รัสเซียระบุ ปัญหารูรั่วบนสถานีอวกาศ ที่ถูกอุกกาบาตชน อาจเป็น “การจงใจก่อวินาศกรรม”

  จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2018 ได้เกิดอุบัติเหตุ อุกกาบาตจิ๋วพุ่งชน ยานโซยุซ เอ็มเอส-09 (Soyuz TMA-09M) บนสถานีอวกาศอวกาศนานาชาติ (ISS) ฝั่งของรัสเซีย จนทำให้เกิดรูรั่วเล็ก ๆ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 มิลลิเมตร จนทำให้ความดันอากาศภายในสถานีลดลงเล็กน้อย แต่ลูกเรือของภารกิจ Expedition 56 ก็ได้ตรวจพบ และทำการซ่อมแซมเบื้องต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เรื่องมันไม่ได้จบลงแค่นั้น… ในวันที่ 3 กันยายน หัวหน้าสำนักงานอวกาศรัสเซีย ดมิทรี โรโกซิน ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ว่า ปัญหาอากาศรั่วบนสถานีอวกาศนานาชาติ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อาจเกิดจากการก่อวินาศกรรมในอวกาศโดยเจตนา ซึ่งทางเราได้ตัดเรื่องสะเก็ดอุกกาบาตออกไปแล้ว และพบว่ามีความพยายามเจาะรูหลายครั้งแล้วด้วย “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจเกิดจากการใช้สว่านเจาะ เป็นการจงใจทำให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะตั้งแต่ตอนอยู่บนโลก หรือบนอวกาศ และในวันนี้เราได้เริ่มการตรวจสอบแล้ว เชื่อว่าในไม่นานจะได้พบกับสาเหตุที่แท้จริง เพราะนี่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี ในอุตสาหกรรมอวกาศของรัสเซีย”     ถึงแม้ว่า สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) จะเป็นหนึ่งในไม่กี่พื้นที่ ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ แต่ก็เป็นสิ่งที่น่าคิด…

นักวิจัยเร่งพัฒนาระบบ เพื่อทำให้หุ่นยนต์ ซ่อมแซมและอัพเกรดตัวเองได้ เหมือนในหนัง

  เดวิด แฮนสัน (David Hanson) ผู้ก่อตั้งบริษัท Hanson Robotics ตั้งปณิธานไว้ว่า ในอนาคตหุ่นยนต์จะมีลักษณะทางกายภาพคล้ายมนุษย์มากขึ้น และจะต้องมีความคิดความอ่านที่ฉลาดล้ำเหนือมนุษย์ ซึ่งจะถูกเรียกว่า “Super – Intelligent Genius Machines” เพื่อใช้แก้ปัญหาต่างๆที่มนุษย์ไม่สามารถจัดการได้ โดยผลงานชิ้นเอกของบริษัทนี้คือ “หุ่นยนต์โซเฟีย” ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันนั่นเอง บริษัท Hanson ผลิตหุ่นยนต์โซเฟียออกมาทั้งหมด 12 ตัว โดยอาศัยความร่วมมือจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก และสาเหตุที่เขาต้องการทำให้โซเฟียดูคล้ายมนุษย์มากที่สุด เนื่องจาก ต้องการลดความหวาดกลัวของมนุษย์ที่มีต่อหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งถือว่าบริษัทประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะ เมื่อปีที่แล้ว โซเฟียได้รับสัญชาติพลเมืองอย่างเป็นทางการจากซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถือเป็นหุ่นยนต์ตัวแรกของโลกที่ได้รับสัญชาติเทียบเท่ามนุษย์ ด้วยความสำเร็จนี้ทำให้ เดวิด แฮนสัน มีความตั้งใจที่จะพัฒนาเทคโนโลยีนี้ให้ก้าวกระโดดไปอีกขั้น ด้วยการทำให้หุ่นยนต์สามารถซ่อมแซมและอัพเกรดตัวเองได้ เหมือนในภาพยนตร์ โดยเขาระบุว่า สาเหตุที่ทำให้หุ่นยนต์ในปัจจุบัน ยังคงห่างไกลกับหุ่นยนต์ที่เราเห็นในภาพยนตร์อยู่มาก เพราะข้อจำกัดด้านการเรียนรู้ของหุ่นยนต์ ที่จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อถูกโปรแกรมคำสั่งเข้าไปในซอฟแวร์ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราสามารถ ทำให้หุ่นยนต์เรียนรู้ได้ด้วยตัวเองเหมือนเด็ก ที่ต้องใช้ประสาทสัมผัศทั้ง 5 ในการเรียนรู้แล้วหล่ะก็ เทคโนโลยีเจ๋งๆอื่นๆ ก็จะทำได้ไม่ยากนัก ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา 10…

