ทำไม? ฮอว์กกิ้ง – นักวิทย์ชื่อดังทั่วโลก ถึงพูดเหมือนกันว่า ‘โอมัวมัว’ คือยานของเอเลี่ยน

  หากใครยังไม่ได้อ่านเรื่องของ Oumuamu (โอมัวมัว หรือ อูมัวมัว) วัตถุแรกมี่เดินทางมาจากสุริยะอื่น ผมขอให้เข้าไปอ่านก่อน ไม่งั้นคุณจะงงมากๆถ้าอ่านเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเลย กดเข้าไปตามลิ้งค์สีๆได้เลยครับ ทีมนักดาราศาสตร์ที่ฮาวายได้ค้นพบวัตถุแรกที่มาจากนอกสุริยะนี้ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 ขณะเคลื่อนผ่านโลก จากนั้นจึงได้ประกาศการค้นพบวัตถุนอกสุริยะครั้งแรกนี้ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา จนถือเป็นการค้นพบวัตถุที่มาจากระบบสุริยะอื่นเป็นครั้งแรกเลยทีเดียว ที่สำคัญ วัตถุนี้หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า Interstellar Object วัตถุระหว่างดวงดาวที่ไม่ได้มีวงโคจรขึ้นตรงกับแรงโน้มถ่วงของระบบดาวฤกษ์ดวงใดดวงหนึ่ง     หลังการค้นพบ อูมัวมัวผ่านมาเกือบ 2 เดือน โครงการ Breakthrough Listen นำโดย ศาสตราจารย์ สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง ปรมาจารย์ด้านฟิสิกส์และนักจักรวาลวิทยาชื่อดังที่สุดแห่งยุค กำลังพยายามที่จะหาคำตอบว่า วัตถุประหลาดจากนอกสุริยะนี้ อาจจะเป็นยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาว หรือจะเป็นแค่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเท่านั้น ศ.ฮอว์กกิ้งและทีมนักวิทยาศาสตร์ที่โครงการ Breakthrough Listen ออกแถลงการณ์ถึงสาเหตุที่ทำให้นักวิจัยตั้งข้อสงสัยว่า โอมัวมัว อาจเป็นยานอวกาศที่ถูกส่งมาโดยเอเลี่ยน เนื่องจากรูปร่างลักษณะเป็นรูปร่างของยานอวกาศระหว่างดวงดาวที่นักออกแบบได้คิดกันก่อนหน้านี้ว่ายานอวกาศระหว่างดวงดาวควรจะมีรูปร่างแบบนี้     และเพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานนี้…

