ศาลสหรัฐฯ สั่งกาแฟแบรนด์ดัง ติดป้ายเตือนมะเร็ง! (สู้กันมา 8 ปี ส่งผลร้ายถึงผู้ดื่มทั่วโลก)

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา เอลิฮู เบอร์ลี ผู้พิพากษาศาลนครลอสแองเจลิส ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐ ให้ร้านกาแฟแบรนด์ดังอย่าง Starbucks, Dunkin’ Donuts, McDonald’s Gloria Jean’s หรือแม้แต่ 7-Eleven ไปจนถึงแบรนด์ที่จำหน่ายกาแฟอื่นๆอีกราว 90 แบรนด์ ต้องติดฉลากคำเตือนเกี่ยวกับสารก่อมะเร็งที่ผลิตภันฑ์     หลังจากก่อนหน้านี้มีการฟ้องร้องโดยกลุ่มที่ชื่อว่า “คณะกรรมการเพื่อการศึกษาและวิจัยสารพิษ” หรือ CERT ซึ่งเป็นองค์กรที่มีหลักฐานระบุว่าการดื่มกาแฟนั้นมีสารที่ทำให้ก่อมะเร็งที่เรียกว่า “Acrylamide(อะคริลาไมด์)” ซึ่งเกิดขึ้นมาจากกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ ผู้พิพากษามีคำตัดสินว่า จำเลย(บริษัทกาแฟ) ล้มเหลวที่จะพิสูจน์ว่าการบริโภคการแฟของพวกเขาซึ่งมีสารดังกล่าวไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ ซึ่งทาง CERT ได้ยื่นฟ้องบริษัทกาแฟมาตั้งแต่ปี 2010 แล้วโดยระบุว่า อะครีลาไมด์ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งภายใต้กฎหมายรัฐแคลิฟอร์เนีย และบริษัทกาแฟเหล่านี้ละเลยต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคในการระบุที่ฉลากของสินค้าถึงอันตรายจากสารดังกล่าว อีกทั้งระบุว่าบรรดาบริษัทกาแฟทั้ง 90 แห่ง ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ากาแฟที่ตนเองจำหน่ายนั้นปราศจากอันตรายจากสารอะครีลาไมด์ อีกทั้ง CERT ต้องการให้ผู้ผลิตกาแฟต้องกำจัดสารอะคริลาไมด์ออกจากกระบวนการคั่วกาแฟให้หมดซึ่งจะเป็นประโยชน์มากกว่าติดคำเตือนบนฉลากของผลิตภันฑ์     ขณะที่บรรดาบริษัทกาแฟพวกเขามีเวลาจนถึงวันที่ 10 เมษายนในการยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว บิล…

คลีโอพัตรา ไม่ได้สวยอย่างที่คิด? แต่ที่ถูกยกให้เป็นผญที่สวยที่สุดในโลกก็เพราะ ความฉลาด