NASA สร้างจุดที่หนาวที่สุดในจักรวาล บนสถานีอวกาศนานาชาติ ISS

  เมื่อปี 2014 องค์กรนาซ่าได้ประกาศโครงการที่จะสร้าง สถานที่ที่หนาวที่สุดในจักรวาล ซึ่งจะถูกบรรจุอยู่ในกล่องขนาดเล็กที่มีขนาดเทียบเท่ากล่องใส่น้ำแข็งที่ใช้กันตามบ้านเรือน ซึ่งหนาวเย็นกว่าส่วนที่ลึกที่สุดในจักรวาล โดยเจ้ากล่องสุดหนาวนี้มีชื่อว่า The Cold Atom Laboratory หรือ CAL โดยเมื่อปี 2017 เจ้ากล่องน้ำแข็งถูกส่งขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ ISS พร้อมกับ จรวด CRS-12 ของบริษัท SpaceX และถูกติดตั้งจนสมบูรณ์พร้อมใช้งานเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2018 กล่องน้ำแข็ง CAL ถูกออกแบบ เพื่อทำให้อะตอมมีความเย็นกว่าอุณศูนย์สัมบูรณ์หลายพันเท่า ซึ่งจุดประสงค์ของโครงการนี้คือ เพื่อทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเข้าใจสสารและกฏพื้นฐานของแรงโน้มถ่วงได้อย่างลึกซึ้ง รวมถึงการประยุคต์ใช้งานในการตรวจหาพลังมืดในจักรวาล เพราะเมื่ออะตอมถูกทำให้เย็นจัดมากๆ อะตอมเหล่านี้จะเข้าสู่สภาวะที่ถูกเรียกว่า Bose-Einstein condensate ซึ่งในสภาวะนี้อะตอมจะไม่เป็นไปตามกฎฟิสิกส์ที่เรารู้จักกัน แต่จะเป็นไปตามกฏของควอนตัมแทน ทำให้อะตอมจะมีพฤติกรรมเหมือนคลื่นมากกว่าอนุภาค รูปแบบที่ลึกลับของคลื่นเหล่านี้ไม่เคยมีใครเห็นในอุณหภูมิที่ต่ำขนาดนี้มาก่อน     โดยก่อนหน้านี้ นาซ่าได้ทำการทดลองบนโลก แต่เนื่องจากแรงโน้มถ่วงทำให้การทดลองเกิดขึ้นเพียงเสี่ยววินาที ซึ่งไม่เพียงพอที่จะนำมาประยุกต์ใช้งานได้ แต่เมื่อนำมาทดลองบนสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงก็สามารถทดลองได้นานกว่า 10 วินาที ผลจากการทดลองเหล่านี้สามารถนำประยุคต์ในการปรับปรุงเทคโนโลยีที่เรามีอยู่ได้ เช่น เซ็นเซอร์ คอมพิวเตอร์ควอนตัม…

ค่ายหนังโป๊เปิดบริการใหม่ ใช้ AI ตัดต่อคุณ ใส่แทนนักแสดง ให้คุณมีหนังโป๊เป็นของตัวเอง