ดวงตาที่น่าทึ่งกว่า 200 ดวง ของหอยเชลล์

  หอยเชลล์นับเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่มนุษย์นิยมบริโภค และรูปลักษณ์ของมันก็ดูไม่มีความซับซ้อน แต่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ มานานแล้วว่าหอยเชลล์มีดวงตากว่า 200 ดวง แถมยังมีประสิทธิภาพการทำงานที่น่าทึ่งแบบเดียวกับกล้องโทรทรรศน์ที่มนุษย์ใช้ในปัจจุบันอีกด้วย การศึกษาล่าสุดจากนักวิจัยแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์ไวซ์แมนน์ ในประเทศอิสราเอลและนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลุนด์ในประเทศสวีเดนเผยว่า ส่วนใหญ่นั้นดวงตาของสัตว์จะมีเลนส์ที่เน้นแสง แต่หอยเชลล์กลับมีกระจกเว้าที่ด้านหลังของดวงตา ซึ่งรูปทรงของดวงตาคล้ายกับลูกปัดสีฟ้าเรียงรายอยู่บริเวณเนื้อเยื่อตรงขอบเปลือกหอย ดวงตาแต่ละดวงมีความกว้าง 1 มิลลิเมตรและมีโครงสร้างของผลึกใสหรือคริสตัลรูปทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งทำหน้าที่สะท้อนแสงเข้าสู่เรตินาหรือจอตาทำให้ได้ภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น     อันที่จริงแล้วดวงตาเหล่านี้มีจำนวนไม่คงที่ เพราะธรรมดาสำหรับหอยประเภทนี้ที่จะงอกตาใหม่เพิ่ม ทั้งยังงอกใหม่เวลาบาดเจ็บได้ด้วย หากมันสูญเสียดวงตาทั้งหมด มันจะกลับมาเหมือนเดิมภายในสองเดือน ชื่อสามัญของหอยเชลล์ในในภาษาอังกฤษคือ “scallop” (สแกลล็อป) แผลงมาจากภาษาฝรั่งเศสเก่า “escalope” หมายถึง “เปลือก”     นักวิจัยเผยว่าการมองเห็นของหอยเชลล์ผ่านดวงตานับร้อยๆ ดวงจะช่วยในการควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวมันขณะที่กำลังว่ายน้ำ ทำให้หอยสามารถประเมินสิ่งต่างๆ โดยรอบได้อย่างแม่นยำ ซึ่งนักวิจัยมองว่าการสร้างระบบภาพที่ซับซ้อนของหอยเชลล์ อาจเป็นหนทางในการศึกษาพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ สร้างเป็นอุปกรณ์ทางชีววิทยาที่ใช้งานด้านภาพและการตรวจจับสัญญาณในอนาคตข้างหน้า. Ma_noshiG – Ma_nosh ก่อตั้ง 19 ตอนนี้ 23 http://www.flagfrog.com

สำรวจพบ ผู้หญิง 2-3% บนโลกจะมีเซลล์พิเศษ ทำให้เห็นเฉดสีได้มากถึง 99 ล้านเฉดสี!

  ปกติแล้วมนุษย์เราจะมีเซลล์นี้อยู่เพียง 3 เซลล์เท่านั้น จึงทำให้พวกเรามองเห็นสีได้เพียง 1 ล้านสี แต่พวกเธอกลับมีมากถึง 4 เซลล์ จึงไม่แปลกเลยที่สายตาของพวกเธอนั้นจะถูกเรียกว่า Super Vision เพราะเมื่อทั้ง 4 เซลล์ทำงานร่วมกัน พวกเธอจึงสามารถมองเห็นสีได้มากกว่า 99 ล้านสี นั่นเอง เราเรียกความสามารถพิเศษนี้ว่า ภาวะ Tetrachromacy (เตตราโครมาซี) เป็นภาวะที่มีทางประสาทต่างหาก 4 ทางในการส่งข้อมูลเกี่ยวกับสี หรือมีเซลล์รูปกรวย 4 ประเภทในตา / 2–3% ของผู้หญิงในโลกอาจจะมีเซลล์รูปกรวยประเภทที่ 4 โดยก่อนหน้านี้ในปี 1948 ได้มีการค้นพบชายผู้มีเซลล์รูปกรวย 4 เซลล์แต่กลับสามารถใช้ได้เพียงแค่ 3 เซลล์ เท่านั้น     จนกระทั่ง ในเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 2012 หลังจากที่ได้ทำงานวิจัยมาถึง 25 ปีกับผู้หญิงที่มีเซลล์รูปกรวย 4 ประเภท นักประสาทวิทยาศาสตร์…

นักวิทย์ฯพบ เซลล์พิเศษใน ‘ตุ่นไร้ขน’ ที่อาจทำให้มนุษย์อายุยืนได้มากถึง 200 ปี!