คลีโอพัตราที่ 7 (Cleopatra VII) สตรีผู้นี้คือนางพญาองค์สุดท้ายแห่งอียิปต์โบราณ ก่อนที่อาณาจักรอันเกรียงไกรนี้จะกลายเป็นเพียงแค่แคว้นหนึ่งของจักรวรรดิโรมันในช่วงประมาณ 30 ปีก่อนคริสตกาล นางมิใช่คนอียิปต์ ทว่าเป็นชาวกรีก มีสตรีใช้ชื่อคลีโอพัตราก่อนหน้านางถึงหกคน แต่ก็ไม่มีใครที่โด่งดังเท่าพระนางคลีโอพัตราที่ 7 อีกแล้ว ราชินีแห่งอียิปต์ถูกกล่าวขานถึงความงามที่เธอมีเหนืออผู้ใด ซึ่งปรากฏให้เห็นได้จากงานศิลปะต่างๆที่สื่อถึงตัวเธอ อันมีมาต่อเนื่องยาวนานแม้ว่าเธอจะได้จากโลกนี้ไปนานนับพันปี ตำนานความงามของเธอส่วนหนึ่งมาจากเรื่องราวที่เธอทำให้ผู้นำที่ทรงอำนาจของโรมันถึงสองคนคือจูเลียส ซีซาร์ และมาร์ก แอนโทนี ต้องหมอบราบให้กับเธอ ความงาม เสน่ห์แห่งเรือนร่าง หรือความปราดเปรื่องของพระนางกันแน่ที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมยิ่งใหญ่ขึ้นในประวัติศาสตร์ให้โจษจันเล่าขานกันสืบมา   คลีโอพัตรา หน้าตาสวยจริงหรือไม่? งานเขียน   เว็บไซต์ Heritage daily ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ความงามที่ร่ำลือกันของคลีโอพัตรานั้นมีพื้นฐานที่น่าเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด หากอาศัยหลักฐานที่ปรากฏตามประวัติศาสตร์มาพิจารณาประกอบ งานเขียนของนักประวัติศาสตร์ชาวโรมัน คาสซีอุส ดิโอ (Cassius Dio) ซึ่งมีขึ้นหลังการจากไปของคลีโอพัตรากว่า 200 ปี กล่าวว่า คลีโอพัตราเป็น “หญิงที่งามเกินกว่าความงามใดๆ” เป็นผู้ที่แค่ “ได้มองเห็นก็ถือเป็นบุญตา” ขณะที่พลูตาร์ก (Plutarch) นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกได้เขียนถึงคลีโอพัตราก่อนหน้าดิโอนับร้อยปีว่า “ความงามของเธอ…ใช่ว่าจะหาผู้ใดเปรียบมิได้ หรือจะทำให้ผู้ใดตื่นตะลึงได้เพียงแค่เห็นหน้าเธอ” อย่างไรก็ดี…

ทหาร SAS ปะทะไอซิสจนกระสุนหมด-บุกเดี่ยวฟันหัวขาด-ขโมยปืนและระเบิดฆ่าจนหน่วยชนะ

  หน่วยรบพิเศษอังกฤษ SAS(British Special Air Service) มีคำขวัญประจำหน่วยว่า “Who dares wins” หรือ “ผู้ที่กล้าเท่านั้นที่จะชนะ” โดนกลุ่มไอซิสดักซุ่มโจมตีในอัฟกานิสถาน ยิงต่อสู้ดวลกันนานถึง 6 ชม. จนกระสุนหมด แต่ก็ยังสามารถใช้ทักษะชั้นเชิงในการต่อสู้อย่างเยี่ยมยอด คว้าจอบฟันใส่คอของนักรบไอซิสคนหนึ่งจนหัวขาดกระเด็น จากนั้นทหารหน่วยรบพิเศษนายนี้ยังได้ฉวยใช้ปืนและระเบิดของนักรบไอซิสที่ตายไป นำมาปลิดชีพกลุ่มไอซิสตายไปได้อีกหลายราย เหตุการณ์สู้รบอย่างดุเดือดครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน ในอัฟกานิสถาน โดยกำลังทหารหน่วยรบพิเศษ ​SAS ของอังกฤษที่ถูกส่งมาปฏิบัติภารกิจปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน ได้ถูกกลุ่มมือปืนไอซิส ซึ่งมีอาวุธปืนเพียบพร้อม รวมทั้งปืนไรเฟิล ดักซุ่มโจมตี     ทหารหน่วย SAS ที่ถูกกลุ่มไอซิสดักซุ่มโจมตีนี้ ได้วิทยุแจ้งขอความช่วยเหลือ เพราะไม่อยากโดนจับเป็นเชลย (โดนจับก็คือการตายทั้งเป็นเพราะจะถูกทรมานแสนสาหัส) และพร้อมจะขอสู้จนตาย ขณะเดียวกันกองกำลังสหรัฐฯ ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์อปาเช่ 2 ลำมาช่วยทหารหน่วย SAS ต่อสู้กับกลุ่มไอซิส ที่เกิดขึ้นทางภาคตะวันออกของอัฟกานิสถาน คำให้สัมภาษณ์ของ ฮีีโร่ ที่ใช้จอบฟันหัวขาด – “พวกเรารู้อยู่แล้วว่า วันนี้คงเป็นวันสุดท้ายของพวกเรา…

เหตุการณ์สุดฮา เมื่อ Snoop Dogg ปุ๊นกัญชาหนักมาก จนหน่วยดับเพลิงต้องบุกมาถึงโรงแรม!

