ค้นพบวิธี “สร้างอิฐ” จากดินดาวอังคาร (บังเอิญสุดๆ) เพิ่มหวังมนุษย์ย้ายดาวง่ายขึ้น

  ลองคิดดูสิครับว่า ถ้าเราขนของทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งทรัพยากร เครื่องมือก่อสร้าง หรือแม้แต่ตัวมนุษย์เอง ขึ้นไปเริ่มอาณานิคมบนดาวอังคาร เราจะต้องเดินทางกันกี่รอบ เปลืองงบประมาณและเวลาไปเท่าไหร่ นักวิทยาศาสตร์จึงตัดสินใจลองคิดหาวิธีสร้างก้อนอิฐจากตัวอย่างดินดาวอังคารที่เก็บมาได้ ซึ่งตอนแรกได้ทดลองนำส่วนประกอบเคมีต่างๆผสมปนเปเข้าด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้คุณภาพตามที่ต้องการเสียที จนกระทั่งรองใช้แค่แรงดันบีบอัดเท่านั้นแหละ สำเร็จเฉยเลย! โครงการดังกล่าวนี้ได้รับการสนับสนุนจากนาซ่า ร่วมกับทีมวิศวกรจาก UC San Diego ในการดำเนินการวิจัยในภารกิจส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารให้ได้ภายในปี 2033 (ทรัมป์ออกปากเองเลยว่าสหรัฐจะต้องเป็นชาติแรกที่ย้ายขึ้นไปอยู่ได้) การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ ในระหว่างการทดลองที่ห้องปฏิบัติการในมหาวิทยาลัย ทีมวิศวกรลองพยายามลดปริมาณโพลิเมอร์ที่ใช้เป็นส่วนประกอบในการสร้างอิฐลงเรื่อยๆ จนในที่สุดพวกเขาค้นพบว่าไม่จำเป็นต้องใช้สารประกอบอื่นๆในการสร้างอิฐ นอกจากใช้เพียงแต่แรงดันเท่านั้น     ภายใต้แรงอัดความดันสูง เหล็กออกไซด์ภายในดินของดาวอังคารจะทำหน้าที่เป็นสารยึดเกาะ และเปลี่ยนให้ก้อนดินดังกล่าวมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ พวกเขาพบว่าอิฐจากดาวอังคารเหล่านี้นั้นแข็งแกร่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กเสียอีก จึงทำให้ขณะนี้ทางทีมกำลังทดลองผลิตอิฐในหลากหลายรูปแบบ และขนาดเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการใช้งานจริง ถ้าไม่มีอะไรเซอร์ไพร์ ในอีก 15 ปีข้างหน้า ทางทีมคิดว่า เป็นเวลามากพอที่จะพัฒนาวัสดุให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่านี้หลายเท่า อีลอน มัสก์ เคยให้เหตุผลไว้ว่า ทำไมเราถึงควรส่งมนุษย์ไปตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคาร – “โลกเป็นเหมือนฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่ ขณะที่เผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตบนโลกเปรียบเสมือนไฟล์เอกสารที่บรรจุอยู่ในฮาร์ดดิสก์ เมื่อฮาร์ดดิสก์เสียหาย ทางเดียวที่จะเก็บไฟล์ข้อมูลไว้ได้ คือการย้ายไปสู่ฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่ เป็นเหตุผลที่ทำให้ ต้องพัฒนาโครงการ SpaceX…

แฮคเกอร์ขโมยน้ำมัน 600 แกลลอน จากปั๊มในเมืองดีทรอยด์ โดยการแฮคหัวจ่าย!