  หลังจากที่ช่วงเดือน กุมภาพันธ์ 2018 ได้มีการระบาดอย่างหนักของ DeepFake AI (ปัญญาประดิษฐ์) ที่ได้นำใบหน้าของนักแสดงชื่อดังต่างๆทั่วโลก ไปตัดต่อแทนที่นักแสดงหนังโป๊ จนสร้างความเข้าใจผิดให้แก่ผู้ที่พบเห็นว่า นี่คือคลิปหลุดของนักแสดงคนนั้นจริงๆหรือ ? ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่นักแสดงชื่อดังหลายคนเป็นอย่างมาก จนกระทั่งเว็บไซต์หนังโป๊ชื่อดังอย่าง PornHub ต้องออกแถลงเลยว่า ไม่สนับสนุนหนังโป๊ที่ถูกสร้างขึ้นจากเทคโนโลยีนี้ ถ้าตรวจพบจะทำการลบและแบนบัญชีที่อัพโหลดทันที เช่นเดียวกับ Twitter ที่ประกาศแบนเช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าจะมีผู้เห็นโอกาสจากวิกฤตกระแสในครั้งนี้ นั่นคือ บริษัทหนังโป๊ Naughty America ที่ได้เปิดบริการใหม่ นั่นคือ ให้บริการตัดต่อใบหน้าของลูกค้าเข้าไปแทนที่ นักแสดงหนังโป๊ เพื่อที่ลูกค้าท่านนั้นจะได้มีหนังโป๊เป็นของตัวเองอย่างที่ต้องการ โดยลูกค้าจะต้องทำการอัพโหลดวิดีโอใบหน้าของตัวเองที่ทำหน้าตาแบบต่างๆ ตามคำบอก นอกจากนี้ตัวบริการยังสามารถเปลี่ยนฉากหลังให้เป็นบ้านของลูกค้า ทำให้เหมือนวิดีโอถ่ายทำในบ้านของตัวเองจริงๆ (Homemade) ซึ่งในอนาคตจะมีฟังก์ชั่นเปลี่ยนเสียงของนักแสดงคนนั้นให้กลายเป็นเสียงของคุณได้อีกด้วย     ก่อนหน้านี้เทคโนโลยี Deepfake ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อเลียนแบบความคิดของมนุษย์ รวมถึง น้ำเสียง และท่วงทำนองการพูด โดยผู้ที่มีเทคโนโลยีในครอบครองมักใช้มันในการสร้างข่าวปลอม เช่น การประกาศข่าวเตือนภัย หรือ การกล่าวคำเหยียดเชื้อชาติสีผิว ถึงขั้นมีเว็บไซต์ในรูปแบบของเว็บบอร์ด deepfakes.cc ที่ได้มีการแบ่งห้องต่างๆไว้อย่างชัดเจน ห้องรแจกวิดีโอทำสำเร็จ,…

Google เผยโปรเจคสุดยิ่งใหญ่ เตรียมทำแผนที่ของมหาสมุทรที่ตกสำรวจทั่วโลก!

  Google Map แอพพลิเคชั่นที่ช่วยแสดงแผนที่และช่วยนำทาง เตรียมพัฒนาไปอีกขั้น ด้วยการสร้างแผนที่ของใต้มหาสมุทรทั่วโลก โปรเจคสุดยิ่งใหญ่นี้มีชื่อว่า Sea Floor 2030 ดดยได้รับความร่วมมือจาก นักวิทยาศาตร์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 150 คน จากหลายประเทศ โดยพวกเขาคาดว่าจะสามารถทำแผนที่ใต้มหาสมุทรทั้งโลกได้แล้วเสร็จภายในปี 2030 สำหรับวีธีการสร้างแผนที่ใต้มหาสมุทรในครั้งนี้ กูเกิลเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ที่มีชื่อว่า Multibeam Sonar คือการใช้เรือแล่นผ่านพื้นที่ต่างๆ เพื่อสร้างแผนที่ของพื้นดิน, ภูเขา และร่องลึกบริเวณรอบๆ ได้หลายร้อยตารางเมตร ซึ่งจากรายงานเมื่อปี 2016 ระบุว่า มีพื้นที่ใต้มหาสมุทรถึง 85% ที่ยังไม่ได้รับการสำรวจ ซึ่งอาจจะต้องใช้งบมากถึง 3 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐเลยทีเดียว (ราว 1 แสนล้านบาท) “การสำรวจพื้นที่ใต้ทะเล เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรสนใจและให้การสนับสนุนมากกว่าการสำรวจอวกาศ” เพราะการการสำรวจอวกาศเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มกับผลตอบแทน เพราะเนื่องจากมีพื้นที่กว้างใหญ่มากเกินไป ซึ่งต่างจากการสำรวจใต้ทะเลที่คุ้มค่าแก่การลงทุน เนื่องจากความเข้าใจที่มีต่อใต้มหาสมุทรจะช่วยให้มนุษย์สามารถแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม อย่างเช่นที่เรากำลังประสบอยู่ในปัจจุบันได้” – แลร์รี่ เมเยอร์ ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์ทางทะเล แห่งมหาวิทยาลัยนิวแฮมป์เชียร์ กล่าว Fact – พื้นโลกทั้งหมดที่มีความลึกอยู่ประมาณ 3,700…

ล้ำลึก! บริษัทยักษ์ใหญ่ฝรั่งเศส เริ่มคัดคนเข้าทำงานจาก ทักษะในการเล่นเกม Fortnite