สนูป ด็อกก์ เจ้าพ่อแร๊พเปอร์ ชายผู้นี้ถูกยกย่องให้เป็นตำนานในเรื่องของกัญชา สนูป ด็อกก์ ชอบกัญชามากถึงขั้นเปิดบริษัทผลิตสินค้ามากมายที่เกี่ยวกับกัญชา ทั้งกระดาษโรล เคสโทรศัพท์ที่สามารถจุดไฟได้ ที่บดกัญชา คุกกี้กัญชา แถมยังมีสูตรกัญชาเป็นของตัวเองด้วย และแน่นอนว่าทุกการเดินทางของสนูป ด็อกก์ มีหรือที่จะไม่พกกัญชาชั้นดีติดตัวไปด้วย อิอิ     ในวันที่ 24 มกราคม 2014 นักผจญเพลิงได้รับสายแจ้งเตือนว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุง เมลเบิร์น ออสเตรเลีย ทุกคนไม่รอช้ารีบรุดไปยังที่เกิดเหตุทันที แต่เมื่อเปิดเข้าห้องไปดูทุกคนก็หัวเราะก๊ากออกมา เมื่อพบว่าที่มาของสัญญาณเตือนนั้น คือกลุ่มควันกัญชาที่ สนูป ด็อกก์ กำลังนั่งปุ๊นอย่างเมามันส์ จนควันท่วมห้องเลยทำให้สัญญานเตือนไฟไหม้ทำงาน โดยสนูป ด็อกก์ ได้โพสท์ภาพที่ถ่ายกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงลงใน IG ของเขา     สนูป ด็อกก์ เผยว่าสาเหตุที่สูบกัญชานั้นเพราะต้องการอยู่ในอารมณ์ของมืออาชีพมากที่สุด เพราะในวันพรุ่งนี้ผมจะต้องขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ “พวกเราพบ สนูป ในท่าทางที่เยิ้มสุดขีดพวกเราถ่ายรูปด้วยกัน มันเป็นคืนที่ตลกมาก พวกเราหัวเราะกันไม่หยุด สนูปยังบอกพวกเราอีกด้วยว่าเขาอยากเป็นนักดับเพลิงมาตั้งแต่เด็ก เราเลยแซวสนูปกลับไปว่า นี่เป็นเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่าทางโรงแรมได้ติดตั้งเครื่องช่วยเตือนไฟไหม้ ไว้ในห้องอย่างถูกต้อง”…

เกาหลีเหนือ ทดสอบขีปนาวุธผิดพลาด ตกใส่เมืองตนเองที่มีประชากรอยู่ 2 แสนคน!