  สื่อท้องถิ่นของเมือง Detroit ได้รายงาน เกิดเหตุขโมยน้ำมัน ณ ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในเมือง โดยแฮคเกอร์ได้ทำการแฮคระบบหัวจ่ายน้ำมัน เพื่อให้ผู้ที่เติมน้ำมันอยู่ในขณะนั้นได้เติมกันไปเลยแบบฟรีๆไม่เสียตังค์ (มีผู้โชคดี 10 คันได้เข้มาเติมแบบฟรีๆ ทำให้มีน้ำมันโดนขโมยไป 600 แกลลอน ประมาณ 2,300 ลิตร คิดเป็นมูลค่าราว 1,800 ดอลลาร์) เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงประมาณบ่ายโมงวันที่ 23 มิถุนายน แม้พนักงานประจำปั๊มจะพยายามสั่งตัดการจ่ายน้ำมันโดยอาศัยระบบคอมพิวเตอร์ของปั๊มแต่ก็ไม่เป็นผล เหตุการณ์แจกน้ำมันฟรีเกิดขึ้นเป็นเวลานาน 90 นาที จนกระทั่งพนักงานประจำปั๊มตัดสินใจใช้อุปกรณ์หยุดฉุกเฉินเพื่อทำการตัดระบบน้ำมันและโทรแจ้งตำรวจ จากการตรวจสอบพบว่ามีอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการควบคุมจากระยะไกลถูกนำเข้าไปติดตั้งไว้กับหัวจ่ายน้ำมัน แม้กล้องวงจรปิดภายนอกของปั๊มจะมีปัญหาในช่วงเวลาที่ผู้ก่อเหตุลงมือ แต่ยังดีที่มีภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งติดตั้งอยู่ในร้านค้าของปั๊มน้ำมันทำให้สามารถระบุได้ว่างานนี้มีผู้ต้องสงสัยจำนวน 2 คน และทางตำรวจยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ในขณะนี้ ปั๊มในอเมริกาจะแตกต่างจากบ้านเรา เพราะเป็นปั๊มที่ต้องบริการตัวเอง เติมเอง จ่ายเอง จึงเปิดช่องให้โกงได้ง่ายเพราะไม่ค่อยมีใครยืนดูแล     สำหรับการแฮกเพื่อขโมยน้ำมันครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น เพราะเมื่อ 2-3 เดือนก่อนมีชายคนหนึ่งถูกตั้งข้อหาว่าใช้อุปกรณ์แฮคระบบควบคุมหัวจ่ายน้ำมันเพื่อขโมยน้ำมันเป็นมูลค่า 800 ดอลลาร์ ส่วนเมื่อเดือนที่แล้วก็มีคดีของลูกจ้างบริษัท BP ทำการแก้ไขบันทึกในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อทำการขโมยน้ำมันเป็นมูลค่ามากกว่า 300,000 ดอลลาร์จากบริษัท และ เหล่าแฮกเกอร์ได้ใช้สกิมเมอร์เจาะระบบข้อมูลในบัตรเครดิตของผู้ขับขี่…

นี่คือหมู่บ้านโลกาวินาศแห่งอเมริกา ชุมชนหลุมหลบภัย อาศัยรอวันสิ้นโลก

  บริษัทสร้างหลุมหลบภัย Vivos Group ได้พัฒนาชุมชนหลบภัยส่วนตัวในชื่อโครงการ Vivos xPoint โดยมีจุดประสงค์ในการสร้างขึ้นสำหรับผู้ที่หวาดระแวง และมีความเชื่อว่าวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง (สงครามโลกหรือซอมบี้บุก) ที่รองรับคนได้ราว 5,000 คน สามารถทนต่อแรงระเบิดขนาด 500,000 ปอนด์ ได้แบบสบายๆ พร้อมติดตั้งออพชั่นสำหรับการเอาตัวรอดไว้แบบจัดเต็ม เช่น ประตูปิดผนึกกันระเบิด ช่องระบายอากาศที่ถ่ายเทไอเสีย ถังน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบบำบัดน้ำเสีย ที่จัดเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ บังเกอร์นี้ได้เปิดให้เข้าเยี่ยมชมและจับจองเป็นเจ้าของตั้งแต่ พฤษภาคม ปี 2017 ราคาหลังละ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 814,000 บาท) ซึ่งมีเพียง 575 หลัง และแน่นอนครับว่าตอนนี้ทุกหลังเต็มแล้ว (ความกว้าง 26 ฟุต สูงราว 60-80 ฟุต) เจ้าของแต่ละคนตกแต่งภายในกันมันส์เลย แถมยังมีบริกรและแม่บ้านคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ห้องนอน 3 ห้อง ห้องครัว 1 ห้อง ห้องนั่งเล่น…

เตรียมส่งยานติดฉมวก กู้วิกฤติขยะลอยล้นปิดน่านฟ้าอวกาศ (แต่ละชิ้นเร็วกว่าลูกปืน)

