พบมัมมี่เด็ก เผ่าอินคา จำนวน 3 คน อายุกว่า 500 ปี

  เมื่อปี ค.ศ. 1999 นักวิจัยได้ขุดพบ ร่างมัมมี่เด็ก ที่เชื่อว่าอยู่ในเผ่า “อินคา” จำนวน 3 คน มีอายุมากกว่า 500 ปี ที่บริเวณยอดภูเขาสูง ยูยียาโก (Llullaillaco) บนเทือกเขาแอนดิส บนความสูงกว่า 22,080 ฟุต ในประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งแต่ละคนมีสภาพสมบูรณ์จนน่าทึ่ง คนแรก La doncella “สาวพรหมจรรย์” อายุ 13 ปี คนสอง El niño “เด็กหนุ่ม” อายุ 7 ปี คนสาม La niña del rayo “เด็กสาวแห่งสายฟ้า” อายุ 6 ปี   โดยทั้ง 3 คน ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า คือเหยื่อของการทำมัมมี่ ตามพิธีกรรมบูชายัญของชนเผ่า อินคา (Incan)…

นักวิทย์พบ “หลุมอุกกาบาต” ขนาดยักษ์ ใหญ่กว่าปารีส ใต้ธารน้ำแข็งกรีนแลนด์

  ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน และทีมงานนักสำรวจจากองค์การนาซ่า เผยถึงการค้นพบร่องรอยการพุ่งชนของอุกกาบาตขนาดใหญ่ ใต้ธารน้ำแข็งที่มีชื่อว่า “เฮียวาทา (Hiawatha Glacier)” ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะกรีนแลนด์ ในวารสาร ไซน์แอดวานซ์ (Science Advances) หลุมมีความลึกประมาณ 300 เมตร และ มีเส้นผ่านศูนย์กลางปากหลุมอยู่ที่ 31 กิโลเมตร หรือมีขนาดเท่ากับกรุงปารีส ด้วยขนาดใหญ่มหึมาขนาดนี้ จึงถูกนับเป็นหนึ่งใน 25 หลุมอุกาบาตที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นครั้งแรกที่พบหลุมอุกกาบาตยักษ์ใต้แผ่นน้ำแข็ง     โดยหลุมอุกกาบาตดังกล่าว น่าจะเกิดจาก อุกกาบาตขนาด 800 เมตร ที่หนักประมาณ 1 หมื่นล้านกิโลกรัม ซึ่งน่าจะพุ่งชนโลกในช่วงปลายยุคน้ำแข็ง (ระหว่าง 3 ล้าน – 12,000 ปีก่อน) แต่ด้วยความสมบูรณ์ของหลุมขนาดนี้ พวกเขาจึงคิดว่า มันน่าจะตกลงสู่โลกในระหว่าง 15,000 – 12,000 ปีก่อน ราว ๆ นี้นี่แหละ นักวิจัยยังมีแผนที่จะเก็บกู้วัตถุที่ละลายลงสู่ก้นบึ้งธารน้ำแข็ง เพื่อหาเวลาที่อุกกาบาตลูกนี้ตกลงสู่โลกอย่างชัดเจน…

เปลวสุริยะจากดวงอาทิตย์ ทำทุ่นระเบิด ที่สหรัฐฯติดตั้งไว้ในสงครามเวียดนาม ลั่น !

  จากบันทึกเอกสารของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่เพิ่งได้รับการเปิดเผยเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา ระบุว่า ในช่วงท้ายของสงครามเวียดนามได้เกิดเหตุทุ่นระเบิดในทะเลจำนวนมาก ลั่นขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุ สร้างความปั่นป่วนให้กองทัพเป็นอย่างมาก จนกระทั่งได้ทราบภายหลังว่า เหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นเพราะอิทธิพลของพายุสุริยะครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยข้อมูลภายในเอกสารระบุว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ปี 1972 เครื่องบินลาดตระเวนของกองกำลังปฏิบัติการ 77 กองทัพสหรัฐฯ ได้พบเหตุระเบิดที่บริเวณสนามทุ่นระเบิดนอกเกาะเฮินลา ทางตอนใต้ของเมืองไฮฟอง ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเวียดนาม มีการระเบิด 20-25 ครั้งติดต่อกัน ภายในเวลา 30 วินาที     ซึ่งทุ่นระเบิดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “ปฏิบัติการเงินติดกระเป๋า” (Operation Pocket Money) มุ่งทำลายท่าเรือสำคัญของกองกำลังฝ่ายเวียดนามเหนือ ซึ่งการระเบิดในครั้งนั้นสร้างความงุนงงให้กับทางกองทัพเป็นอย่างมาก เพราะระเบิดดังกล่าวได้ระเบิดขึ้นก่อนกำหนดเวลาทำลายตัวเองที่ตั้งไว้ล่วงหน้าถึง 30 วัน และไม่พบร่องรอยการทำลายทุ่นระเบิดด้วยฝีมือมนุษย์ กองทัพเรือจึงได้ดำเนินการสอบสวนครั้งใหญ่ในทันที แต่ยิ่งสืบเท่าไหร่ก็เหมือนว่าความพยายามจะสูญเปล่า เพราะไม่มีมูลเหตุใดน่าเชื่อถือและมีน้ำหนักพอที่จะนำมาเชื่อมโยงกัน     กองทัพจึงติดต่อไปยัง องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NOAA เพื่อหารือในเรื่องของเหตุเหนือธรรมชาติ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็บอกว่า เหตุการณ์ทุ่นระเบิดที่เกิดขึ้นประจวบเหมาะกับการเกิดพายุสุริยะครั้งใหญ่พอดี…

วิกฤต “สุขภาพจิต” อาจทำทั่วโลกเสียค่าใช้จ่าย 500 ล้านล้านบาท ภายในปี 2030

รายงานจากผลการประชุมของ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์และประสาทวิทยา จำนวน 28 คน ทั่วโลก ที่ได้หารือในเรื่อง วิกฤตสุขภาพจิตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ได้ข้อสรุปที่น่าตกใจว่า ปัญหาสุขภาพจิตที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ประเทศทั่วโลก อาจทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากถึง 500 ล้านล้านบาท ที่ต้องจ่ายให้กับการรักษา ซึ่งวิกฤตดังกล่าวอาจส่งผลร้ายระยะยาวแก่ผู้คนและเศรษฐกิจทั่วโลก ภายในปี 2030     Vikram Patel ศาสตราจารย์คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัย Harvard กล่าวว่า ปัญหาเรื่องภาวะเจ็บป่วยทางจิตเพิ่มขึ้นอย่างมากทั่วทุกมุมโลกในช่วง 25 ปี ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนในสังคมกำลังแก่ชราลง และเด็ก ๆ ก็กำลังย่างเข้าสู่วัยหนุ่มสาวกันมากขึ้น แต่ไม่มีประเทศไหนเลย ที่จะลงทุนเพื่อรับมือกับปัญหานี้อย่างเพียงพอ ซึ่งถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าไม่มีปัญหาสุขภาพใดของมวลมนุษยชาติ ที่จะถูกละเลยมากเท่ากับปัญหาเรื่องของสุขภาพจิต องค์การอนามัยโลกคาดประมาณว่า มีคนทั่วโลกป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจำนวน 300 ล้านคน โรคสมองเสื่อม 50 ล้านคน โรคไบโพลาร์หรือโรคอารมณ์สองขั้วอีก 60 ล้านคน และโรคจิตเภท 23 ล้านคน โดยพบว่าตัวเลขของผู้ป่วยทั้งหมดนี้ ส่วนมากมีสาเหตุมาจาก การถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นต้น รวมถึงการถูกกักขัง…

น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ปัจจุบันอาจเปลี่ยนไป…นักวิทย์เล็งกำหนดนิยามมวลน้ำหนักใหม่