  ฟอร์ทไนท์ (Fortnite) คือเกมแนวแบทเทิลรอยัล (เกมโดดร่ม) ที่ได้รับความนิยมจากทั่วทุกมุมโลก (แต่น่าจะยกเว้ยประเทศไทย) ถึงขนาดที่ว่าพ่อแม่ในสหรัฐหลายคนถึงกับจ้างโค้ชเพื่อมาสอนลูกเล่นเกมนี้กันเลยทีเดียว ซึ่งตอนนี้มันไม่ได้เป็นแค่เรื่องของเกมแล้ว… เพราะ Dare.Win บริษัทเอเจนซี่โฆษณาสัญชาติฝรั่งเศสที่มีลูกค้าคือ Netflix, Spotify และ YouTube ได้โพสต์จ้างพนักงานในรูปแบบฝึกงานระยะเวลา 6 เดือนในสำนักงานของเขาที่กรุงปารีส ด้วยการใช้เกมส์ Fortnite เป็นเครื่องมือในการใช้สัมภาษณ์รับเข้าทำงาน ซึ่งทางบริษัทได้ชี้แจงว่าเกมส์นี้จะทำให้เห็นถึง บุคลิก, การตัดสินใจ, การแก้ปัญหา โดยคุณจะต้องร่วมเล่นกับทีมของทางบริษัทเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น เพราะทางบริษัทไม่ต้องการบุคลากรที่ทำงานเป็นทีมภายใต้แรงกดดันไม่ได้ “การสัมภาษณ์งานแบบปกติ ส่วนใหญ่จะเป็นการสอบถามเกี่ยวกับความสามารถที่ตรงกับงาน แต่สิ่งที่พวกเราอยากเห็นคือรูปแบบการเล่นของคนที่มาสัมภาษณ์ แนวทางการเล่นเกมของแต่ละคนบ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง ทั้งลักษณะนิสัย บุคลิก โดยเฉพาะในเรื่องแนวทางการตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาของคนๆนั้น และไม่ต้องกังวลเรื่องฝีมือหรอก เพราะพวกเราเองก็ไม่ใช่ผู้เล่นมืออาชีพ” “และจะไม่ได้ใช้เวลาเล่นเกมกันเพียงอย่างเดียว จะมีการถามคำถามเกี่ยวกับงาน รวมไปจนถึงคำถามเกี่ยวกับสื่อบันเทิง งานอดิเรก รวมไปจนถึงชีวิตโดยรวมของผู้เข้าสัมภาษณ์ ไม่มีอะไรต้องรู้สึกกดดันครับ เพราะเราคิดว่าเป็นการได้มาพบเพื่อนใหม่และเล่นเกมสนุกๆกัน” – Boris Lavergne หนึ่งในทีมงานครีเอทีฟของบริษัท Fact – ปัจจุบันมีผู้เล่น Fortnite กว่า 125 ล้านคนทั่วโลก…

อวัยวะเสียหายหรอเรื่องเล็ก…พิมพ์ใหม่ ! ด้วยเครื่องพิมพ์ชีวภาพ 3D (ไบโอปริ้นเตอร์)

  เครื่องพิมพ์ชีวภาพ สามมิติ (bioprinter 3D) มีหลักการทำงานที่เข้าใจง่ายๆคือ “หมึก” ที่เครื่องพิมพ์ชนิดนี้จะใช้นั้น จะใช้เป็น “เซลล์ของมนุษย์” โดยจะต้องใช้เซลล์จากผู้ป่วยเองเท่านั้นเพื่อไม่ให้ร่างกายปฏิเสธอวัยวะชิ้นใหม่ จะกลายเป็น “หมึกชีวภาพ : Bio-Ink” จากนั้นเครื่องจะทำงานโดยการฉีดเซลล์เป็นชั้นๆ เพื่อเริ่มสร้างโครงสร้างและเนื้อเยื่อของอวัยวะให้ออกมาเป็นรูปแบบ 3D ที่สามารถจับต้องได้ ซึ่งความจริงแล้ว เทคโนโลยีนี้ ถูกคิดค้นขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2011 แล้ว แต่ในขณะนั้นยังเป็นเพียงไอเดียและโมเดลจำลองเท่านั้น พึ่งจะมาประสบความสำเร็จจริงๆเมื่อ 2-3 ปีก่อน อย่างเช่น เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2018 นักวิจัยอังกฤษสามารถพิมพ์ “กระจกตา” จากน้ำหมึกชีวภาพ สำเร็จใช้งานได้จริงเป็นครั้งแรกของโลก แก้ปัญหากระจกตาบวม กระจกตาเสื่อม กระจกตาขุ่น ที่การบริจาคดวงตานั้นไม่เพียงพอ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2018 แอนโทนี แอทาลา ผอ.สถาบันเวชศาสตร์ฟื้นฟู สามารถพิมพ์ “ใบหู” ขึ้นมาได้สำเร็จ แต่ยังไม่มีการทดลองผ่าตัดใช้กับคนจริงๆ โดยใช้เวลาในการพิมพ์นานกว่า 6 เดือน…

