกระบวนการคั่วกาแฟให้หมดซึ่งจะเป็นประโยชน์มากกว่าติดคำเตือนบนฉลากของผลิตภันฑ์     ขณะที่บรรดาบริษัทกาแฟพวกเขามีเวลาจนถึงวันที่ 10 เมษายนในการยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว บิล…

คลีโอพัตรา ไม่ได้สวยอย่างที่คิด? แต่ที่ถูกยกให้เป็นผญที่สวยที่สุดในโลกก็เพราะ ความฉลาด

คลีโอพัตราที่ 7 (Cleopatra VII) สตรีผู้นี้คือนางพญาองค์สุดท้ายแห่งอียิปต์โบราณ ก่อนที่อาณาจักรอันเกรียงไกรนี้จะกลายเป็นเพียงแค่แคว้นหนึ่งของจักรวรรดิโรมันในช่วงประมาณ 30 ปีก่อนคริสตกาล นางมิใช่คนอียิปต์ ทว่าเป็นชาวกรีก มีสตรีใช้ชื่อคลีโอพัตราก่อนหน้านางถึงหกคน แต่ก็ไม่มีใครที่โด่งดังเท่าพระนางคลีโอพัตราที่ 7 อีกแล้ว ราชินีแห่งอียิปต์ถูกกล่าวขานถึงความงามที่เธอมีเหนืออผู้ใด ซึ่งปรากฏให้เห็นได้จากงานศิลปะต่างๆที่สื่อถึงตัวเธอ อันมีมาต่อเนื่องยาวนานแม้ว่าเธอจะได้จากโลกนี้ไปนานนับพันปี ตำนานความงามของเธอส่วนหนึ่งมาจากเรื่องราวที่เธอทำให้ผู้นำที่ทรงอำนาจของโรมันถึงสองคนคือจูเลียส ซีซาร์ และมาร์ก แอนโทนี ต้องหมอบราบให้กับเธอ ความงาม เสน่ห์แห่งเรือนร่าง หรือความปราดเปรื่องของพระนางกันแน่ที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมยิ่งใหญ่ขึ้นในประวัติศาสตร์ให้โจษจันเล่าขานกันสืบมา   คลีโอพัตรา หน้าตาสวยจริงหรือไม่? งานเขียน   เว็บไซต์ Heritage daily ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ความงามที่ร่ำลือกันของคลีโอพัตรานั้นมีพื้นฐานที่น่าเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด หากอาศัยหลักฐานที่ปรากฏตามประวัติศาสตร์มาพิจารณาประกอบ งานเขียนของนักประวัติศาสตร์ชาวโรมัน คาสซีอุส ดิโอ (Cassius Dio) ซึ่งมีขึ้นหลังการจากไปของคลีโอพัตรากว่า 200 ปี กล่าวว่า คลีโอพัตราเป็น “หญิงที่งามเกินกว่าความงามใดๆ” เป็นผู้ที่แค่ “ได้มองเห็นก็ถือเป็นบุญตา” ขณะที่พลูตาร์ก (Plutarch) นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกได้เขียนถึงคลีโอพัตราก่อนหน้าดิโอนับร้อยปีว่า “ความงามของเธอ…ใช่ว่าจะหาผู้ใดเปรียบมิได้ หรือจะทำให้ผู้ใดตื่นตะลึงได้เพียงแค่เห็นหน้าเธอ” อย่างไรก็ดี…