ทารกน้อยสร้างประวัติศาสตร์ เกิดจากตัวอ่อนที่ถูกแช่แข็งไว้นานกว่า 24 ปี!

  เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2560 เบนจามิน และ ทีนา กิ๊บสัน คู่สามีภรรยาชาวเมืองน็อกซ์วิลล์ รัฐเทนเนสซี ปลาบปลื้มยินดีเป็นอย่างมาก หลังจากที่ เอ็มมา เร็น กิ๊บสัน ลูกสาวตัวน้อยของพวกเขาลืมตาดูโลก เธอคือปาฏิหาริย์อันยิ่งใหญ่ของพ่อแม่ เกิดจากวิธีการนำตัวอ่อนแช่แข็งมาฝังในมดลูกของแม่ ซึ่งเธอได้สร้างสถิติใหม่ให้กับวงการแพทย์ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะตัวอ่อนที่กลายมาเป็นเอ็มมานั้น ถูกแช่แข็งเก็บไว้นานกว่า 24 ปี!     ก่อนหน้าที่เอ็มมาจะเกิดนั้น เบนจามินและทีนาพยายามมีลูกด้วยกันมานานหลายปี ด้วยความที่ทั้งคู่มีภาวะมีบุตรยาก ความหวังจะได้มีลูกสักคนจึงเป็นอะไรที่ยากเย็นและท้าทายมาก พวกเขาถึงขั้นอยากล้มเลิกทุกอย่าง และได้รับเด็กมาอุปการะ จนกระทั่งพวกเขาได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ National Embryo Donation Center ศูนย์การแพทย์ที่ช่วยให้คู่รักมากมายประสบความสำเร็จในการมีลูก โดยวิธีการย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง (Frozen Embryo) เข้าสู่มดลูกของหญิงผู้รับบริจาค ซึ่งมีอัตราความสำเร็จสูงมาก เฉพาะที่ศูนย์การแพทย์แห่งนี้ มีเด็กที่เกิดด้วยวิธีดังกล่าวมากถึงเกือบ 700 คน     ตัวอ่อนในที่นี้คือไข่และอสุจิของผู้บริจาค ที่ผ่านการผสมเรียบร้อยแล้ว และแช่แข็งเก็บเอาไว้ สำหรับตัวอ่อนที่มาเป็นหนูน้อยเอ็มมานั้น มีอายุมากกว่าคนอื่น ๆ…

MIT พัฒนา “ไบโอลูมิเนสเซนส์” (พืชเรืองแสง) เพื่อใช้เป็น Green energy แทนหลอดไฟ

ทีมวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย MIT ค้นพบวิธีเพิ่มศักยภาพที่ทำให้พืชเรืองแสงได้นานขึ้น โดยงานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือผู้คนที่อาศํยอยู่ในพื้นที่ธุรกันดาร ที่ไม่มีไฟฟ้าเพื่อให้ความสว่าง และอาจนำไปใช้เป็นไฟข้างทางในถนนแต่ละพื้นที่ หรือจะใช้แทนหลอดไฟที่บ้านของคุณก็ยังได้     โดยก่อนหน้านี้ในปี 2010 ทีมนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Stony Brook เคยทดลองตัดต่อพันธุกรรมพืชตระกูลยาสูบให้สามารถเรืองแสงได้เป็นผลสำเร็จ แต่ไม่สามารถนำไปใช้ในเชิงพานิชย์ได้ เพราะปริมาณที่ปลูกนั้นมีน้อยมาก และรวมถึงความกังวลเรื่องผลกระทบจากการตัดต่อพันธุกรรม     เนื่องจากปัญหาที่กล่าวไปข้างต้นว่า ถ้าจะปลูกก็คงยาก ยิ่งถ้าจะดัดแปลงพันธุกรรมของพืชก็คงยากกว่าหลายเท่า ทางทีมของ Dr. Michael Strano จึงเลือกใช้วิธีผลิตสารละลายพิเศษขึ้นมา ประกอบด้วยอนุภาคนาโนที่มีส่วนประกอบทางเคมี ซึ่งสารนี้ะทำปฏิกิริยากับน้ำตาลภายในเซลของพืช จนเกิดเป็นแสงสว่างขึ้นเฉพาะในเวลากลางคืน และอยู่ได้ราวๆ 3 ชั่วโมงครึ่ง     “พืชเหล่านี้ สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าได้ด้วยตัวของพวกมันเอง (แต่ยังไม่สามารถที่จะเรืองแสงได้นะ) เราไม่จำเป็นต้องถ่ายไฟให้มันเลย และถึงแม้ว่าพืชเหล่านี้จะตาย เราก็สามารถนำพวกมันไปหมักเป็นปุ๋ย โดยไม่ปนเปื้อนสารเคมีได้อีกด้วย” – Dr. Michael Strano ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรเคมี และหัวหน้าทีมวิจัย โดยตอนนี้แผนของทางทีมก็คือ พัฒนาอนุภาคนาโนต่อไปจนกว่าจะสมบูรณ์ และสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก อ้างอิง –…