หลังจากที่มีข่าวมานานร่วมปี ในที่สุดวันที่ 16 พ.ย. ที่จะถึงนี้ ก็ถึงเวลาที่บรรดาตัวแทนของนักวิทยาศาสตร์จากทั้งหมด 57 ประเทศ จะเดินทางมาร่วมประชุมที่เมือง แวร์ซาย ณ ประเทศฝรั่งเศส เพื่อทำการโหวตว่าจะเปลี่ยนความหมายของมวลน้ำหนัก “กิโลกรัม” หรือไม่ ? ซึ่งหากผลการโหวตผ่านอย่างเป็นเอกฉันท์ จะเป็นครั้งแรกในรอบ 129 ปี ที่จะเปลี่ยนความหมายของมวลน้ำหนักกิโลกรัม นับตั้งแต่มีการประกาศใช้หน่วยกิโลกรัมอย่างเป็นทางการในปี 1889 น้ำหนักมาจากไหน ?   หน่วยน้ำหนักกิโลกรัมที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ อ้างอิงมาจาก “มวลกิโลกรัมมาตรฐาน” ที่มีชื่อว่า “Le Grand K” ซึ่งคือก้อนโลหะ ที่ถูกผสมขึ้นมาโดย แพลตินัม 90% ประกอบกับอิริเดียม 10% เป็นรูปทรงกระบอกความสูง 4 เซนติเมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลางฐานยาว 3.917 เซนติเมตร ถูกบรรจุในครอบแก้วสูญญากาศ 2 ชั้น โดยเจ้าก้อนนี้คือ “แม่แบบ” ที่ในการใช้อ้างอิงหน่วยกิโลกรัมทั่วโลก   ทำไมต้องเปลี่ยน ?  …

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส จีนเปลี่ยนพื้นที่ว่างไร้ประโยชน์ เป็นฟาร์มโซลาร์เซลล์

  เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2018 แผงโซลาร์เซลล์จำนวนมหาศาล ได้ถูกส่งไปติดตั้งยัง สุยเต๋อ อำเภอบนที่ราบสูง มณฑลส่านซี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งพื้นที่บริเวณนั้นไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ เพราะดินและแสงแดดไม่เหมาะสม จึงทำให้มีที่โล่งกว้างว่างเปล่าเป็นจำนวนมาก และผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นก็มีฐานะยากจน เนื่องจากไม่สามารถทำเกษตรกรรมได้ ทางท้องถิ่นจึงร่วมมือกับทางไฟฟ้า ดำเนินการสร้างสถานีผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 33 เมกะวัตต์ เพื่อช่วยบรรเทาความยากจน และทำให้พวกเขาเข้าถึงความเจริญโดยการมีไฟฟ้าใช้ได้มากขึ้น โดยจีนมุ่งหน้าดำเนินโครงการนี้ทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าสถานีไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ แต่ละแห่งจะลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ปีละ 20,000 ตัน ซึ่งสามารถทดแทนการใช้ถ่านหินได้ปีละ 7,500 ตัน แม้จะใช้ต้นทุนสถานีละ 880 ล้านบาท แต่ก็คุ้มค่ามากมาย     เมื่อปี 2016 ประเทศจีนได้ประกาศเป้าหมาย ที่ต้องการจะสร้างฟาร์มโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ ที่สามารถมองเห็นได้จากอวกาศ โดยจะทำเป็นรูป “อาโป” จากการ์ตูนชื่อดังเรื่อง Kang Fu Panda เพื่อเป็นการโปรโมทให้ทุกคนได้เห็นว่า พลังงานแสงอาทิตย์มีค่ามากขนาดไหน โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก ๆ ที่จะเติบโตมาเป็นอนาคตของชาติ โดยตัวฟาร์มแพนด้าจะกินพื้นที่ประมาณ 248…

ชาวสมาคมโลกแบน เปิดตัวทฤษฏีใหม่ ปัจจุบัน โลกโค้งมนเหมือน “โดนัท”