Naked Mole-Rats ตุ่นหนูไร้ขน หรือจะเรียกสั้นๆว่า ตุ่นไร้ขนก็ได้ ชื่อวิทยาศาสตร์ Heterocephalus glaber อาศัยอยู่ในแถบแอฟริกา มีหน้าตา อัปลักษณ์ ผิวหนังหย่อนยาน มีฟันหน้าสองซี่ยาวเฟื้อย เป็นญาติกับเม่นและหนูตะเภา เห็นฟันมหึมาของพวกมันมั้ย อันนั้นแหละครับที่พวกมันใช้ในการขุดอุโมงค์ โดยมีหนวดสีขาวๆบนหน้าเป็นตัวรับสัมผัสคอยจับทิศทางในการขุด รวมถึงนิ้วเท้าที่มีขนซึ่งช่วยกวาดดินไปทางด้านหลังคล้ายกับไม้กวาด     เจ้าตุ่นไร้ขนพวกนี้ มีอายุขัยที่ยืนยาวมากหากเทียบกับพวกหนูด้วยกัน พวกมันสามารถดำรงชีวิตได้ยาวนานถึง 30 ปี ด้วยสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จะร้อนสุดๆหรือหนาวสุดๆก็อยู่ได้ สามารถมีเพศสัมพันธ์กันตลอดชั่วอายุขัย สามารถทานอาหารที่มีพิษ ไม่เป็นมะเร็ง “อายุขัยของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน บางคนมีอายุ 80 หรือ 90 ปี แต่เราอาจจะดำรงชีวิตได้ถึง 200 ปี ถ้าเราทำการศึกษา และเข้าใจในด้านพันธุวิทยาของสัตว์ที่มีอายุยืน และสามารถหาหนทางปรับใช้กับมนุษย์” – โจนาธาน ฟลินซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมนุษย์พันธุศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด กล่าว     การปรับตัวของตุ่นไร้ขนทำให้มีสารต่อต้านมะเร็งในตัวของมัน นอกจากนี้ ตุ่นไร้ขนยังรักษาระบบภายใน ทั้งระบบเลือดและหัวใจที่แข็งแรงแม้จะมีอายุมากแล้วก็ตาม ทีมวิจัย…

โดมกักสารพิษ สถานที่สุดอันตราย ผลจากการทดสอบ ‘อาวุธนิวเคลียร์’ ในช่วงสงครามเย็น

  Enewetak Atoll ออกเสียงว่า เอเนเวตักอะทอลล์ เกาะปะการังตามธรรมชาติที่เป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ เดิมทีเกาะแห่งนี้ถูกเลือกให้เป็นฐานทัพเรือของสหรัฐฯ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เมื่อสงครามสิ้นสุด รัฐบาลจึงตัดสินใจใช้เกาะแห่งนี้เป็นสถานที่ทดสอบอาวุธนิวเครียร์ เพื่อใช้ต่อสู้ในสงครามเย็น ตั้งแต่ปี 1948 ถึง 1958 รวมเวลาทั้งสิ้น 10 ปี มีการยิงหัวรบนิวเคลียร์ถึง 43 ครั้ง หนึ่งในนั้นคือ “ไอวี่ไมค์” ระเบิดไฮโดรเจนลูกแรกที่สหรัฐฯ พัฒนาขึ้นได้สำเร็จ จนเกาะแห่งนี้ไม่เหมาะกับการดำรงชีวิตอีกต่อไป     ต่อมาในปี 1972 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เข้ามาตรวจวัดสารปนเปื้อนบนเกาะ ซึ่งพบว่ามันมีจำนวนมหาศาล ซึ่งไม่อาจประเมินงบประมาณสำหรับการกำจัดกากกัมมันตรังสีปนเปื้อนจำนวน 111,000 ลูกบาศก์เมตรได้เลย รัฐบาลสหรัฐฯ จึงวางแผนสร้างหลุมฝังกลบขนาดใหญ่ขึ้นมา แล้วขนย้ายกากกัมมันตรังสีอันตรายเหล่านี้ไปทิ้งไว้ ก่อนสร้าง “Runit Dome” โดมคอนกรีตขนาดใหญ่หนา 18 นิ้วปิดไว้ด้านบนเพื่อป้องกันการรั่วไหลของสารพิษ จากนั้นรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เข้ามาเยียวยาด้านการเงินแก่คนในหมู่เกาะมาร์แชลล์เป็นการชดเชยมานับแต่นั้น     ทว่าในปี 2013 หน่วยงานของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ได้เข้ามาตรวจสอบเกาะเอเวเนตักอะทอลล์อีกครั้ง แล้วพบว่าโดมนี้เริ่มมีการชำรุดและมีการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีออกมา…

สาวจีนไม่ซักปลอกหมอน นาน 5 ปี จนทำให้ใต้ขนตามี ‘ตัวไร’ อาศัยอยู่กว่า 100 ตัว!

