มารู้จัก “เทศกาลสวิงเกอร์” เทศกาลประจำปี ของกลุ่มคนที่ไม่เชื่อในการมีรักเดียวใจเดียว

  งาน Naughty in N’awlins คืองานเทศกาลหรือจะเรียกว่าการชุมนุมของเหล่า สวิงเกอร์ ก็ได้ ซึ่งถูกจัดขึ้นโดยกลุ่มคนที่ไม่เชื่อในการมีรักเดียวใจเดียว โดยพวกเขาให้เหตุผลว่า การจัดเทศกาลนี้ขึ้นไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงแค่เรื่องเซ็กส์เท่านั้น เพราะสิ่งที่คุณจะได้มากกว่าเซ็กส์นั่นก็คือ คอมมูนิตี้ของกลุ่มคนที่ชื่นชอบอะไรเหมือนกัน ทำให้ชีวิตของคุณสดใสร่าเริ่งยิ่งขึ้น ในการได้พบปะกับเพื่อนๆและผู้คนใหม่ๆ Monogamy แปลว่า รักเดียวใจเดียว , ผัวเดียวเมียเดียว Polygamy แปลว่า การมีภรรยาหลายคน หรือ การมีสามีหลายคน โดยเมื่อปี 2017 มีผคู่รักเข้าร่วมเทศกาลนี้มากกว่า 1,000 คู่ โดยโรงแรมทุกโรงแรมถูกจองเต็มหมด ซึ่งคุณสามารถเข้าร่วมเทศกาลได้ โดยราคาตั๋วตกอยู่ที่ 699 เหรียญฯต่อคู่รักหนึ่งคู่ อลิชา สาวจากเท็กซัสวัย 26 ได้เดินทางมาเทศกาลนี้ พร้อมกับสามี ที่ถูกจัดขึ้นที่เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนา โดยเธอได้ให้สัมภาษณ์ว่า – “ฉันกับโรเบิร์ตเราได้ทำการเปลี่ยนคู่นอน ครบหนึ่งปีแล้ว และด้วยการทำแบบนี้ทำให้ชีวิตคู่ของเรามีความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เราจึงตัดสินใจมายังเทศกาลนี้เพื่อดำเนินแผนชีวิตคู่ของเราต่อไป” เคียร่า แฮร์ริส เจ้าหน้าที่ประจำเทศกาล ก็ได้ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า – “ฉันหวังที่จะได้โชว์ความรักในรูปแบบของฉันพร้อมกับคู่ขาอีกสองคน ให้คนในงานได้เห็นว่าพวกเรารักกันขนาดไหน”…

ชีวิตที่ไม่มีทางเลือก…รับจ้างลอกท่อ ดำสิ่งโสโครก-สารเคมี ได้วันละ 320 บาท

  ชีวิตคนทำงานรับจ้างลอกท่อระบายน้ำ แก้ปัญหาท่ออุดตันในบังกลาเทศ พวกเขาต้องดำลงไปเจอดินโคลนสกปรกและใช้มือเปล่าทะลวงสิ่งโสโครก โดยไม่มีอุปกรณ์ไม่ว่าชุดป้องกันสารเคมีหรือแว่นตาดำน้ำ แลกกับค่าจ้างวันละเพียง 320 บาท ซึ่งถ้าเทียบกับงานแล้วไม่ใกล้เคียงกับคำว่าคุ้มเลย แต่สาเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องทำอาชีพนี้นั้นเป็นเพราะว่า คนส่วนใหญ่ในกรุงธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศ จะมีฐานะยากจนทำให้คนจนหลายคนต้องแย่งงานกัน พวกเขาไม่มีตัวเลือกมากนัก พอมีงานไหนว่างก็ต้องทำๆไป เพื่อให้มีเงินพอไปเลี้ยงครอบครัวในแต่ละวัน และเนื่องจากกรุงธากามีประชากรราว 14 ล้านคน ผู้คนต่างประสบปัญหาจากระบบระบายน้ำที่ไม่เพียงพอ และสถานการณ์จะแย่ลงในช่วงฝนตกหนัก ท่ออุดตันและทำให้น้ำท่วมบ่อยครั้ง คนงานรับจ้างของหน่วยบริหารกรุงธากา จะได้รับค่าจ้างราว 190 บาท ไปจนถึง 320 บาทต่อวันในการลุยลงไปลอกท่อ โดยใช้วิธีกลั้นหายใจเอา แล้วว่ายผ่านสิ่งโสโครกที่รวมถึงไอสารเคมีจากขยะ แต่ละปีมีคนตายจำนวนมากจากการขมน้ำ และอีกไม่ทราบจำนวนที่สุขภาพย่ำแย่จากผลกระทบของการทำงานนี้ source ManoshFizเด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน http://www.flagfrog.com