  “สมาคมโลกแบน” เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มนักวิชาการ ที่รวมตัวกันโต้แย้งข้อมูลที่ว่า “โลกมีลักษณะกลมเหมือนผลส้ม” ปัจจุบันมีสมาชิกราว 555 คน โดยงานหลักของพวกเขาคือ โต้แย้งข้อมูลต่าง ๆ ที่ขัดต่อความแบนของโลก นี่ผมไม่ได้เขียนกวนตีนเลยนะ พูดจริง ๆ ถ้าไม่เชื่อ ลองดูสิ่งที่พวกเขาแย้งกันครับ แรงดึงดูดเป็นสิ่งที่นิวตันแต่งขึ้นมาเพื่อทำให้ตัวเองดัง ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ คือสิ่งที่ NASA ใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิคสร้างขึ้นมา และข้อมูลทางดาราศาสตร์ทุกอย่างก็เช่นกัน ที่ต้องโกหกก็เพราะปกปิดการมีอยู่ของพระเจ้า ที่ยังไม่เคยมีใครตกขอบโลก เพราะพวกเขายังไปไม่ถึงสุดขอบของมันเลยต่างหาก วิทยาศาสตร์ก็คือนิยายวิทยาศาสตร์ ไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่หรอก และด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทำให้มีผู้เชื่อถือมากพอ จนถึงขั้นสามารถจัดงาน Flat Earth International Conference (FEIC) ขึ้นมาได้ เมื่อวันที่ 9-10 พฤศจิกายน 2017 ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ มีผู้ร่วมงานเสวนากว่า 500 คน และสำหรับในปี 2018 งานจะถูกจัดขึ้นในวันที่ 15-16 พฤศจิกายน โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะมีผู้ร่วมงานมากกว่า 1,500 คน    …

ญี่ปุ่นทำสำเร็จ พัฒนากล้วยที่กินได้ทั้งเปลือก ด้วยวิธีสุดเจ๋ง “เล่นกับอุณหภูมิ”

  ง่ายกว่าการปอกกล้วยเข้าปาก ก็คือ การกินกล้วยได้ทั้งลูกโดยไม่ต้องปอกเปลือก นี่คือกล้วยที่ทีมนักวิทยาศาสตร์จากฟาร์ม D&T ในจังหวัดโอกายามา เป็นผู้คิดค้น เพื่อให้คุณไม่ต้องเสียเวลาแกะเปลือก และสามารถกินผลไม้ดังกล่าวได้ทั้งลูก เช่นเดียวกับการกินแอปเปิ้ล หรือลูกพีช หลังการค้นคว้าทดลองนานหลายเดือน ในที่สุดก็ค้นพบวิธีที่สามารถทำให้มันกลายเป็นจริงได้ นักวิทยาศาสตร์ใช้วิธีเดียวกันกับ การเจริญเติบโตของพืชในยุคน้ำแข็ง แช่แข็งต้นกล้วยในอุณหภูมิ -60 องศาเซลเซียส เพื่อชะลออัตราการเผาผลาญของต้นไม้ จากนั้นจึงเพิ่มความร้อนให้แก่ต้นกล้วยอย่างฉับพลันที่อุณหภูมิ 26 องศาเซลเซียส เพื่อช่วยเร่งอัตราการเจริญเติบโต ทำให้กล้วยที่แข็ง ๆ อยู่โตเร็วขึ้น 80% ผลที่ได้คือ ผลไม้ถูกพัฒนารวดเร็วมากกว่าเปลือก เปลือกของกล้วยไม่ได้รับการพัฒนา จึงมีลักษณะอ่อนนุ่มพร้อมรับประทาน ด้วยวิธีการที่โหดสุด ๆ นี้ทำให้พวกเขาสามารถผลิต “กล้วยที่กินได้ทั้งเปลือก” ออกขายเพียงสัปดาห์ละ 10 ผล เท่านั้น ราคาใบละประมาณ 180 บาท ภายใต้ชื่อแบรนด์ Mongee Banana (มองเก) เป็นคำแสลงของญี่ปุ่นที่แปลว่า “เหลือเชื่อ” รสชาติของเปลือกจะเหมือนสับประรด และจะหวานที่สุดก็ต่อเมื่อเปลือกกลายเป็นสีน้ำตาล แต่ทางบริษัทก็ได้เคลมว่า การที่คุณสามารถกินเปลือกกล้วยได้ด้วย จะทำให้คุณได้รับสารอาหารมากกว่าปกติ วิตามิน…

พบกับ ชุดผลิตฮอร์โมน ที่สามารถทำให้คุณพ่อ ป้อนนมลูกจากเต้าของตัวเองได้!