  วันที่ 5 ม.ค.61 สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานข่าวใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ว่าตอนนี้ได้เกิดกระแสความวิตกกังวล เกาหลีเหนืออาจจุดชนวนสงครามนิวเคลียร์โดยไม่ได้ตั้งใจ หลังจากมีข่าวลือออกมาว่า เกิดความผิดพลาดในระหว่างการทดสอบยิงขีปนาวุธ Hwasong KN-17  เมื่อวันที่ 28 เมษายน 60 และขีปนาวุธลูกดังกล่าวได้ตกใส่ย่านชุมชนแห่งหนึ่ง ในเมืองต็อกชอน ของเกาหลีเหนือ เพียงแต่ไม่รู้แน่ชัดว่าทำให้มีคนล้มตายบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด รู้เพียงว่าประชากรในเมืองแห่งนี้มีมากถึง 200,000 คน     แหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันข่าวนี้กับสื่อว่า ระบบเครื่องยนต์ของขีปนาวุธลูกดังกล่าวของเกาหลีเหนือได้เกิดขัดข้องไม่กี่นาทีหลังถูกยิงขึ้นจากฐานยิงจึงทำให้ขีปนาวุธไม่สามารถบินไปได้ถึงระยะทาง 70 กิโลเมตรตามที่ตั้งเป้าไว้ โดยขีปนาวุธได้ตกใส่อาคารหลังหนึ่ง ซึ่งไม่แน่ชัดว่าเป็นอาคารอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรม จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่คาดกันว่า ขีปนาวุธลูกนี้ถูกยิงที่สนามบินปุ๊กชาง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงขีปนาวุธจากที่นี่อีกด้วย     รายงานเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Dailymail – ไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความขัดข้องดังกล่าว เพราะพื้นที่ที่ขีปนาวุธตกลงไปนั้น เป็นพื้นที่เกษตรกรรม และหากจรวดไม่เกิดความผิดพลาด เป้าหมายของมันนั้นน่าจะไปตกอยู่ที่ทะเลตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น thesun – รัฐบาลเกาหลีเหนือภายใต้การนำของคิม จอง อึน ยอมรับข้อเสนอของเกาหลีใต้ ในการร่วมเจรจาระดับสูงในวันที่ 9 มกราคม โดยจะมุ่งหารือในเรื่องการส่งนักกีฬาเกาหลีเหนือเข้าร่วมในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน…

เจาะลึกชีวิตของ “ปาโบล เอสโกบาร์” ซาตานในร่างวีรบุรุษ

– ทำรายได้จากธุรกิจมืดถึงสัปดาห์ละ 15,225 ล้านบาท , ปีละ 7 แสนล้านบาท , มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด 1 ล้านล้านบาท – ติดอันดับ 7 ของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกจากการจัดอันดับโดย Forbes เป็นเวลา 7 ปีเต็มๆ ตั้งแต่ 1987-1993 – ปาโบล เติบโตขึ้นมาในครอบครัวยากจน แต่ด้วยความที่เป็นคนหัวดี และเป็นคนกล้า ทำให้รู้จักค้าขาย และมีสกิลเอาตัวรอดมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งความสามารถนี้น่าจะทำให้เขาประสบความสำเร็จในการลอบขนส่งสิ่งผิดกฏหมายได้อย่างมืออาชีพ – เอสโกบาร์ลักลอบขนโคเคนเข้ามาในสหรัฐอเมริกาเป็นจำนวน 15 ตันทุกวัน ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับโคเคนในสหรัฐฯ จำนวน 4 ใน 5 คนล้วนแต่เป็นเครือข่ายของปาโบล ทั้งทางเรือ ทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ – และหลังจากที่การขนย่งโคเคนเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ ปาโบล จึงตัดสินใจซื้อเรือดำน้ำ เพื่อใช้ในการขนส่งโคเคนเข้าสหรัฐ (ค้นพบโดยเจ้าหน้าที่ DEA ในปี 2011) – ปาโบล…

หนุ่มนอร์เวย์ เมาแอ๋วันปีใหม่ คถ.บ้านทนไม่ไหว รู้ตัวอีกทีโดนค่าแท็กซี่ไปเต็มๆ 7 หมื่นบาท!

