เจ้าชายซาอุฯ จ่ายแล้ว 3.2 หมื่นล้าน แลกอิสระจากคดีคอรัปชั่น! (หลังถูกขังในรร. 5 ดาว)

  หนึ่งในเชื้อพระวงศ์อาวุโสของซาอุดิอาระเบีย ที่ถูกจับกุมตัวในข้อหาคอรัปชั่นยอมจ่ายเงินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ให้กับรัฐบาลเพื่อแลกกับการปล่อยตัวเป็นอิสระ ทางการซาอุดิอาระเบีย เปิดเผยว่า เจ้าชาย มีเต็บ บิน อับดุลลาห์ หนึ่งในเชื้อพระวงศ์และเจ้าหน้าที่กว่า 100 คน ซึ่งถูกตำรวจควบคุมตัวตามนโยบายกวาดล้างคอรัปชั่น ได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ หลังจากตกลงที่จ่ายเงินมากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ หรือ กว่า 32,000 ล้านบาท เป็นค่าเสียหายที่เกิดจากการทุจริตงบประมาณภาครัฐซึ่งพระองค์มีส่วนรู้เห็น และได้ตกลงยอมรับว่ากระทำความผิดในข้อหาคอรัปชั่นจริงตามที่ถูกกล่าวหา สาเหตุที่ซาอุฯ ใช้วิธีแบบนี้ ด้านนักวิเคราะห์เชื่อว่า เป็นเพราะกระบวนการยุติธรรมในประเทศใช้เวลานานเกินไป และเป็นเรื่องยากที่จะได้เงินจำนวน 20,000ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 600,000 ล้านบาท ที่ถูกทุจริตหรือยักยอกไปคืนกลับมา คาดว่า วิธีการนี้อาจช่วยให้รัฐบาลซาอุฯ ได้เงินมากถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 3 ล้านล้านบาท โดย มีรายงานว่า เชื้อพระวงศ์อีกกว่า 10 พระองค์ ที่ถูกควบคุมตัวในข้อหาคอรัปชั่นยอมจ่ายเงินเพื่อแลกกับการปล่อยตัวเช่นกัน ที่มา – theguardian Ma_noshiG –…

นึกว่าหนัง! หน่วยสืบราชการลับ MI5 สกัดแผนลอบสังหารนายกอังกฤษฯ เทเรซา เมย์

  ตำรวจและหน่วยสืบราชการลับเชื่อว่าคนร้ายกลุ่มนี้มีแผนสร้างสถานการณ์ โดยใช้วิธีระเบิดพลีฉีพ โจมตีบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ซึ่งเป็นที่พักของนายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ ก่อนอาศัยจังหวะชุลมุนเพื่อเข้าถึงตัวและทำการสังหารผู้นำหญิงคนดัง แต่แผนก็ไม่สำเร็จเพราะ นายไนอิมูร์ ซาคาริยาห์ เราะห์มาน อายุ 20 ปี และนายโมฮัมเหม็ด อาคิบ อิมรอน อายุ 21 ปี ถูกจับได้เสียก่อน เพราะตั้งแต่ที่ก้าวเข้าสู่ประเทศก็ถูกหน่วยสืบราชการลับติดตามเฝ้าดูอยู่ทุกฝีก้าวเป็นเวลาหลายสัปดาห์ – เราะห์มานถูกจับได้ที่กรุงลอนดอน – อิมรอนถูกจับในเมืองเบอร์มิงแฮม ทั้งสองถูกแจ้งข้อหาวางแผนก่อการร้าย และถูกนำตัวขึ้นศาลเขตเวสต์มินสเตอร์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว     นายแอนดรูว์ พาร์คเกอร์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองภายใน MI5 แจ้งต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารว่า แผนลอบสังหารนายกรัฐมนตรีเมย์ เป็น 1 ใน 9 แผนโจมตีที่หน่วยข่าวกรองสกัดได้ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และแม้ไอเอสพ่ายแพ้ในอิรักและซีเรีย แต่ภัยคุกคามจากไอเอสได้ขยายไปพื้นที่ใหม่ๆ โดยสมาชิกใช้สื่อสังคมออนไลน์ปลุกระดมให้สาวกลงมือโจมตีในอังกฤษและในประเทศอื่น อังกฤษเผชิญก่อการร้าย 5 ครั้งในปีนี้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 36…

ปรากฏการณ์ “การตายอย่างโดดเดี่ยว (โคโดคูชิ)” ที่ตอนนี้เป็นปัญหาระดับชาติของญี่ปุ่น