พบ “ปลาไร้หน้า” หนึ่งในสัตว์สุดประหลาด ใต้ทะเลลึก! ตรงพื้นที่ที่ไม่เคยถูกสำรวจมาก่อน

  เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2017 สำนักข่าวต่างประเทศ เอเอฟพีรายงานว่า นักวิทยาศาสตร์จากพิพิธภัณฑ์วิคตอเรีย และจากสถาบันวิทยาศาสตร์คอมมอนเวลธ์ของรัฐบาลออสเตรเลีย ต้องตื่นตะลึง ขณะออกสำรวจสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึก นอกชายฝั่งด้านทิศตะวันออกของออสเตรเลีย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าจากการใช้อวนหย่อนลงไปใต้ท้องทะเลลึกราว 4 กม. ระดับความเย็น 1 องศาเซลเซียส ได้มีปลาไร้หน้าตัวหนึ่ง ยาวประมาณ 4 ซม. ติดอวนขึ้นมาด้วย นอกเหนือจากขยะจำนวนมาก หลังจากปลาชนิดนี้ได้หายสาบสูญไปนานนับกว่า 140 ปีแล้ว โดยค้นพบครั้งแรกที่มหาสมุทรอินเดีย และทะเลแปซิฟิก     ทิม โอฮารา (Tim O’Hara) หัวหน้านักวิทยาศาสตร์จากพิพิธภัณฑ์วิคตอเรีย (Museums Victoria) ผู้สำรวจในการเดินทางครั้งนี้ บอกเอเอฟพีว่าพื้นที่สำรวจนั้นเป็นสภาพแวดล้อมบนโลกที่ไม่เคยได้รับการสำรวจมาก่อน ซึ่งนับแต่เริ่มสำรวจพวกเขาได้พบปูหินหนามแหลมสีแดง ปลาโลงศพตัวพองๆ แมงมุมทะเลตาบอด และปลาไหลทะเลลึก รวมถึงปลาไร้หน้าซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีบันทึกเพียงครั้งเดียวจากการสำรวจบุกเบิกของคณะลูกเรือหลวงเอชเอ็มเอสชาเลนเจอร์ (HMS Challenger) ที่ชายฝั่งปาปัวนิวกินีเมื่อปี 1873     ปลาไร้หน้า (Faceless Cusk…

นักวิทย์หวั่น “โลกอาจเข้าสู่ยุคหนาวเย็น” อีกครั้ง เมื่อดวงอาทิตย์จะพักหลับยาว!

นักดาราศาสตร์เผย อีกไม่นานโลกอาจเข้าสู่ยุคหนาวเย็น ซึ่งมีสาเหตุมาจากกรณีที่วัฏจักรของดวงอาทิตย์เปลี่ยนแปลง เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2560 นายวิมุติ วสะหลาย กรรมการวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทย เผยข้อมูลถึงความกังวลในอนาคต ว่า โลกอาจเผชิญกับยุคหนาวเย็นต่อเนื่องในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เนื่องจากวัฏจักรของดวงอาทิตย์ที่เปลี่ยนแปลงไป     โดย ดวงอาทิตย์นั้นจะมีวัฏจักรเป็นของตัวเอง ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เรียกว่า วัฏจักรของกัมมันตภาพสุริยะ เช่น การเกิดจุดมืด (sunspot) การลุกจ้า (Flare) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของพายุสุริยะ หากช่วงไหนดวงอาทิตย์มีปฏิกิริยามาก (ดวงอาทิตย์คึกคัก) ก็จะมีกัมมันตภาพขึ้นสูงสุด ดวงอาทิตย์จะแผ่พลังงานออกมาสูงกว่าช่วงอื่น โดยเฉพาะในย่านอัลตราไวโอเลต หรือรังสียูวี ซึ่งตามปกติแล้ววัฏจักรของระบบสุริยะจะมีผลต่อสภาพภูมิอากาศของโลก หากวัฏจักรนี้มีความผิดปกติในระยะยาวนาน ก็จะส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศของโลกอย่างมาก ขณะนี้เรายังอยู่ในวัฏจักรที่ 24 ซึ่งได้ผ่านช่วงสูงสุดมาแล้วในปี 2556 เป็นวัฏจักรที่ดวงอาทิตย์ไม่ค่อยจะคึกคักนัก     และจากการศึกษาของนักดาราศาสตร์จากหลายสำนัก พบว่า ในวัฏจักรที่ 25 ซึ่งจะเริ่มในราวปี 2563 มีแนวโน้มว่าจะยิ่งหงอยเหงาลงไปอีก “อาจเป็นวัฏจักรที่คึกคักน้อยที่สุดในรอบ 100 ปีก็ได้” ซึ่งหากดวงอาทิตย์ฟุบยาวต่อเนื่องหลายวัฏจักรติดกัน…