  หนุ่มชาวนอร์เวย์วัย 40 ปี ที่ได้ฉลองวันขึ้นปีใหม่กับเพื่อนๆ จนเมาแอ๋แทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ ได้เรียกรถแท๊กซี่เพื่อเดินทางกลับบ้าน ที่ต้องผ่าน 3 ประเทศ ได้แก่ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก, ประเทศสวีเดน, ก่อนที่จะถึงกรุงออสโล เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ โดยใช้เวลาขับขี่กว่า 6 ชั่วโมง รวมระยะทางกว่า 600 กิโลเมตร และพี่แท๊กซี่คนนี้ก็บ้าจี้ขับไปส่งจริงๆ ฮ่าๆๆ     แต่พอเดินทางถึงแล้วชายคนนี้กลับเข้าบ้านไปนอนโดยไม่จ่ายค่าโดยสาร ปล่อยให้คนขับแท็กซี่ต้องยืนหัวเสียอยู่หน้าบ้าน ขณะที่แบตเตอรี่รถก็หมด ทำให้เขาตัดสินใจแจ้งตำรวจออสโล ซึ่งเป็นผู้เปิดเผยเรื่องราวเหตุการณ์นี้บนทวิตเตอร์ เมื่อตำรวจมาถึง พวกเขาก็เข้าไปในบ้านของชายวัย 40 ปีรายนี้ และพบว่าเขานอนหลับสบายอยู่บนเตียง เจ้าหน้าที่จึงปลุกเขาและแจ้งหนี้ค่าโดยสารแท็กซี่เป็นเงินถึง 18,000 โครนนอร์เวย์ (ราว 72,248 บาท) ซึ่งเขายอมจ่ายเงินแต่โดยดี ส่วนคนขับรถแท็กซี่ได้บริการยกรถมาช่วยพาเขากลับเดนมาร์ก เรื่องจึงจบด้วยดี ที่มา – metro   ภาพนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา แต่เราอยากเขียน เป็นการแถมให้ ชายหนุ่มคนนี้มีชื่อจริงว่า Thaddeus Kalinoski…

เส้นทางชีวิตที่แสนเจ็บปวดของ “คีอานู รีฟส์” (อ่านแล้วคุณจะรักผู้ชายคนนี้มากขึ้น)

  1.พ่อทิ้งไปตั้งแต่อายุ 3 ขวบ จึงต้องอยู่กับแม่และน้องที่ป่วยเป็นโรคลูคีเมีย แม่ต้องแต่งงานใหม่หลายครั้ง เพื่อหาเงินมาเลี้ยงลูกทั้งสอง ต้องอยู่กับพ่อเลี้ยงหลายคน และพ่อแท้ๆก็มักก่อเรื่องให้ คีอานู ปวดหัวอยู่เสมอ ต้องคอยประกันตัวจากพฤติกรรมเสพยาอยู่บ่อยครั้ง     2.มีความผิดปกติในการอ่าน (โรคดิสเล็กเซีย) จึงทำให้การไปโรงเรียนเป็นเรื่องที่ลำบากมาก เพราะมักจะเรียนไม่ทันเพื่อนๆ และมักจะโดนล้ออยู่บ่อยครั้ง จึงเลือกไปเล่นฮอกกี้น้ำแข็งเป็นผู้เล่น MVP ของทีม เก่งถึงขั้นวางแผนเล่นอาชีพแต่สุดท้ายก็เจ็บและต้องทิ้งความฝันที่จะเป็นนักกีฬาทีมชาติแคนาดานี้ไป และจากการที่ต้องย้ายโรงเรียนถึง 4 แห่งทำให้ ในที่สุดเขาก็ต้องออกจากโรงเรียนมัธยมปลายโดยที่ไม่ได้รับประกาศนียบัตร     3.ภาพยนตร์ตลกเรื่อง Parenthood คีอานูได้พบกับ เพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเขา ริเวอร์ ฟีนิกซ์ พวกเขาสนิทกันมากและได้แสดงภาพยนตร์ด้วยกันหลายต่อหลายเรื่อง แต่ในที่สุดริเวอร์ ฟีนิกซ์ก็เริ่มหันมาเสพเฮโรอีนและเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดในปี 1993 หลังจากนั้น คีอานู ก็แทบไม่สุงสิงกับใครอีกเลย “เขาคือมนุษย์และนักแสดงที่น่าทึ่ง พวกเราเข้ากันได้ดีและผมคิดถึงเขา ผมคิดถึงเขาอยู่เสมอๆ เลย”     4.คีอานู รีฟส์ได้ตกหลุมรักเจนนิเฟอร์ ไซม์นักแสดงสาวคนหนึ่งจนเธออุ้มท้องลูกคนแรก จนเมื่อครบกำหนดคลอด 1999 ปรากฏว่าทารกน้อยเสียชีวิต ทั้งคู่เสียใจมากและเลิกรากันในเวลาต่อมา…