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ชายชราวัย 80 ปีคนหนึ่งถูกพบศพหลังจากเสียชีวิตนานกว่าหนึ่งเดือนภายในห้องพักกลางกรุงโตเกียว เหตุการณ์น่าสลดใจเช่นนี้มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นมากขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ที่ประชากรเกือบหนึ่งในสี่เป็นผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว     “โคโดคูชิ” หรือ การตายอย่างโดดเดี่ยว ที่กำลังเป็นปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ ประเทศญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุมากกว่า 127 ล้านคน (ประชากรอายุเกิน 65 ปี มีสัดส่วนถึง 27.7%) และชาวญี่ปุ่นในวัยกลางคนจำนวนมาก ล้มเลิกความพยายามหาคู่ครอง แต่เลือกอยู่โดยลำพังแทน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ปรากฏการณ์นี้เป็นส่วนผสมของวัฒนธรรรมอันเป็นเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่น ตลอดจนปัจจัยด้านสังคมและโครงสร้างประชากร ไม่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการว่า คนที่เสียชีวิตลำพังโดยไม่มีใครรู้จนล่วงไปหลายวัน หรือหลายสัปดาห์ มีจำนวนเท่าใดแน่ แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ประเมินว่า ราว 3 หมื่นคนต่อปี (ปัจจุบันมีผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียวมากกว่า 5 ล้านคนทั่วญี่ปุ่น โดยจำนวนนี้คือคนที่อยู่คนเดียวจริงๆ ไม่มีญาติพี่น้องมาดูแลเลย)     เชื่อว่าตัวเลขแท้จริง น่าจะสูงกว่านี้ 2 – 3 เท่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอย่างขนานใหญ่ แต่เครือข่ายความปลอดภัยทางสังคมของประเทศปรับตัวไม่ทัน ภาระดูแลผู้สูงอายุยังอยู่กับครอบครัวเป็นหลัก คัตทึฮิโกะ ฟูจิโมริ ผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิการ จากสถาบันวิจัยและข้อมูลมิซูโฮ…

เรือสำราญวุ่น! ผู้โดยสารเกือบ 200 ชีวิต ป่วยท้องเสีย ระหว่างอยู่กลางมหาสมุทร

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ผู้โดยสารจำนวนมากเกือบ 200 ชีวิต บนเรือสำราญโอเวชั่น ออฟ เดอะ ซีส์ (Ovation of the Seas) เกิดป่วยด้วยโรคระบบทางเดินอาหาร ในระหว่างที่กำลังออกเดินทางท่องไปกับเรือกลางมหาสมุทร โดยมีเส้นทางจากประเทศสิงคโปร์ มุ่งหน้าไปยังนครโฮบาร์ต ในประเทศออสเตรเลีย     รายงานเผยว่า เรือสำราญลำนี้บรรทุกผู้โดยสาร ซึ่งเป็นแขกและลูกเรือ จำนวนทั้งสิ้น 5,800 ราย โดยหลังจากเรือออกเดินทางได้ 14 วัน หรือ 2 สัปดาห์ พบว่า ผู้โดยสารจำนวนมากถึง 195 ราย มีอาการท้องเสียและอาเจียน ซึ่งคิดเป็นจำนวนมากกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ของผู้โดยสารทั้งหมดบนเรือ ทางเจ้าหน้าที่ของทางเรือ ได้จัดการฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อโรคบนทางเดินภายในเรือ ทั้งนี้มีรายงานว่า ได้มีการปิดการเข้าถึงห้องอาหารบนเรือ ระงับบริการอาหารแบบหยิบมือ รวมทั้งกิจกรรมการทัวร์ห้องครัวก็ถูกยกเลิกไปด้วย     ผู้โดยสารรายหนึ่ง เผยว่า ทางเรือพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อควบคุมสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการให้ผู้โดยสารล้างมืออย่างน้อยวันละไม่ต่ำกว่า 12 ครั้ง…

การของบก้อนใหญ่ที่สุดในปวศ. 2.2 หมื่นล้าน เพื่อช่วย 91 ล้านคน จากภาวะสงคราม!