  ขยะอวกาศสะสมอยู่ในอวกาศตลอดเวลา 50 ปี แห่งการปฏิบัติงานในอวกาศของมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า ขยะในอวกาศมีน้ำหนักราว 7,500 ตัน และกำลังเพิ่มขึ้นถึงจุดวิกฤต มากกว่า 100 ล้านชิ้นซึ่งรวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ และชิ้นส่วนจรวดที่ไม่ใช้แล้วล่องลอยอยู่ในวงโคจร โดยแต่ละชิ้นเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 28,000 กม.ต่อ ชม. (เร็วยิ่งกว่ากระสุนจากปืนไรเฟิล) ซึ่งจะสร้างความเสียหายแก่ดาวเทียมดวงใหม่ๆ หรือยานอวกาศที่ปล่อยออกสู่นอกโลก เพราะขยะอวกาศเวลาชนกันมันไม่ได้จบแค่นั้น แต่มันจะสร้างขยะอวกาศชิ้นอื่น ๆ อีกเป็นปฏิกริยาลูกโซ่ที่น่ากลัวพอ ๆ กับการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเลยทีเดียว เหมือนในหนังเรื่อง Gravity ขยะอวกาศกว่าครึ่งของทุกวันนี้คือชิ้นส่วนที่เกิดจากเหตุการณ์ใหญ่ 2 ครั้ง ปี 2007 จีนยิงขีปนาวุธทำลายดาวเทียมของตนเอง ปี 2009 ดาวเทียมสื่อสารสหรัฐฯชนเข้ากับดาวเทียมตรวจสภาพอากาศของรัสเซีย เศษขยะอวกาศจากเหตุการณ์นี้ยังไปสถานีอวกาศนานาชาติเมื่อปี 2015     ทำให้บริษัท Airbus ได้คิดค้นเครื่องมือช่วยการเก็บขยะอวกาศคือ “ฉมวก” ที่มีความยาวประมาณ 1.5 เมตร น้ำหนัก 2.2 กิโลกรัม สามารถยิงไปยังขยะที่ลอยอยู่รอบโลกและดึงกลับมาไว้ในตาข่าย โดยฉมวกดังกล่าวจะติดตั้งไว้กับดาวเทียม…

พอกันทีกับมือถือหน้าจอแตก เมื่อนักวิจัยพบ แก้วที่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้!

  ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตเกียว ที่นำทีมโดยศาสตราจารย์ ทากูโซะ ไอดะ ได้ค้นพบแก้วชนิดใหม่ที่สามารถรักษาซ่อมแซมตัวเองได้จากรอยร้าว ซึ่งได้ตีพิมพ์ในวารสาร Science เมื่อปี 2017 พวกเขาได้ค้นพบ พอลิเมอร์ชนิดแข็ง และตั้งชื่อเรียกมันว่า “Polyether-thioureas” ที่สามารถรักษาตัวเองได้เมื่อโดนความร้อนและแรงกดทับ จากการทดสอบ สภาพของกระจกที่ร้าวจะค่อยๆกลับเป็นดังเดิม ตามอุณหภูมิที่สูงขึ้น ตั้งแต่ อุณหภูมิ 21 องศาเซลเซียส ไล่ไปจนถึง 120 องศาเซลเซียส พร้อมกับใช้แรงมือกดบีบอัดเล็กน้อย ซึ่งหนึ่งในทีมวิจัยคนหนึ่งได้พบคุณสมบัติพิเศษนี้โดยบังเอิญ (ชื่อว่า “ยู ยานากิซาวา” นักศึกษารายหนึ่งของมหาวิทยาลัยโตเกียว) เผลอไปตัดขอบของพอลิเมอที่ยังคงติดอยู่กับตัวเอง แล้วพอลิเมอกลับมาสร้างพันธะเชื่อมต่อกันใหม่แข็งแรงเหมือนเดิม สรุป – วัสดุชนิดใหม่นี้ สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ เมื่อมันได้รับแรงกดทับ และความร้อน ซึ่งในอนาคตแน่นอนอาจจะมีการทำมาประยุกต์ใช้เข้ากับผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างแน่นอน และในอนาคตเองเราก็น่าจะได้เห็นมือถือที่ไม่มีวันจอแตก หรือถึงจอแตกก็สามารถซ่อมตัวเองได้ก็เป็นได้ครับ แต่นี่ไม่ใช่การค้นพบกระจกซ่อมแซมตัวเองได้ทำนองนี้ครั้งแรก Innerexile เคยผลิตฟิล์มป้องกันหน้าจอสมาร์ทโฟนที่สามารถคืนรูปด้วยตัวเองได้ เมื่อปี 2015 และนักเคมีจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียแห่งริเวอร์ไซด์ และมหาวิทยาลัยโคโลราโดได้ค้นพบวัสดุบำบัดที่สามารถยืดตัวได้ถึง 50 เท่า จนทำให้ทาง Motorola ก็ได้ประกาศว่าเพิ่งจดสิทธิบัตรจอสมาร์ทโฟนที่คืนสภาพได้…