  นี่คือวิทยาการล่าสุดที่เราภูมิใจนำเสนอแก่คุณพ่อมือใหม่ทุกคน รวมถึงคุณแม่ที่รู้สึกลำบากและเหนื่อยเป็นอย่างมาก เพราะต้องคอยให้นมลูกคนเดียวเพียงลำพัง แต่จะเป็นอย่างไร หากสามีของคุณสามารถให้นมลูกแทนคุณได้ เชิญพบกับ “Chestfeeding” ชุดผลิตฮอร์โมน ที่สามารถทำหน้าอกของคุณผู้ชายทุกคน เปลี่ยนเป็นเต้านมที่พร้อมด้วยน้ำนมสำหรับเจ้าตัวเล็ก ภายใน ชุดผลิตฮอร์โมน จะประกอบด้วย ยา 3 ชนิด โดยคุณผู้ชายต้องเริ่มทานตั้งแต่ที่รู้ว่าภรรยาตั้งครรภ์ เพื่อเปลี่ยนหน้าอกของตัวเองให้เป็น “moobs หรือ man-boobs” ซึ่งหากทานยาอย่างต่อเนื่อง เต้านมจะขยายใหญ่ขึ้นเหมือนหน้าอกของผู้หญิงคัพ B เลยทีเดียว ทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า ภาวะเต้านมโตผิดปกติในเพศชาย (Gynecomastia) ยาโปรเจสติน (Progestins) เป็นฮอร์โมนโปรเจสโตเจนสังเคราะห์ ซึ่งปกติจะใช้สำหรับผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องรอบเดือนมาไม่ตรงเวลา ยาดอมเพอริโดน (Domperidone) เป็นยาเพิ่มปริมาณฮอร์โมนโปรแลคติน ซึ่งมีผลข้างเคียงคือช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนม ออกซิโทซิน (Oxytocin) ฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่มีหน้าที่กระตุ้นการทำงานของมดลูก     “ถ้าลูก ๆ สามารถดูดนมจากเต้าของคุณได้ มันจะรู้สึกดีขนาดไหน คุณไม่มีทางรู้หรอก จนกว่าคุณจะได้ลอง … ฉันหวังว่าสิ่งที่ฉันคิดค้นขึ้น จะถูกปล่อยสู่ตลาดภายใน 5 ข้างหน้า เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่กำลังมีปัญหาในการเลี้ยงลูกทุก ๆ…

นักวิจัยตรวจพบ ไมโครพลาสติกในอุจจาระคน (จาก 8 ประเทศ)

ก่อนหน้านี้ Flagfrog เคยนำเสนอ บทความเกี่ยวกับ “ถุงพลาสติก…ในจุดที่ลึกที่สุดในโลก” ซึ่งเราไม่คาดคิดเลยว่า ผลกระทบนี้จะส่งผลมาสู่มนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว เพราะเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2018 หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรียได้เผยผลวิจัย หลังจากที่ได้ค้นพบว่า ไมโครพลาสติกที่อยู่ในสัตว์ได้เดินทางเข้าสู่ร่างกายมนุษย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทีมวิจัยออสเตรีย ได้นำอุจจาระจากผู้เข้าร่วมการทดลองทั้งหมด 8 คน จาก 8 ประเทศ ออสเตรีย อิตาลี ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ญี่ปุ่น รัสเซีย และสหราชอาณาจักร โดยแต่ละคนได้รับประทานอาหารประจำวันแบบปกติ (ผู้ที่ร่วมการทดลองไม่มีใครทานมังสวิรัต และมี 6 คนที่ทานปลาทะเล) ก่อนที่จะส่งอุจจาระของพวกเขาให้หน่วยงานได้วิเคราะห์     ผลที่ได้คือ ตรวจเจอไมโครพลาสติกจากอุจจาระของผู้ที่เข้าร่วมการทดลองทุกราย โดยไมโครพลาสติกที่พบมีตั้งแต่ โพลีเอธีลีน (ส่วนประกอบของถุงพลาสติก) // โพลีพรอพีลีน (ฝาขวดน้ำ) ไปจนถึง โพลีไวนิลคลอไรด์ (ที่พบได้จากท่อพีวีซี) เฉลี่ยแล้วพบว่าในแต่ละ 10 กรัมของอุจจาระจะเจออนุภาคของไมโครพลาสติกจำนวน 20 ชิ้น (พลาสสติกที่ว่ามานี้อันตรายทุกตัว) “การตรวจสอบครั้งนี้…