UN: United Nations (องค์การสหประชาชาติ) ได้ยื่นคำขออนุมัติงบประมาณมูลค่า 2 หมื่น 2 พันล้านดอลลาร์  เพื่อนำไปใช้ ช่วยเหลือประชากรโลกจำนวน 91 ล้านคน ที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาวะสงคราม ภัยธรรมชาติ โรคระบาดและการถูกบับคับย้ายถิ่นฐาน   Mark Lowcock (มาร์ค โลว์ค็อก) ระบุว่า กลุ่มประชากร 91 ล้านคนใน 26 ประเทศที่ระบุมาในคำของบประมาณ ถือเป็นผู้เผชิญวิกฤติในระดับสูงมากที่สุดซึ่ง จากทั้งหมด 136 ล้านคน จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อให้การช่วยเหลือโดยด่วน (แต่ก็ยังมีประชากรโลกอีก 45 ล้านคนที่ยังต้องได้รับความช่วยเหลือ) นายโลว์ค็อก เสริมว่า พลเมืองเยเมนมากถึง 20 ล้านคนจากประชากรทั้งสิ้น 25 ล้าน ก็กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน รวมไปถึงผู้คนมากถึง 8 ล้านคนที่กำลังสุ่มเสี่ยงที่จะประสบวิกฤติขาดแคลนอาหาร จากสงครามกลางเมืองที่มีอิหร่านและซาอุดิ อาระเบียเป็นผู้สนับสนุนนักรบสองฝ่ายที่เป็นคู่อริกันทั้งทางด้านการเมืองและศาสนา (ใน 1 วันจะมีเด็กกว่า 130 คนที่เสียชีวิต ที่เยเมน) หากเราไม่มีสิ่งนี้…

โรงงานไวอากร้า ในไอร์แลนด์ปล่อยสาร ทำคนทั้งเมืองเกิดอารมณ์ทางเพศ

เป็นเรื่องที่ยากแต่ก็ต้องรับให้ได้ เมื่อคุณต้องใช้ชีวิตอยู่ใกล้กับโรงงานผลิตยากระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ     เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม เว็บไซต์ Thetimes ได้เดินทางไปสัมภาษณ์ผู้คนในหมู่บ้าน Ringaskiddy ประเทศ ไอร์แลนด์ หลังจากมีข่าวว่า ไฟเซอร์จะจำหน่ายไวอากร้าตามร้านขายยาในประเทศอังกฤษแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ก็สร้างเสียงตลกให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก แต่จะเพราะอะไร เรามาอ่านบทสัมภาษณ์ของผู้คนในหมู่บ้านกันเลย พวกเขาได้ร้องเรียนโรงงานผลิตยาไฟเซอร์ว่า “พวกเขาได้ปล่อยสารกระตุ้นที่ใช้ในการผลิตยาสู่อากาศมาเป็นเวลานาน จนตอนนี้มันเริ่มทำให้ผู้คนในเมืองรู้สึกคึกคักเกินปกติแล้ว” “แค่การสูดลมหายใจเข้านิดหน่อย คุณก็จะเริ่มแข็งตัวแล้ว” – Debbie O’Grady หนุ่มบาร์เทนเดอร์ ท้องถิ่นกล่าว “ไอระเหยนี้ไม่ได้กระทบแค่มนุษย์เราเท่านั้น แต่มันยังกระทบถึงเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ด้วย เพราะตอนนี้สุนัขที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเริ่มเดินออกหาคู่ผสมพันธุ์ไปทั่วเมือง ลองสังเกตพวกมันดีๆสิพวกมันกำลังต้องการผสมพันธุ์!” “ฉันคิดว่า สารไวอากร้า จะต้องปนเปื้อนเข้าไปในแหล่งน้ำของหมู่บ้านแล้วแน่ๆ ฉันค่อนมั่นใจเพรามันเกิดขึ้นในตอนเริ่มแรกของการผลิต ก่อนที่พวกเขาจะถูกควบคุมอย่างใกล้ชิด” – Fiona Toomey หญิงสาววัย 37 ที่เคยอาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้ ก่อนจะย้ายออกไปอยู่ที่ Albany ซึ่งเธอเคยทำงานที่โรงงานไฟเซอร์ ชาวบ้านหลายคนหัวเราะก๊ากกับข่าวที่ว่า ไฟเซอร์จะจำหน่ายไวอากร้าตามร้านขายยาในประเทศอังกฤษแล้วในปี 2018 หลังจากที่รอมานาน – “น่าเสียดายที่พวกเขาต้องเสียเงินเพื่อที่จะได้ใช้ยานี้ แต่สำหรับพวกเรา เราได้ใช้มันฟรีๆมาไม่รู้กี่ปีแล้ว ฮ่าๆๆ”…

ผู้นำคิมทดสอบนิวเครียร์ถี่เกิน คุมรังสีพิษไม่อยู่ – ทารกเกิดมาพิการ ชาวบ้านป่วย “โรคผี”