Reddit เตรียมแบนสมาชิกครึ่งหนึ่งใน SubReddit หลังได้แรงบันดาลใจจาก Thanos

  หลังภาพยนตร์ Avengers: Infitiny War เข้าฉาย ผู้ใช้ Reddit ได้สร้างห้องที่ชื่อ thanosdidnothingwrong ซึ่งเป็นห้องสำหรับแชร์ meme และมุขต่างๆ เกี่ยวกับ Thanos และภาพยนต์ในเครือ Marvel ในวันที่ 9 กรกฏาคม 2018 ผู้ควบคุมห้องรายหนึ่งได้รับอนุญาตจากแอดมินเว็บไซต์ Reddit หลังเขาได้เสนอไอเดียที่เขาได้แรงบันดาลใจมาจาก Thanos ให้เขาสามารถแบนสมาชิกในห้องได้ครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด จากสาเหตุที่ภายในห้องมีสมาชิกมากเกินไป จนเกิดการฟลัดคล้ายกับสแปมจนไม่สามารถจะสื่อสารกันได้รู้เรื่อง ซึ่งการแบนจะแบนแบบสุ่ม โดยอาศัยบอทที่เขียนขึ้นมาเฉพาะ ภายในคืนนี้ ณ เวลาเขียนมีคนเข้ามา subscribe ห้องนี้แล้วกว่า 619,000 คน นั่นเท่ากับว่าคนกว่าสามแสนคนจะไม่ได้ไปต่อ แล้วสมดุลจักรวาลจะกลับมาอีกครั้ง! Reddit เป็นบริการที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถนำลิงค์เรื่องราวที่น่าสนใจ มาโพสต์แชร์กันบนเครือข่าย โดยที่ผู้ใช้สามารถโหวตหรือให้คะแนนเรื่องราวเหล่านั้นได้ (เหมือน Pantip ของบ้านเรา) ชื่อ Reddit อาจจะไม่ค่อยเป็นที่คุ้นหูคนในบ้านเรามากนักเมื่อเทียบกับเครือข่าย Facebook หรือ Twitter แต่ในต่างประเทศ Reddit ได้รับความนิยมมากพอสมควรเลยทีเดียว…

นักฟิสิกส์สร้างบ้านที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก! (อย่างงี้ก็มี)

  นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศส จากสถาบัน Femto-ST สามาถสร้างบ้านขนาดเล็กในระดับตารางไมโครเมตรได้ โดยบ้านหลังนี้ถูกสร้างโดยปืนไอออนขนาดเล็ก ตั้่งอยู่บนพื้นที่ขนาด 300 x 300 ตารางไมโครเมตร โดยตัวบ้านมีขนาดพอๆกับเส้นผม สิ่งที่น่าสนใจจริงๆของเรื่องนี้คือ วิธรการที่นักฟิสิกส์ใช้สร้างบ้านจิ๋วหลังนี้ครับ นักฟิสิกส์ผู้สร้างบอกว่า การสร้างบ้านแต่ละหลังแน่นอนว่ามันย่อมยุ่งยากอยู่แล้ว แต่การสร้างบ้านที่เล็กจิ๋วระดับไมโครนาโนแบบนี้นั้นย่อมยุ่งยากยิ่งกว่า เพราะมันเต็มไปด้วยเครื่องมือและการคำนวนที่ซับซ้อน ซึ่งบางขั้นตอนต้องใช้คน บางขั้นตอนก็เป็นไปโดยอัตโนมัติ ขั้นตอนการประกอบต่างๆ เตรียมเครื่องมือทุกอย่างให้พร้อมในห้องห้องสูญญากาศ ใช้ลำไอออนขนาดเล็ก ที่เปรียบเสมือชนกรรไกร ที่ใช้ตัดต่อแผ่นแผ่นซิลิกาเมมเบรน ที่เปรียบเสมือนกระดาษ วิศวกร 2 คน ค่อยๆควบคุมเครื่องมือขนาดเล็กจิ๋วผ่านหน้าจอหลายเครื่อง ในการตัดแต่งโครงสร้างต่างๆของตัวบ้านเข้าด้วยกัน โดยใช้ความร้อนไอออนพลังงานต่ำ เพื่อนๆจะเห็นว่า วิธีการทั้งหมดอาจยังต้องสลับสับเปลี่ยนไปใช้คนบ้านใช้หุ่นยนต์บ้าง ซึ่งทีมวิจัยบอกว่าในอนาคตพวกเขาหวังว่าวิทยาการทุกอย่างจะใช้ระบบอัตโนมัติทั้งหมด เพื่อนๆคงสงสัยว่า แล้วพวกทำเพื่ออะไร คำตอบคือ: นักวิจัยต้องการโปรโมตให้เห็นว่าเทคโนโลยีนาโนของมนุษย์เรานั้นก้าวไปในระดับที่สามารถลงรายละเอียดของสิ่งของ เช่น การสร้างลวดลาย, ช่องหน้าต่าง, ประตู ของบ้านขนาดเล็กได้อย่างแม่นยำและประณีตยิ่งขึ้นนั่นเอง source ManoshFizเด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน http://www.flagfrog.com