‘เหมืองอวกาศ’ โปรเจคสุดเพ้อฝัน ของคนอยากรวย แต่ใครจะรู้ว่ามีคน ซุ่มทำมา 4 ปีแล้ว

  เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2013 บริษัท Deep Space Industries (ดีพ สเปซ อินดัสทรีส์) ได้ประกาศว่ามีแผนจะทำเหมืองบนดาวเคราะห์น้อย เพื่อค้นหาโลหะ น้ำ และทรัพยากรอื่นๆ โดยมีเป้าหมายช่วยเหลือมวลมนุษยชาติ เช่นเดียวกับบริษัท Planetary Resources ที่มีเจ้าของคือ เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับชื่อดัง ที่ได้ร่วมมือกับ ลาร์รี เพจ ผู้ก่อตั้งกูเกิล ในการก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้นมา ทั้งนี้ ดีพสเปซฯ และ แพลเนทารีรีซอร์ส จะตามหาดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก ซึ่งส่วนใหญ่เต็มไปด้วยน้ำ และแร่โลหะหลายชนิด โดยทั้งคู่ต้องการจะนำน้ำจากดาวเคราะห์น้อยมาแยกไฮโดรเจนและออกซิเจน ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักของเชื้อเพลิงจรวด ช่วยให้ดาวเทียมหรือยานอวกาศสามารถเดินทางได้ยาวนานมากขึ้่น โดยไม่จำเป็นต้องบรรทุกเชื้อเพลิงที่แสนแพงและในปริมาณที่จำกัดมาจากโลก อีกทั้งยังจะนำโลหะมีค่า กลับมาใช้บนโลกของเรา     โดย 2 บริษัทนี้ไม่ได้เป็นคู่แข่งกันแต่อย่างใด เพราะดาวเคราะห์น้อยมีมากมายเกินจะใช้ไหว นักดาราศาสตร์ระบุว่า มีดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกมากกว่า 9,000 ดวง ซึ่งค้นพบใหม่อีกราว 1,000 ดวงในทุกๆ…

ขุดพบโครงกระดูกของ “วัวทะเลเลชเตลเลอร์” สัตว์โบราณ ที่สูญพันธ์ไปแล้วกว่า 300 ปี!

  มีการขุดพบซากโครงกระดูกของวัวทะเลชเตลเลอร์ ซึ่งเป็นสัตว์โบราณขนาดมหึมาที่สูญพันธุ์ไปแล้วเกือบ 300 ปี ที่บริเวณชายฝั่งหมู่เกาะคอมมานเดอร์ บนคาบสมุทรคัมชัตคาในประเทศรัสเซีย โดยการค้นพบในครั้งนี้เริ่มจากการที่ผู้ตรวจการสาวคนหนึ่งได้สังเกตเห็นซี่โครงของโครงกระดูกชนิดหนึ่งยื่นขึ้นมาเหนือพื้นดิน จึงได้ทำการเริ่มต้นขุดลงไปเพื่อค้นหาความจริงนานหลายชั่วโมง     วัวทะเลสเตลเลอร์ เป็นสัตว์ในตระกูลเดียวกับตัวพะยูนและมานาที วัวทะเลสเตลเลอร์มีน้ำหนักถึง 3 ตันและยาวถึง 8 เมตร ขาคู่หน้าของมันมีลักษณะเป็นครีบใช้ว่ายน้ำ ขณะที่ขาคู่หลังแปรสภาพกลายเป็นหางคล้ายวาฬ วัวทะเลเหล่านี้อยู่รวมกันเป็นฝูงเล็กๆ ถิ่นที่อยู่ของพวกมันคือเขตอาร์กติกอันหนาวเย็น     หลังจากทำการขุดเสร็จสิ้น พวกเขาได้พบกับโครงกระดูกของวัวทะเลชเตลเลอร์ ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์มากเมื่อเทียบจากขนาดและอายุของมันแล้ว โดยชิ้นส่วนทั้งหมดประกอบด้วยกระดูกสันหลังจำนวน 45 ชิ้น กระดูกส่วนสะบัก ซี่โครง และอื่นๆ รวมกันอีก 25 ชิ้น แต่ละชิ้นส่วนของมันมีขนาดใหญ่มาก แต่ในการขุดครั้งนี้ไม่พบกะโหลกศีรษะแม้ว่าจะทำการขุดลงไปลึกแล้วก็ตาม โดยซากนี้มีความยาว 5.2 เมตร ขาดเพียงส่วนหัวและกระดูกที่ต่อจากนั้น ซึ่งถ้าหากเป็นซากที่สมบูรณ์แล้วอาจจะยาวได้ถึง 6 เมตร     สำหรับเจ้าสัตว์ทะลที่สูญพันธุ์ชนิดนี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hydrodamalis gigas เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งในอันดับพะยูน (Sirenia) ในอดีตสัตว์เหล่านี้มีประชากรค่อนข้างมาก พวกมันมีอำนาจเหนือหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 17…