ช็อก! เด็ก 16 ฆ่าครอบครัวตัวเอง 4 ศพก่อนขึ้นปีใหม่! (คล้ายคดีฆาตกรรมในบ้านผีสิง อมิตี้วิลล์)

  เด็กชาวสหรัฐฯ วัย 16 ปี ใช้ปืนกลกึ่งอัตโนมัติยิงสังหารครอบครัวตัวเองรวมทั้ง พี่สาวของตัวเอง รวม 4 ศพ ในคืนก่อนวันขึ้นปีใหม่… สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายสกอตต์ โคโลกี ตกเป็นผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติสังหาร – นายสตีเวน บิดาวัย 44 ปี – นางลินดา มารดาวัย 42 ปี – บริตทานี พี่สาววัย 18 ปี – นางแมรี ชูลท์ซ หญิงวัย 70 ที่บ้านของพวกเขาในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งอาศัยอยู่ด้วยกัน เพียงไม่กี่นาทีก่อนที่ปี 2017 จะสิ้นสุดลง ภายในบ้านหลังนี้ยังมีผู้อาศัยอีก 2 คน คือ เอเดรียน ซึ่งเป็นปู่ของสกอตต์ และ สตีเวน จูเนียร์ ลูกชายคนโต ซึ่งทั้งคู่สามารถหลบหนีออกจากบ้านได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ ตำรวจได้รับการโทรศัพท์แจ้งเหตุร้ายในเวลาประมาณ 23.43 น. ของวันอาทิตย์ที่…

สงสัยดูหนังเยอะเกิน! แฮกเกอร์หนุ่มพลาดท่า โดนจับหลังแฮกเรือนจำ ช่วยเพื่อนพ้นคุก

  นาย Konrad Voits อายุ 27 ปี ชาว Michigan มีความผิดฐานแฮกเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของเรือนจำ Washtenaw County Jail เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลให้เพื่อนของเขาพ้นโทษเร็วขึ้น จากรายงานบอกว่านาย Voits ใช้วิธีการส่งอีเมล์ปลอม (Phishing) และโทรศัพท์เพื่อหลอกให้พนักงานในเรือนจำ Washtenaw ดาวน์โหลดและเริ่มทำงานมัลแวร์ นาย Voits ใช้ชื่อปลอมว่า “Daniel Greene” และเรียกร้องความช่วยเหลือเกี่ยวกับหมายศาล และยังสร้างโดเมน “ewashtenavv.org” ซึ่งใกล้เคียงกับเว็บไซต์ “ewashtenaw.org” ของเรือนจำ แต่หลังจากที่ล้มเหลวจากการส่งอีเมล์เข้าไป เขาก็เปลี่ยนวิธีเป็นใช้การโทรศัพท์โทรหาพนักงานแทนโดยใช้ชื่อคนในองค์กร “T.L” และ “A.B” ซึ่งมีอยู่จริงในเรือนจำแห่งนี้ เพื่อขอให้พนักงานดาวน์โหลดและติดตั้งไฟล์ที่บอกว่าเป็น “อัพเกรดของระบบเรือนจำ”     แผนการโทรศัพท์ครั้งนี้สำเร็จ นั่นคือติดตั้งมัลแวร์ลงบนระบบของเรือนจำสำเร็จ มัลแวร์ตัวดังกล่าวอนุญาตให้นาย Voits สามารถควบคุมเครือข่ายของเรือนจำได้ อย่างเช่นระบบ XJail ที่ใช้ติดตามและสังเกตการณ์ผู้ต้องขัง บันทึกต่างๆ และข้อมูลส่วนตัวของพนักงานในเรือนจำ มากกว่า 1,600 ราย…