ทำไมเวลาเกิดฝนตกฟ้าคะนอง ถึงไม่ควรใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน

  เรามองเห็นฟ้าแลบก่อนได้ยินเสียงฟ้าร้อง เนื่องจากแสงมีความเร็วมากกว่าเสียง แสงมีอัตราเร็ว 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที ส่วนเสียงมีอัตราเร็วประมาณ 1/3 กิโลเมตรต่อวินาทีเท่านั้น และถ้าเราเห็นฟ้าแลบหรือฟ้าผ่า และได้ยินเสียงฟ้าร้องหลังฟ้าแลบน้อยกว่า 30 วินาที แสดงว่า เราอยู่ใกล้เขตเสี่ยงฟ้าผ่าแล้ว (ในรัศมีระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร) ในขณะที่เกิดฝนฟ้าคะนอง ระหว่างนั้นอาจมีฟ้าผ่า​ ที่ผ่าบริเวณใกล้เคียงที่อยู่​อาศัย​ ซึ่งมีโอกาสไม่น้อยที่จะผ่าจังๆลงบริเวณบ้าน แต่หากว่าบ้านไหนมีเสารับสัญญาณหรือเสาอากาศที่อยู่นอกบ้านซึ่งอยู่สูง ก็จะมีความเสี่ยง​เป็นอย่างมากที่จะถูกฟ้าผ่าลงมา​ เนื่องจากเสารับสัญญาณจะเป็นสายล่อฟ้าอย่างดี​ และทันทีที่ถูกฟ้าผ่าจะเกิดกระแสไฟวิ่งมาตามสายโทรศัพท์หรือสายรับสัญญาณต่างๆ และนี่คือสิ่งที่อันตรายมากที่สุดเพราะ     ด้วยแรงดันไฟฟ้าที่มหาศาลนี้เอง สามารถทำให้เกิดความเสียหายกับเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ ขอเล่าประสบการณ์ส่วนตัวของผมเอง – ตอนนั้นผมนั่งเล่นโน๊ตบุ๊คอยู่ภายในห้อง ซึ่งไม่รู้ว่าฝนตก ทีนี้ฟ้าผ่า เปรี้ยง! โน๊ตบุ๊คผมสว่างจ้าสักแปปนึงก่อนจะดับแล้วจากนั้นก็เปิดมันไม่ติดอีกเลย… นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่แรงดันไฟฟ้าดังกล่าว​ จะวิ่งไปตามสายไฟฟ้าภายในบ้าน​ ทำให้เครื่อง​ใช้ไฟฟ้า​อื่น​ ๆ​ เกิดความเสียหายได้เหมือนกัน และในขณะที่เกิดฝนตก​ สภาพอากาศ​ตอนนั้นจะมีความชื้นมากกว่าปกติ อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ วิทยุ การฟังวิทยุมีความเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า เพราะหากเกิดฟ้าผ่าในบริเวณใกล้เคียง กระแสไฟฟ้าจากฟ้าผ่าจะทำให้เกิดแรงดันสูงเคลื่อนตัวไปตามสายไฟฟ้าภายในบ้าน โทรทัศน์ การเปิดโทรทัศน์ในช่วงที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองมีความเสี่ยงสูงที่ฟ้าจะผ่าลงมายังเสารับสัญญาณโทรทัศน์ โดยเฉพาะเสาโทรทัศน์ที่มีลักษณะเป็นก้างปลาและติดตั้งในตำแหน่งที่สูงกว่าหลังคาบ้าน โทรศัพท์มือถือ ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือกลางแจ้งในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง…

เปิดแผนใช้นิวเครียร์บึ้มดาวอังคารของ อีลอน มัสก์ เพื่อสร้างสภาวะ ให้คนขึ้นไปอยู่ได้!