  สาวจีนหน้าตาดีท่านหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ที่มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน เผชิญกับอาการคันบริเวณดวงตาและเริ่มตาแดง มาเป็นระยะเวลานานหลายปี แต่เธอกลับเลือกที่จะใช้ยาหยอดตา แทนการเข้ารับการรักษาหรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเธอมีอาการคันเช่นนี้ตั้งแต่ปี 2015 จนกระทั่งเธอทนไม่ไหวเพราะ เริ่มคันอย่างหนัก ดวงตาแห้งมาก และขนตาของเธอก็เริ่มที่จะติดกันไปเป็นยวง จนตัดสินใจเข้าพบแพทย์ในปี 2017     เมื่อแพทย์ได้ทำการตรวจก็พบว่า มีตัวไรมากกว่า 100 ตัว เกาะอยู่บนขนตาของเธอ โดยขนตาแต่ละเส้นนั้นจะมีตัวไรอาศัยอยู่เส้นละ 10 ตัวเลยทีเดียว จึงไม่แปลกที่เธอจะเกิดอาการคันมากๆ สุดท้ายเธอได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคตาแดงและ เปลือกตาอักเสบ หมายถึง จากการติดเชื้อแบคทีเรีย     และสาเหตุที่ทำให้ขนตาของเธอมีตัวไรอาศัยอยู่มากมายขนาดนี้เป็นเพราะ การถ่ายเทอากาศภายในห้องของเธอที่ไม่เพียงพอ รวมถึงสุขอนามัยส่วนตัว ซึ่งนั่นหมายถึงปลอกหมอนของหญิงสาวที่ถูกใช้มากกว่า 5 ปี โดยไม่ได้รับการซักหรือเปลี่ยนแต่อย่างใด คุณหมอแนะนำว่า หากคุณไม่อยากเป็นสิว เป็นภูมิแพ้ หรือเป็นอย่างผู้หญิงท่านนี้ คุณควรซักปลอกหมอน ทุก 2 – 4 อาทิตย์ไม่ควรเกินจากนี้ เพราะไม่ได้มีแค่ตัวไรเท่านั้นที่จะรบกวนคุณ แต่ก็ยังมีทั้งฝุ่น และผิวหนังที่ตายไปแล้วของเราหมักหมมอยู่บนปลอกหมอนใบนั้นด้วยนะครับ Ma_noshiG –…

“ไจแอนท์ออฟิส” งูยักษ์โบราณ อีกหนึ่งสายพันธุ์งูยักษ์ล้านปี! (ลูกพี่ลูกน้อง-ไททันโบอา)

  Gigantophis garstini งูยักษ์โบราณที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 40-35 ล้านปี ในช่วงปลายยุค Eocene เป็นงูสายพันธุ์สมัยใหม่ที่มีขนาดใหญ่มาก ประมาณ 9.3 – 10.7 เมตร น้ำหนักราว 455 กิโลกรัม ถูกค้นพบในปี พ.ศ.2444 จากฟอสซิลที่พบในอัลฟายัมอียิปต์ตะวันออก ขนาดของมันใหญ่โตมาก และจากขนาดตัวที่ใหญ่มหึมานี้ทำให้มันสามารถทำลายซากรถเก่าที่กองทิ้งไว้ได้อย่างสบายๆ     และในปี พ.ศ.2504 ก็มีการค้นพบซากของ Gigantophis อีกครั้งที่ลิเบียซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่ก่อนหน้านี้ประมาณ 1500 กม. หลังจากนั้นก็มีการค้นพบ ในปี พ.ศ.2557 ที่ปากีสถาน ชี้ให้เห็นว่าการแพร่กระจายของสายพันธุ์เหล่านี้ขยายออกไปจากแอฟริกาตะวันออกกลางไปจนถึงเอเชียใต้     งูยักษณ์โบราณสายพันธุ์นี้ มักล่าเหยื่อประเภทสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือสัตว์อื่นตามแต่เวลาและโอกาส โดยการพันตัวไปรอบตัวเหยื่อ ค่อยๆรัดจนกว่าเหยื่อจะสลบหรือตาย จากนั้นก็ใช้กรามกว้างๆค่อยเขมือบตั้งแต่หัวจรดหางกลืนกินไปจนหมด แต่งูชนิดนี้ มีความคล้ายคลึงกับงูยักษ์โบอา ที่มี อายุกว่า 60 ล้านปี ซึ่งถูกค้นพบในเหมืองแร่ถ่านโคล ที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของโคลัมเบีย โดยวัดขนาดของซากได้ความยาวถึง 42 ฟุต หรือ…