พ่อแม่สนับสนุนจริงจัง! หลายครอบครัวเริ่มจ้างโปร เพื่อติวลูกเล่น Fortnite กันแล้ว

  Wall Street Journal รายงานว่าผู้ปกครองในสหรัฐเล็งเห็นถึงความสำคัญของเกมที่เด็กๆเล่นมากขึ้น เมื่อหลายครอบครัวเริ่มจ้างผู้เล่นขั้นโปร มาสอนให้ลูกๆของตนเล่นเกมเก่งขึ้น โดยค่าจ้างในการสอนตกอยู่ชั่วโมงละ 10-20 ดอลลาร์ (ราว 300-600 บาท) ถือว่าเป็นรายได้ที่ดีมากเลยทีเดียว ยวน โรเบิร์ตสัน คุณพ่อลูกสองระบุว่า – “ผมอยากให้พวกเขาเป็นเลิศในสิ่งที่พวกเขาทำแล้วมีความสุข” แอลไลน์ ฮิกส์ คุณแม่ที่จ้างโปรมาติวให้กับลูกวันละ 4 ชั่วโมง – “การจะเล่นเกมให้เก่งนี่มันก็เป็นความกดดันเหมือนกันนะ” เจดี ไจส์ คุณพ่อที่มักจะชวนเพื่อนๆของลูกชายมาเล่นเกมด้วยกันที่บ้าน – “ตั้งแต่ผมเล่นเกมกับพวกเขา ผมได้รับความไว้ใจและได้ฟังเรื่องราวของพวกเขามากขึ้น” และนี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างเล็กน้อยเพียงเท่านั้น ซึ่งบางครอบครัวจริงจังถึงขั้น จ้างโปรมาพร้อมกัน 2 คน เพื่อติวทั้งตัวเองและติวลูกไปพร้อมๆกัน บางครั้งพวกเขาก็เล่นเป็นทีมด้วย (ฟอร์ทไนท์เล่นเป็นทีมได้มากสุดครั้งละ 4 คน) หลายครอบครัวบอกว่า ความสัมพันธุ์ในครอบครัวดีขึ้น และพวกเขารู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก ทั้งนี้การหาติวเตอร์ด้านเกมตามเว็บไซต์มีมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เว็บไซต์ที่โด่งดังที่สุดก็คงจะเป็น Gamer Sensei (เกมเมอร์เซนเซ) เว็บไซต์สำหรับหาผู้เล่นเก่งหรือที่เรียกกันว่า Pro Player มาสอนให้เล่นเกมเก่งโดยเฉพาะ Fact…

นี่คือ “เขื่อนโมซูล” ที่หากเกิดแตกขึ้นมา ความเสียหายจะเลวร้ายกว่าระเบิดนิวเคลียร์!

  เขื่อนโมซูล (Mosul Dam) ถูกสร้างขึ้นในปี 1981 มีชื่อเดิมว่าเขื่อนซัดดัม เป็นเขื่อนที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ยาว 3.4 กิโลเมตร) และเป็นเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำที่ใหญ่ที่สุดในอิรัก (อยู่ห่างจากกรุงแบกแดดเมืองหลวงประมาณ 1,000 กิโลเมตร) รองรับน้ำได้ 12,000 ล้านลูกบาศ์กเมตร และผลิตกระแสไฟฟ้า 1,000 เมกาวัตท์ ให้แก่ประชาชน 1,700,000 คนในเมืองโมซูล แต่สิ่งที่ทำให้เขื่อนแห่งนี้น่าสนใจเพราะ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งก่อสร้างและผู้เฝ้าระวังภัยต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่คือเขื่อนที่อันตรายที่สุดในโลก” เนื่องจากเขื่อนแห่งนี้สร้างบนดินที่ละลายได้เมื่อถูกน้ำ นั่นจึงทำให้เขื่อนอาจแตกเมื่อไรก็ได้ เมื่อ 7 ปีก่อน การใต้ท้องทะเลพบหลุมยุบมากมายที่พื้นดินทางตอนเหนือของเขื่อน บางหลุมมีขนาดใหญ่ถึง 20 เมตร หลุมยุบเหล่านี้กำลังเพิ่มขึ้นและกว้างขึ้นเรื่อยๆ แถมในปี 2014 ก็ยิ่งทรุดโทรมเข้าไปอีก เพราะเคยถูกกลุ่มก่อร้ายไอเอสยึดเป็นฐานที่มั่นในการรบ เป็นเวลา 11 วัน (ไอเอสทำลายโครงสร้างและอุปกรณ์ที่ใช้ในการดูแลรักษาเขื่อนหลายอย่าง) หากเชื่อนแตกจริงๆจะเกิดอะไรขึ้น!? เกิดคลื่นขนาดยักษ์ที่มีความสูงถึง 25 เมตร ภายในเวลา 4 ชั่วโมง ปริมาณน้ำมหาศาลสามารถเดินทางถึงกรุงแบกแดด…