  คำให้สัมภาษณ์ของกลุ่มผู้แปรพักตร์จากเกาหลีเหนือกว่า 30 คน ที่ข้ามพรมแดนเข้ามาจากทางฝั่งเขตปกครองคิลจู ว่าการทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดินของเกาหลีเหนือทำให้มีรังสีแผ่อยู่ในบริเวณ ส่งผลให้ทารกที่เกิดออกมาพิกลพิการ ส่วนชาวบ้านจำนวนมากล้มป่วย แม้ว่าคำกล่าวอ้างนี้นักวิทยาศาสตร์ระบุว่ายังพิสูจน์อะไรไม่ได้มากนัก แต่อาการป่วยที่ปรากฏนั้นเป็นไปได้สูงว่าผลมาจากรังสีของการทดสอบอาวุธ ซึ่งทั้งหมดอาศัยอยู่ใกล้เขตพุงกเยรี ซึ่งเกาหลีเหนือเริ่มทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ตั้งแต่ปี 2549 ในยุคของ คิม จองอิล พ่อของนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของปัจจุบัน     อี จองฮวาน ผู้แปรพักตร์หญิงคนหนึ่งที่มีอาการเจ็บปวดเรื้อรัง แม้ว่าตอนนี้ร่างกายปลอดจากรังสีแล้ว แต่หญิงสาวกล่าวโทษการทดสอบนิวเคลียร์ว่าเป็นต้นเหตุให้ชาวบ้านล้มป่วยจำนวนมาก และเรียกอาการป่วยนี้ว่า โรคผี หรือ ghost disease – “เราต่างคิดว่าเรากำลังจะตาย เพราะว่าเราจน และก็ไม่มีอะไรจะกิน พอตอนนี้ยังมีรังสีเพิ่มขึ้นมาอีก”     ด้าน รี ยองซิล ผู้แปรพักตร์อีกคนเล่าว่า เห็นทารกแรกเกิดพิกลพิการ รูปร่างและอวัยวะผิดส่วน ดูไม่ออกเลยว่าเป็นเพศชายหรือหญิง เพราะเหมือนไม่มีอวัยวะเพศ ในเกาหลีเหนือถ้าเด็กออกมาลักษณะนี้ ส่วนใหญ่พ่อแม่ก็จำเป็นต้องทำให้เด็กตาย ทั้งอีและรีต่างไม่รู้ว่า ในช่วงเวลานั้นมีการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ มารู้อีกครั้งว่าแรงสั่นสะเทือนช่วงนั้นคืออะไร หลังจากหลบหนีออกมาแล้ว คูเน ยูล อาจารย์คณะวิศวกรรมนิวเคลียร์…

เปิดแฟ้มคดีดัง มหาเศรษฐีรวยที่สุดในโลก ไม่ยอมจ่ายสักดอล! (หลานถูกเรียกค่าไถ่-ตัดหู)

ในเดือนกรกฎาคม 2516 จอห์น พอล เก็ตตี้ที่ 3 (J. Paul III) เด็กหนุ่มวัย 16 ปี ที่มีนิสัยหัวรั้น เป็นพวกไม่สนใจโลก มักขัดใจคนที่บ้าน หาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นจิตรกรในกรุงโรม ชีวิตดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แต่จู่ๆก็ถูกคนร้าย 3 คน ลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ ซึ่งเหตุการณ์นี้กลับทำลายชีวิตเด็กหนุ่มไปตลอดกาล     โดยคนร้ายพยายามจะเรียกร้องเงินจำนวนมหาศาลถึง 17 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.53 ร้อยล้านบาท) เพราะคนร้ายรู้ดีว่าเด็กหนุ่มรายนี้เป็นหลานแท้ๆ ของ จอห์น พอล เก็ตตี้ (J.Paul Getty) อภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกันเจ้าของโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของโลกในเวลานั้น แต่แล้วทุกอย่างที่คนร้ายวางแผนไว้กลับผิดแผนไปทั้งหมด เพราะอย่างที่ผมเกลิ่นไปข้างต้นว่า ด้วยอุปนิสัยที่ชอบขัดใจปู่อย่างรุนแรง จึงทำให้การส่งจดหมายเรียกค่าไถ่ ที่คนร้ายได้ส่งมายังครอบครัวของเด็กหนุ่มนั้น ดูไม่น่าเชื่อถือและดูเหมือนกับการสร้างสถานการณ์ว่าเด็กหนุ่มต้องการขอเงินจากที่บ้านรึเปล่า จนเวลาล่วงเลยมาอีก 3 เดือน ความจริงที่น่าตกใจก็ชัดเจนขึ้น เพราะพวกคนร้ายเริ่มใช้ไม้แข็งแล้ว     คนร้ายที่ทนไม่ไหวต่อการเมินเฉยของครอบครัวจึงลงมือเฉือนใบหูของเด็กหนุ่ม และส่งมันไปถึงหนังสือพิมพ์เจ้าหนึ่ง ในตอนนั้นเองที่แม่ของเด็กหนุ่มรู้อย่างแน่ชัดว่าการลักพาตัวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง!…