Elon Musk สร้างจรวด ที่สามารถไปส่งคุณที่ไหนก็ได้บนโลก ภายใน 1 ชั่วโมง!

Elon Musk ผู้ก่อตั้ง SpaceX สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้คนทั่วโลกอีกครั้ง ด้วยการต่อยอดครั้งใหม่ที่ไม่มีใครคาดถึง โดยจับเอาจรวดของ SpaceX เตรียมมาให้บริการแทนการบินในเชิงพาณิชย์ เรื่องนี้จะเขย่าวงการสายการบินเป็นอย่างมาก ด้วยความเร็วของจรวดลำนี้ สามารถบินได้เร็ว 27,000 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในขณะที่เครื่องบินโดยสารทั่วไปบินได้เร็วสุดที่ 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น ทำให้กล้าประกาศว่า ไม่ว่าที่ไหนในโลกจะสามารถเดินทางได้ภายในเวลาไม่เกิน 60 นาที     โดยจรวดลำนี้สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้สูงสุด 100 คน และ Elon Musk พยายามจะทำให้ค่าโดยสารไม่แพงเกินกว่าการนั่งเครื่องบินชั้นประหยัด (economy class) จรวดรุ่นใหม่ BFR ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานได้ทั้งการเดินทางจากโลกสู่ดาวอื่น และจากเมืองในโลกสู่อีกเมืองหนึ่ง มันถูกออกแบบมาให้ใช้ซ้ำได้อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงสามารถเติมเชื้อเพลิงในอวกาศได้ด้วย สามารถบรรทุกของได้ถึง 150 ตัน มันมีความแม่นยำสูงมากจนลงจอดได้โดยไม่ต้องมีขาค้ำยื่นออกมา     เชื้อเพลิงจะใช้ก๊าซมีเธน ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 6 เครื่อง แบ่งเป็นเครื่องยนต์หลัก 2 ตัวและเครื่องยนต์เสริม 4 ตัว สามารถลดจอดได้แม้เหลือเครื่องยนต์หลักเพียงตัวเดียว จึงใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมาพร้อมระบบความปลอดภัยสูง…

พืชประหลาดแห่งเทือกเขาแอนดีส “ยาริตะ” หนึ่งในสิ่งมีชีวิต ที่มีอายุมากที่สุดในโลก!