ค้นพบวิธี “สร้างอิฐ” จากดินดาวอังคาร (บังเอิญสุดๆ) เพิ่มหวังมนุษย์ย้ายดาวง่ายขึ้น

  ลองคิดดูสิครับว่า ถ้าเราขนของทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งทรัพยากร เครื่องมือก่อสร้าง หรือแม้แต่ตัวมนุษย์เอง ขึ้นไปเริ่มอาณานิคมบนดาวอังคาร เราจะต้องเดินทางกันกี่รอบ เปลืองงบประมาณและเวลาไปเท่าไหร่ นักวิทยาศาสตร์จึงตัดสินใจลองคิดหาวิธีสร้างก้อนอิฐจากตัวอย่างดินดาวอังคารที่เก็บมาได้ ซึ่งตอนแรกได้ทดลองนำส่วนประกอบเคมีต่างๆผสมปนเปเข้าด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้คุณภาพตามที่ต้องการเสียที จนกระทั่งรองใช้แค่แรงดันบีบอัดเท่านั้นแหละ สำเร็จเฉยเลย! โครงการดังกล่าวนี้ได้รับการสนับสนุนจากนาซ่า ร่วมกับทีมวิศวกรจาก UC San Diego ในการดำเนินการวิจัยในภารกิจส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารให้ได้ภายในปี 2033 (ทรัมป์ออกปากเองเลยว่าสหรัฐจะต้องเป็นชาติแรกที่ย้ายขึ้นไปอยู่ได้) การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ ในระหว่างการทดลองที่ห้องปฏิบัติการในมหาวิทยาลัย ทีมวิศวกรลองพยายามลดปริมาณโพลิเมอร์ที่ใช้เป็นส่วนประกอบในการสร้างอิฐลงเรื่อยๆ จนในที่สุดพวกเขาค้นพบว่าไม่จำเป็นต้องใช้สารประกอบอื่นๆในการสร้างอิฐ นอกจากใช้เพียงแต่แรงดันเท่านั้น     ภายใต้แรงอัดความดันสูง เหล็กออกไซด์ภายในดินของดาวอังคารจะทำหน้าที่เป็นสารยึดเกาะ และเปลี่ยนให้ก้อนดินดังกล่าวมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ พวกเขาพบว่าอิฐจากดาวอังคารเหล่านี้นั้นแข็งแกร่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กเสียอีก จึงทำให้ขณะนี้ทางทีมกำลังทดลองผลิตอิฐในหลากหลายรูปแบบ และขนาดเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการใช้งานจริง ถ้าไม่มีอะไรเซอร์ไพร์ ในอีก 15 ปีข้างหน้า ทางทีมคิดว่า เป็นเวลามากพอที่จะพัฒนาวัสดุให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่านี้หลายเท่า อีลอน มัสก์ เคยให้เหตุผลไว้ว่า ทำไมเราถึงควรส่งมนุษย์ไปตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคาร – “โลกเป็นเหมือนฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่ ขณะที่เผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตบนโลกเปรียบเสมือนไฟล์เอกสารที่บรรจุอยู่ในฮาร์ดดิสก์ เมื่อฮาร์ดดิสก์เสียหาย ทางเดียวที่จะเก็บไฟล์ข้อมูลไว้ได้ คือการย้ายไปสู่ฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่ เป็นเหตุผลที่ทำให้ ต้องพัฒนาโครงการ SpaceX…