ไอเทมแรร์ของจริง! มีดสั้นตุตันคามุน ทำจากอุกกาบาต ไม่สึก ไม่สนิม แม้ผ่านมา 3 พันปี

  King Tutankhamun’s Treasure กรุสมบัติ ฟาโรห์ ตุตันคามุน ถือว่าเป็น หนึ่งใน กรุสมบัติโบราณ ที่ล้ำค่าที่สุดในโลก เท่าที่มนุษย์มีการค้นพบ และยังหลงเหลือถึงปัจจุบัน โดยทรัพย์สมบัติที่มีการค้นพบ มีดังได้ดังต่อไป – เฟอร์นิเจอร์ และหีบ – หน้ากากทองคำ ของ ฟาโรห์ตุตันคามุน – หีบพระศพไม้ ปิดทำคำเปลว ตกแต่งด้วยหินล้ำค่า และกระจก – แท่นบูชาไม้ ปิดทองคำเปลว – เพชร พลอย และเครื่องประดับ – รูปปั้น รูปสลัก ต่างๆ     แต่สำหรับเรื่องนี้เราจะขอพูดถึงสมบัติล้ำค่าเพียงชิ้นเดียวนั่นก็คือ Cosmic Dagger มีดสั้นที่ทำมาจากอุกกาบาต ที่แม้เวลาจะผ่านไปนานกว่า 3,300 ปี แต่กาลเวลาที่นานขนาดนี้ก็ไม่สามารถทำอะไรแร่ที่มาจากนอกโลกนี้ได้เลย เมื่อ 3 มิ.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องเร้นลับล่าสุด อีกหนึ่งเรื่องของ ฟาโรห์ตุตันคามุน…

ชาวประมงค้นพบ ‘ฉลามเก่าแก่’ อายุกว่า 512 ปี คาดเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอายุมากที่สุดในโลก!

  ชาวประมงเดนมาร์กจับฉลามที่เชื่อว่ามีอายุยืนถึง 512 ปี ซึ่งนั่นหมายความว่าฉลามตัวนี้เกิดก่อน วิลเลียม เช็คสเปียร์ หรือก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะก่อตั้งซะอีก และจากค้นพบในครั้งนี้ทำให้สามารถพูดได้ว่าฉลามตัวนี้เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดที่เคยค้นพบมา     การหาอายุของฉลามนั้น ผู้เชี่ยวชาญจะหาจากความยาวของพวกมัน จากการสำรวจของทีมนักวิทยาศาสตร์ทำให้พบว่า ฉลามกรีนแลนด์จำนวน 28 ตัวนั้น มีฉลามสองตัวที่มีขนาดใหญ่และยาวที่สุดในโลก โดยมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 4.93 เมตรและอีกตัวมีความยาวอยู่ที่ 5.02 เมตร     Greenland shark ฉลามสายพันธุ์นี้จะโตขึ้นโดยมีความยาวเพิ่มขึ้นปีละ 1 เซนติเมตร และเป็นที่รู้กันว่า มันมีอายุยืนถึงหนึ่งร้อยปี และในหนังสือเก่าๆที่พูดถึงปลาฉลามชนิดนี้อ้างว่า มันสามารถอยู่ได้ถึง 400 ปีเลยทีเดียว สำหรับฉลามตัวนี้ นักชีววิทยาบันทึกว่าอายุ 392 ปี แต่จากความคลาดเคลื่อนของการตรวจสอบเรดิโอคาร์บอน ทำให้เป็นที่คาดการณ์กันว่ามันมีอายุประมาณ 512 ปี และหากฉลามตัวนี้มีอายุถึง 512 ปีจริง นั่นหมายความว่าปลาฉลามนี้อยู่ในมหาสมุทรตั้งแต่ตอนที่โคลัมบัสค้นพบทวีปอเมริกา และอยู่ในสงครามโลกทั้งสองครั้ง อยู่ในช่วงเหตุการณ์เรือไททานิคล่มและอื่นๆอีกมากมาย เนื้อของปลาฉลามกรีนแลนด์นั้นเป็นที่นิยมในไอซ์แลนด์ แต่ต้องผ่านกระบวนการล้างพิษก่อน เนื่องจากเนื้อของมันนั้นมีสารเคมีที่กินแล้วทำให้เกิดอาการเมาได้ ที่มา –…