ผลพิสูจน์ยืนยัน “ฮิตเลอร์” เสียชีวิตปี 1945 จริง! (ไม่ได้หนีไปมุมมืดดวงจันทร์อย่างที่ลือกัน)

  นักวิจัยชาวฝรั่งเศส ผู้ได้รับการอนุญาตให้เข้าถึงชิ้นส่วนฟันของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ซึ่งถือว่าหาได้ยากในกรุงมอสโก ระบุว่า ผู้นำเผด็จการฮิตเลอร์ได้เสียชีวิตลงในปี พ.ศ.2488 ณ กรุงเบอร์ลิน จากการใช้สารไซยาไนด์และปืนอย่างแน่นอน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ว่า ศาสตราจารย์ฟิลิป ชาร์ลิเยร์ เผยว่า “เราสามารถปิดทฤษฎีสมคบคิดทั้งหมดเกี่ยวกับฮิตเลอร์ลงได้ เขาไม่ได้หนีไปยังอาร์เจนตินาด้วยเรือดำน้ำ เขาไม่ได้อยู่ในฐานกบดานที่แอนตาร์คติกา หรือซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของดวงจันทร์ เพราะ ฟันของเขาเป็นของจริงแน่นอน ไม่มีข้อกังขาใด ๆ การค้นคว้าของเราพิสูจน์ได้แล้วว่าฮิตเลอร์เสียชีวิตในปี 2488 จริง” (ศาสตราจารย์ชาร์ลิเย่ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และมานุษยวิทยากฎหมาย ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการวิจัยการรักษาซาก หรือการทำมัมมี่หัวใจของพระเจ้าริชาร์ดที่ 1 อีกด้วย)     ผลการศึกษาในครั้งนี้ ศาสตารจารย์ชาร์ลิเย่ และนักวิจัยอีก 4 ราย ได้ถูกตีพิมพ์เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ในวารสารทางวิทยาศาสตร์อย่าง European Journal of Internal Medicine หน่วยสืบลับของรัสเซียอย่าง FSB และทางรัสเซียได้รับอำนาจให้นักวิจัยสามารถเข้าตรวจสอบกระดูกของฮิตเลอร์ได้ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี…

โลกยังไม่สงบ! ทรัมป์ยกเลิกเจอคิม ปัญหานิวเคลียร์ยังค้างคา อ้างตอนนี้ยังไม่เหมาะสม

  วันที่ 24 พ.ค. 61 ทำเนียบข่าวเผยแพร่จดหมาย ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกประชุมสุดยอดกับ นายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ตามแผนที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 มิ.ย. 61 นี้ ที่ สิงคโปร์ ที่หวังเจรจาแก้ปัญหาอาวุธนิวเคลียร์ โดยให้เหตุผลว่า เป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม และ เกาหลีเหนือต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่สหรัฐต้องการเห็นให้ได้ก่อน ถึงแม้ก่อนหน้านี้ไม่นาน เกาหลีเหนือจัดแสดงการระเบิดฐานทดสอบนิวเคลียร์พุงเกรี ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ให้สื่อมวลชนต่างชาติที่ร่วมเป็นสักขีพยาน การระเบิดต่อเนื่องหลายครั้งระหว่างเวลา 11.00-16.17 น. ตามเวลาท้องถิ่น แต่ ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนไม่มั่นใจว่าการทำลายฐานทดสอบนิวเคลียร์พุงเกรีจะยับยั้งการพัฒนานิวเคลียร์ครั้งใหม่ได้ เพราะเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์มากถึง 6 ลูก รวมทั้งระเบิดไฮโดรเจน หรือเอชบอมบ์ เมื่อปี 2560 หากจะสร้างฐานทดสอบใหม่ก็คงไม่ยากและน่าจะสร้างได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่อีกฝ่ายกล่าวว่าการที่เกาหลีเหนือทำลายฐานทดสอบนิวเคลียร์โดยไม่เรียกร้องขอแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับสหรัฐ ก็ช่วยชี้ชัดแล้วว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือจริงจังที่จะเปลี่ยนแปลง   จดหมายจาก ทรัมป์   ใจความสำคัญของจดหมายระบุว่า “ผม (ปธน.ทรัมป์) หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับเกาหลีเหนือ น่าเสียดายที่คำแถลงล่าสุดของเกาหลีเหนือ แสดงถึงความโกรธแค้นและความเป็นปรปักษ์…