เกาหลีใต้เอาจริง! เพิ่มบทลงโทษใหม่ “นักโทษข่มขืน ต้องถูกฉีดให้ หมันจนหมดสภาพ”

ไม่ใช่แค่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นที่มีการเรียกร้องให้ทำการประหาร สำหรับผู้ที่มีความผิดในข้อหาข่มขืน หรือฆ่าข่มขืน แต่การเรียกร้องนี้เกิดขึ้นทั่วโลก เกาหลีใต้ เป็นประเทศแรกในเอเชีย ที่ลงโทษผู้กระทำผิดในคดีข่มขืนด้วยการฉีดสารเคมีหรือกินยาเพื่อลดสมรรถภาพทางเพศ และมีผลค้างเขียงที่อาจทำให้เป็นหมันได้เลยทีเดียว ซึ่งบทลงโทษนี้เพิ่งได้รับการอนุมัติไปเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม นี่เอง (ประเทศไทยสนใจมั้ยจ๊ะ)     เพราะหลังจากที่มีคดีข่มขืนเกิดขึ้นมาติดๆกัน ผู้คนในประเทศก็กลัวว่าหากนักโทษได้รับการปล่อยตัว พวกเขาอาจกลับไปก่อคดีซ้ำอีก จึงทำให้บทลงโทษนี้ดูเข้าท่าและมีแนวโน้มว่าจะลดการก่อเหตุข่มขืนได้มาก เพราะหากผู้ก่อเหตุคิดสั้นว่าทำไปโดนจับก็แค่ตาย ไม่เห็นต้องกลัวอะไร แต่ถ้าพวกเขาถูกจับฉีดยานั่นก็เท่ากับว่า อวัยวะสืบพันธุ์ของพวกเขาจะทำงานไม่ได้ ซึ่งสำหรับผู้ชายแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก – บทลงโทษนี้จะใช้สำหรับนักโทษที่ก่อเหตุข่มขืน เยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี – โดยจะต้องถูกฉีดหรือกินยาดังกล่าว ทุกๆ 1 เดือน เป็นเวลาติดต่อกันนาน 15 ปี – การใช้ยาดังกล่าวกับนักโทษก่อนที่พวกเขาจะพ้นโทษประมาณ 6 ถึง 9 เดือน – ลดความต้องการทางเพศของนักโทษ – ทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัว โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า เกาหลีใต้แก้ไขปัญหานี้ได้ดีมากๆ เพราะสำหรับผู้ชายแล้ว ถ้ากะจู๋ใช้ไม่ได้ขอตายเสียดีกว่า ที่มา – koreaherald…

เพราะอะไร? ปราสาทฝรั่งเศสเก่าๆ หลังนี้ ถึงมีคนเป็นเจ้าของกว่า 6,500 ราย!

  ปราสาทโบราณ Château de la Mothe-Chandeniers ในประเทศฝรั่งเศสกลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีผู้คนมีสิทธิ์ครอบครองมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากมีการระดมทุนจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในการปลดแอกซื้อปราสาทหลังนี้ ราคาประมาณ 19 ล้านบาท (500,000 ยูโร) ทำให้มีผู้ร่วมช่วยออกทุนให้มาถึง 6,500 คนจากทั่วโลก ปราสาทโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่ที่แคว้นแคว้นปัวตู-ชาร็องต์ ทาวตะวันตกของฝรั่งเศส สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 13 ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ถูกบุกรุกและทำลายมาหลายครั้ง กระทั่งในปี 1809 ทายาทเศรษฐีได้ซื้อและซ่อมแซมให้กลับมาหรูหราอีกครั้ง ต่อมาปราสาทหลังนี้ก็ถูกทิ้งร้าง หลังเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ปี 1932     หลังจากเรื่องราวการระดมทุนเพื่อรักษาปราสาทโบราณหลังนี้เผยแพร่ออกไป ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากบรรดาชาวเน็ตทั่วโลก โดยมีการประกาศขอทุนเพียงคนละประมาณ 2,000 บาท เพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้น กระทั่งในที่สุดก็พบว่ามีชาวเน็ตสนใจช่วยเหลือมากถึง 6,500 ราย ทำให้ได้ทุนประมาณ 19 ล้านบาท มาซื้อและรักษาปราสาทโบราณแห่งนี้ได้สำเร็จ และจะเปิดให้เข้าชมความสวยงามของปราสาทภายในปี 2018 ที่มา – bbc Ma_noshiG – Ma_nosh…