ผลวิจัยชี้ “ผู้ชายในยุคปัจจุบัน” มีอสุจิลดลงเกินครึ่ง ถ้าไม่แก้ อนาคตมนุษย์อาจสูญพันธุ์!

  นักวิจัยพบว่าปริมาณเชื้ออสุจิของผู้ชายใน 3 ทวีป ลดลงไปกว่า 60% เมื่อเทียบกับ 40 ปีที่แล้ว ซึ่งอาจเป็นปัญหาร้ายแรงถึงขั้นทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ไปจากโลก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า งานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารด้านการสืบพันธุ์ของมนุษย์ ที่มีชื่อว่า “Human Reproduction Update” โดยทีมงานได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากผลการศึกษา 185 ชิ้น ที่จัดทำขึ้นระหว่างปี 1973 ถึงปี 2011 ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณและคุณภาพอสุจิของผู้ชาย 42,000 คน ทั่วโลก     โดยการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ในปี 1973 ผู้ชายจากทวีป อเมริกาเหนือ ยุโรป รวมถึงโอเชียเนีย คือประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ มีความหนาแน่นของอสุจิเฉลี่ย 99 ล้านตัว ต่อน้ำอสุจิ 1 มิลลิลิตร แต่ในปี 2011 ตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือ 47 ล้านตัวต่อ น้ำอสุจิ 1 มิลลิลิตร ซึ่งตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกระบุว่า หากผู้ชายมีจำนวนอสุจิน้อยกว่า 40…

มารู้จักเจ้าซาล์ป “Salp” สัตว์ทะเลสุดน่าทึ่ง มีสกิลพิเศษกำจัด CO2 ช่วยลดโลกร้อนได้!

ปัญหาเรื่องสภาวะโลกร้อนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ได้แก้ไขกันง่ายๆ แต่มีสัตว์อยู่ชนิดหนึ่งที่อาจมีส่วนในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวการในการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุของสภาวะโลกร้อน สัตว์ชนิดนั้นก็คือ “Salp” โดยมันมีความสามารถพิเศษที่มนุษย์ต้องการที่สุด นั่นก็คือ ลดโลกร้อน     Salp หรือ ซาลป ชื่อวิทยาศาสตร์: Salpidae แต่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่มักจะเรียกมันว่า Jelly balls ซาล์ปเป็นสัตว์โปร่งใส ขนาดยาว 1-10 เซนติเมตร ลักษณะกลม ตรงกลางป่อง อาหารของ Salp คือสาหร่ายเซลล์เดียวที่มีมากมายในทะเล แถมช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้     เมื่อถูก Salp กินเข้าไป ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกสะสมไว้ในสาหร่ายจะถูกขับออกมาเป็นของแข็งแล้วจมลงสู่ก้นทะเล และเมื่อเจ้า Salp ตาย ก็ยังพาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตัวมันจมลงไปที่ก้นทะเลด้วย จึงช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ เช่นเดียวกับซากของมัน ที่จะดึงเอาก๊าซคาร์บอนลงไปก้นทะเลด้วยหลังตายไป คล้ายกับแนวคิดของนักวิทยาศาสตร์ที่จะฝังก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์จากโรงไฟฟ้าต่างๆ ไว้ใต้ทะเลนั่นเอง     พบว่า ช่วง 100 ปีที่ผ่านมาปริมาณของ Salp มีจำนวนเพิ่มขึ้น และในน่านน้ำของออสเตรเลียก็พบ Salp หลายสายพันธุ์…