พระเอกหนังโป๊ผิวสี เล็งฟ้องร้องเอาผิดค่ายหนัง เหตุหมิ่นเหยียดผิวขณะถ่ายทำ N-word

  พระเอกหนังโป๊ผิวสี เจ้าของฉายา Moe the Monster ได้ยื่นเรื่องต่อศาลสูงในลอสแอนเจลิส เพื่อให้เอาผิดกับค่ายหนังโป๊ชื่อดังค่ายหนึ่ง เนื่องจากเขาไม่พอใจที่ค่ายหนังปล่อยให้นักแสดงสาวที่ เข้าฉากด้วยเรียกเขาว่า N-word ซึ่งเป็นคำเหยียดผิวถึง 2 ครั้งระหว่างถ่ายทำ ทั้งๆที่เขาได้ปฏิเสธ ไม่ยินยอมตั้งแต่การตกลงก่อนเข้าฉากแล้ว Moe the Monster เผยว่า หลังจากที่หนังเรื่องดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป เมื่อ ธ.ค. 2017 เขาพยายามให้ค่ายหนังแก้ไขเนื้อเรื่องที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวออก แต่ทางค่ายไม่ยอม ซึ่งน่าจะเป็นเพื่อหวังผลทางการตลาด ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรม จึงได้ยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อให้เอาผิดกับทางค่ายหนัง เพื่อไม่ให้เรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้นกับนักแสดงหนังโป๊ผิวสีอีก เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจที่สุดในเชิงเชื้อชาติ N-word ถือเป็นคำต้องห้ามในสังคม เพราะสื่อถึงการเหยียดสีผิวชัดเจน และมองว่าหากใครพูดคำนี้จะถือว่า เป็นการกระทำที่บัดซบ เลวทราม เพราะ N-word เป็นคำที่คนขาวใช้เรียกคนดำในเชิงดูถูกเหยียดหยามถึงขั้นลดค่าความเป็นมนุษย์ source ManoshFizเด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน http://www.flagfrog.com

พ่อแม่ได้รับชัยชนะ หลังฟ้องร้องลูกชายไม่เอาไหนวัย 30 ที่ไม่ย้ายออกจากบ้านสักที

  เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ผู้พิพากษารัฐนิวยอร์ก ได้พิพากษาให้ นายไมเคิล โรตอนโด ชายวัย 30 ปี ให้ย้ายออกจากบ้านของพ่อแม่ของเขาเอง หลังถูกพ่อแม่ของตัวเองฟ้องร้องต่อศาล เพื่อหาข้อสรุปและช่วยแก้ปัญหาภายในครอบครัว หลังพวกเขาพยายามมาหลายปี เพื่อที่จะให้ลูกชายที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว ได้ย้ายออกจากบ้าน เพื่อไปก่อร่างสร้างชีวิตของตัวเอง รายงานระบุว่า นางคริสตินา และนายมาร์ค โรตอนโด พ่อแม่ของ ไมเคิล ได้ยื่นเรื่องฟ้องต่อศาล ซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับการไล่ลูกชายออกจากบ้าน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการเพื่อขอให้ลูกชายออกจากบ้าน ภายในเวลา 14 วัน แต่เขาก็ยังเพิกเฉย     อย่างไรก็ดี ไมเคิล เคยย้ายออกจากบ้านไปเมื่อ 8 ปีก่อน แต่ปรากฎว่าเรียนไม่จบ แถมยังมีลูกอีกหนึ่งคน สุดท้ายก็บากหน้ากลับมาอยู่กับพ่อแม่ แถมยังไม่ยอมหางานทำ อาศัยเกาะพ่อแม่อยู่อาศัย ค่าใช้จ่ายในบ้านก็ไม่ช่วย แม้ว่าพ่อและแม่ของไมเคิล จะใช้ทั้งไม้หนักและไม้เบาเข้าจัดการลูกชาย โดยเริ่มดำเนินการทางกฎหมาย พร้อมออกหนังสือเตือนคราวนี้ให้เวลา 30 วัน พร้อมๆ กับระบุว่าจะให้ความช่วยเหลือลูกชายในเรื่องต่างๆทั้งช่วยหาที่พัก ช่วยหางานให้ ให้เงินราว 35,000…