  เทือกเขาแอนดีส เทือกเขาที่ยาวที่สุดในโลก โดยยอดเขาที่สูงที่สุด คือ ยอดเขาอากอนกากวา หรือ อะ คองกากัว ยอดเขาที่มีความสูง ประมาณ 6,959 เมตร และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปอเมริกาอีกด้วย แต่วันนี้เราไม่ได้มาพูดถึงเรื่องภูเขา แต่เรากำลังพูดถึงเจ้า Yareta หรือ Llareta ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติในเขตเทือกเขาแอนดีส ผมเรียกมันว่า ยาริตะ (ไม่รู้อ่านแบบนี้ถูกรึเปล่า) หากมองผิวเผินแล้วหลายคนๆอาจมอง ว่าเป็นมอสหรือตะไคร่น้ำเขียวชะอุ่มที่เกาะอยู่ตามโขดหิน ทว่าในความเป็นจริงแล้วมันคือกลุ่มพืชในตระกูลไม้ดอกขนาดเล็กที่ชอบขึ้นบนก้อนหินในเขต ทะเลทรายอาตากามา (ทะเลทรายที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเปรูไปถึงตอนเหนือของประเทศชิลี และยังขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลทรายแห้งแล้งที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย     เป็นพืชมหัศจรรย์ที่มีอายุมากกว่า 3,000 ปี ความพิเศษของพืชชนิดนี้ก็คือมันจะขึ้นเฉพาะในทะเลทรายเท่านั้น และที่สำคัญคัญคือจะสามารถพบเห็นพืช นิดนี้ได้ที่ระดับความสูงตั้งแต่ 3,200 – 4,500 เมตร ในบริเวณที่มีลมโกรกหรือกรรโชกตลอดเวลา พวกมันจะมีดอกเล็กๆ และถูกผสมเกสรโดยแมลง สำหรับการเจริญเติบโตนั้นแต่ละปีจะสูงเพียง 1.5 เซนติเมตร ปัจจุบันพืชชนิดนี้ถูกจัดให้เป็นพืชสงวนใกล้สูญพันธุ์อีกด้วย Ma_noshiG – Ma_nosh ก่อตั้ง 19 ตอนนี้ 23…

Pervitin ยามหัศจรรย์ ที่กองทัพนาซีคิดค้นขึ้น เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นยอดมนุษย์!

ในปี 1938 ชาวเยอรมันได้รู้จักกับยาชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “Pervitin” ซึ่งเป็นดั่งยาวิเศษที่ช่วยให้ร่างกายตื่นตัว เสริมสร้างความมั่นใจในตัวเอง ไม่เจ็บปวด ไม่หิว ไม่ง่วง ที่ขายให้แก่พลเรือนและถูกใช้กับทหารนาซีเยอรมันอย่างแพร่หลาย โดยมีส่วนประกอบสำคัญคือ “เมทแอมเฟตามีน” (Methamphetamine) สารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ยาบ้า”     รับประทาน ๑-๒ เม็ด เพื่อกำจัดความง่วงนอนและเมื่อล้า ๓-๘ ชั่วโมง หรือ ๔ เม็ด สำหรับยืดเวลาการตื่นนอนไว้ ๒๔ ชั่วโมง ยา Pervitin จึงถูกซื้อโดยกองทัพนาซีเยอรมันจำนวนมากเพื่อนำแจกจ่ายให้กับทหารหน่วย Wehrmacht ในสงครามกับโปแลนด์ ซึ่งผลที่ได้คือทหารเหล่านี้มีความอดทนเกินมนุษย์ จนสามารถนำชัยชนะมาสู่กองทัพนาซีได้หลายต่อหลายครั้ง บางข้อมูลระบุว่า “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” ก็ใช้ยาตัวนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตามในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แรงกดดันของสงครามจากหลายแห่งที่นาซีเยอรมันต้องต่อสู้ เกิดการเรียกร้องให้คิดค้นยาตัวใหม่ที่ออกฤทธิ์นานกว่าเดิม และสร้างพละกำลังได้ยาวนานกว่าเดิมขึ้นมาแทนยาแบบเก่า แม้แต่ตัวฮิตเลอร์เองก็ใช้ยาประเภทเดียวกันนี้ด้วยวิธีการฉีดเข้กระแสเลือดโดย Theodor Morell แพทย์ประจำตัว ผู้ติดตามคนหนึ่งได้เล่าถึงอาการตื่นตัวอย่างประหลาดในระหว่างที่ฮิตเลอร์ไปเยือนอิตาลีไว้ว่าเขาพูดพล่ามไม่หยุด และคาดว่าอาการนี้เป็นผลจากยากระตุ้นอีกเช่นกัน     นักวิทยาศาสตร์ประจำกองทัพจึงได้พัฒนายาตัวใหม่ขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า…