  อีลอน มัสก์ (Elon Musk) CEO บริษัท SpaceX (บริษัทเอกชนด้านเทคโนโลยีอวกาศ) , Tesla Motor (รถยนต์ไฟฟ้า) , Boring Company (บริษัทขุดเจาะ) เนื่องด้วยความเก่งระดับเทพนี้ทำให้เขาถูกยกย่องให้เป็น “ไอรอนแมน” ในชีวิตจริง มัสก์ได้เสนอวิธีที่จะทำให้ดาวอังคารมีบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ ตอนนี้ดาวอังคาร มีอุณหภูมิเฉลี่ยติดลบ 62-176 องศาเซลเซียส หนาวเย็นเกินมนุษย์จะขึ้นไปอาศัยได้ วิธีการหนึ่งที่จะทำให้ดาวดวงนี้ร้อนขึ้นคือ การนำหัวรบนิวเคลียร์ไปทิ้งบอมบ์ใส่ขั้วโลกอันหนาวเย็นของมัน เพราะเขาเชื่อว่า วิธีนี้เป็นวิธีที่จะปรับอุณหภูมิบนดาวอังคารให้เหมาะสมกับการดำรงอยู่ของมนุษย์ได้รวดเร็วที่สุด มัสก์ บอกว่า ความร้อน 35-45% จากระเบิดนิวเคลียร์ จะปลอดปล่อยพลังงานความร้อนอีกมหาศาลออกมาอย่างรวดเร็ว และทำให้น้ำแข็งขั้วโลกของดาวอังคารละลาย อุณหภูมิของมันจะสูงขึ้น เป็นกระบวนการเดียวกับ ปรากฎการณ์เรือนกระจกบนโลก คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ขึ้นไปสะสมบนชั้นบรรยากาศ เกิดความร้อนสะสม จนทำให้น้ำแข็งขัวโลกละลาย พูดง่ายๆนี่คือการ “สร้างภาวะโลกร้อนขึ้นบนดาวอังคาร” เพื่อให้มันอุ่นพอที่มนุษย์จะขึ้นไปอาศัยได้ และโชคดีที่ดาวอังคาร มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปกคลุมถึง 96% ซึ่งทั่วโลกยังไม่เคยมีใครเสนอแนวคิดการใช้นิวเคลียร์ ปรับเปลี่ยนวิศวกรรมดวงดาวแบบมัสก์มาก่อน    …

นักวิจัยจีนพัฒนา อาวุธใหม่ “ปืนเลเซอร์” สามารถยิงได้ไกล 800 เมตร

  ปืนยาวเลเซอร์ ZKZM-500 ที่นักวิจัยจีนได้พัฒนาขึ้นมา สามารถยิงลำแสงออกไปได้ไกลสุดถึง 800 เมตร ปืนเลเซอร์กระบอกนี้มีลำกล้องยาว 15 มิลลิเมตร มีน้ำหนัก 3 กิโลกรัม มีขนาดใกล้เคียงกับ AK-48 สิ่งที่พิเศษคือ ปืนกระบอกนี้ยังสามารถติดตั้งไว้ในรถ หรือป้อม เป็นอาวุธสุดอันตรายได้อีกด้วย ตัวปืนใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบเตอรี่ลิเทียมไออน และสามารถยิงแสงเลเซอร์ได้มากกว่า 1,000 ครั้ง ต่อการชาร์จไฟ 1 รอบ (โดยแต่ละครั้งใช้เวลาไม่เกิน 2 วินาที)     แสงเลเซอร์ที่ยิงออกไปไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แม้กำลังงานของเลเซอร์จะไม่ถึงขั้นเอาชีวิตเป้าหมาย แต่พลังงานของมันสามารถทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อของเป้าหมายเกิดอาการไหม้เหมือนโดนไฟเผาได้ทันที กำลังงานสูงพอที่จะใช้เพื่อจุดถังแก๊สหรือถังเชื้อเพลิงให้ลุกไหม้ได้ด้วย บริษัท ZKZM Laser จะทำหน้าที่ผลิตปืนกระบอกนี้ ให้กับหน่วยงานตำรวจต่อต้านการก่อการร้าย ราคาอยู่ที่ 100,000 หยวนต่อกระบอก (ราว 480,000 บาท) ทั้งนี้ปืนเหล่านี้จะถูกจำกัดการขายให้แก่หน่วยงานตำรวจและทหารของภาครัฐเท่านั้น source ManoshFizเด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน http://www.flagfrog.com