เด็กวัย 15 ถูกศาลสั่งปรับอ่วม กว่าพันล้านบาท เหตุเผาป่าทำให้เกิดไฟป่าครั้งใหญ่

  เด็กวัยรุ่นอายุ 15 ปี ถูกฟ้องร้องฐานเป็นต้นเหตุทำให้เกิดไฟป่าเกิดขึ้นในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ Eagle Creek Canyon รัฐออริกอน เหตุดังกล่าวสืบเนื่องจากที่เด็กรายนี้ยิงพลุสองลูกเข้าไปในพื้นที่อุทยาน จนเกิดเป็นไฟป่าลุกลามไปอย่างรวดเร็วจนสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ป่านับ 48,000 เอเคอร์ ศาลในรัฐออริกอน ระบุว่าเด็กคนนี้มีความผิดฐานเป็นต้นเหตุของไฟป่า ต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินจำนวน 36 ล้านดอลล่าร์ ดอลลาร์ หรือราวๆ 1.1 พันล้านบาท ซึ่งจะแบ่งจ่ายเดือนละ 100,000 เหรียญต่อเดือน ระยะเวลายาวนาน 30 ปี ซึ่งเงินค่าปรับดังกล่าวจะนำไปสู่การเยียวยาเหยื่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าครั้งนี้และในอนาคต     และตัวเขายังต้องทำการเขียนจดหมายขอโทษไปยังผู้ประสบภัย 152 คน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไฟป่าครั้งนี้ด้วย แต่หากหากเด็กชายไม่สามารถชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวได้ เขาต้องบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะเป็นเวลา 2,000 ชั่วโมง และหากทำตัวดีภายในระยะเวลา 10 ปี เขาจะได้รับการลดโทษลงครึ่งนึง อย่างไรก็ตาม ทนายของเด็กคนดังกล่าวเรียกร้องให้จำเลยได้รับโทษที่สมเหตุสมผลกว่านี้ เนื่องจากจำนวนค่าเสียหายที่วัยรุ่นคนนี้ต้องชดใช้นั้นถือว่าไร้สาระสิ้นดี source ManoshFizเด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน http://www.flagfrog.com

ชายจีนพิชิต “ยอดเขาเอเวอเรสต์” ได้สำเร็จ หลังเสียขา 2 ข้าง ให้หิมะเมื่อ 40 ปีก่อน

  นายเซี่ย โป๋หยู ชายชาวจีนวัย 69 ปี สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จ ด้วยความสูง 8,848 เมตร ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกอยู่บนเทือกเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล ถือเป็นผู้เสียขาทั้ง 2 ข้างคนที่ 2 ของโลกที่สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ โดยคนแรกคือนายมาร์ก อินกลิส ชาวนิวซีแลนด์ที่พิชิตได้ในปี 2549 ขณะอายุ 47 ปี นี่คือความพยายามครั้งที่ 5 ในการพยายามพิชิตยอดเขา ตั้งแต่ปี 2518 แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้าย ทำให้เขาติดอยู่ท่ามกลางหิมะเย็นจัด ออกซิเจนต่ำ ทรมานจากการถูกหิมะกัด ต้องตัดเท้าทั้งสองข้าง ซ้ำร้ายเมื่อปี 2539 เขาถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ต้องตัดขาทั้งสองข้างตั้งแต่เข่าลงไป     และแม้ว่าครั้งนี้จะถูกขัดขวางโดยรัฐบาลเนปาล ที่เสนอห้ามมิให้ผู้ที่พิการตาบอดสองข้าง และขาขาดทั้งสองข้างปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ เพราะเป็นห่วงชีวิตของผู้ปีนเขา แต่ข้อเสนอดังกล่าวก็ถูกคว่ำไปในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เนื่องจากศาลระบุว่าเป็นการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการ “พ่อของผมถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ เวลา 8.26 น. ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศเนปาล มันเป็นจริงแล้ว ความฝันตลอด 40 ปีของเขา”…

คนสูงวัยญี่ปุ่นสุดเหงา ยอมทำผิดแลกชีวิตในคุก ไม่ขออยู่ลำพัง เปรียบคุกเหมือนบ้าน

  รายงานน่าสนใจจาก bloomberg เกี่ยวกับเรื่องของคุกในประเทศญี่ปุ่น ที่เปรียบเหมือนสวรรค์สำหรับคนสูงวัย โดยกลุ่มผู้สูงอายุเหล่านี้ยอมทำความผิดเพื่อให้ถูกจับเข้าไปอยู่ในคุก โดยสาเหตุเพราะความเหงา ประเทศญี่ปุ่นมี ประชากรสูงอายุมากที่สุดในโลก มากกว่า 1 ใน 4 ของพลเมืองชาวญี่ปุ่น (อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป) และเมื่อเป็นเช่นนี้ จึงเกิดเทรนด์ไม่คาดคิด ผู้สูงวัยในประเทศญี่ปุ่นจำนวนมากยอมทำเรื่องผิดกฎหมาย เพื่อให้ได้เข้าไปใช้ชีวิตบั้นปลายในคุก จึงทำให้ สถิติผู้สูงอายุก่ออาชญากรรมเพิ่มสูงขึ้นเป็น 4 เท่า ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา และ 1 ใน 5 ของนักโทษในคุกทั้งหมดเป็นผู้สูงอายุ นักโทษสูงอายุส่วนมากเป็นเพศหญิง โดยคดีที่นิยมมากที่สุดคือ การลักขโมยของในร้านค้า ผู้สูงอายุที่ก่อเหตุลักขโมยของในร้านค้า มีจำนวนมากกกว่าครึ่งที่อาศัยอยู่โดยลำพัง และ 40 เปอร์เซ็นต์ของพวกเขาเผยว่า เขาไม่มีครอบครัว หรือคนที่สามารถพูดคุยด้วยได้เลย เหตุผลเช่นนี้เอง จึงทำให้พวกเขาคิดว่า คุกเป็นทางเลือกที่ดีกว่า “พวกเขาอาจจะมีบ้าน มีครอบครัว แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขามีสถานที่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านอย่างแท้จริง” – ยูมิ มูระนากะ หัวหน้าผู้คุมเรือนจำหญิง กล่าว  …

อัพเดต! เหล่าผู้เชี่ยวชาญ ฟันธงเบื้องหลังจุดจบ MH370 เชื่อกัปตันฆ่าตัวตาย

  อัพเดต! เว็บไซต์ mirror รายงานความคืบหน้าปริศนาเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH370 กัวลาลัมเปอร์-ปักกิ่ง หายไปอย่างลึกลับ พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 ชีวิต หลังมีการการตั้งข้อสันนิษฐานมากมายถึงสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินลำนี้ประสบเหตุหายไปอย่างไร้ร่องรอย (ทั้งการจงใจฆ่าตัวตายโดยหนึ่งในนักบิน ไปจนถึงการถูกไฮแจ็คและเครื่องยนต์ขัดข้อง) คณะผู้เชี่ยวชาญด้านการบินหลายคน ร่วมกันวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทำให้ MH370 ตก ในรายการ 60Minutes โดยทุกคนได้ข้อสรุปตรงกันว่า กัปตัน ซาฮารี อาห์หมัด ชาห์ กัปตันของเที่ยวบิน MH370 คือบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมนี้ เพราะเขาเองคือคนลงมือให้เกิดเรื่องทั้งหมด     “สาธารณชนทั่วไปสามารถรู้ความจริงว่า กำลังมีความเห็นที่เป็นเอกฉันท์เกี่ยวกับเหตุการณ์สุดท้ายที่เกิดกับเครื่องบินลำนี้ พวกเราเชื่อว่า กัปตันซาฮารี ต้องการฆ่าตัวตาย ด้วยการขับเครื่องบินไปยังจุดที่ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อทำให้เครื่องบินหายไป” – นายลาร์รีย์ แวนซ์ อดีตเจ้าหน้าที่สืบสวนในคณะกรรมาธิการด้านความปลอดภัยด้านการบินของแคนาด กล่าว “กัปตันซาฮารี ได้ขับเครื่องบินให้หลีกเลี่ยงระบบเรดาร์ทหารของกองทัพมาเลเซียหรือไทย ด้วยการบินไปตามแนวพรมแดนระหว่างประเทศ ทั้งบินเข้าบินออกน่านฟ้าของสองประเทศนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศรู้สึกว่าเครื่องบินลำนี้ไม่ได้บินอยู่ในน่านฟ้าของประเทศตน และไม่ได้ตระหนักถึงความผิดปกติที่เกิดกับเครื่องบิน” –…