NASA สร้างฝูงหุ่นยนต์ผึ้ง “MarsBees” เพื่อใช้ในภารกิจสำรวจดาวอังคาร

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯหรือนาซา ประกาศแผนเดินหน้าพัฒนาฝูงหุ่นยนต์ผึ้ง “มาร์สบีส์” (Marsbees) เพื่อใช้บินสำรวจดาวอังคารในอนาคต โดยให้ทีมวิศวกรจากมหาวิทยาลัยแอละแบมาในสหรัฐฯ ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พัฒนาโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์นี้ ในขณะที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นจะเป็นผู้ออกแบบโครงสร้างของหุ่นยนต์และทำการทดสอบ     ฝูงหุ่นยนต์ผึ้งนี้จะถูกนำมาใช้งานแทนที่หุ่นยนต์ตระเวนสำรวจภาคพื้นดิน เนื่องจากหุ่นยนต์รุ่นเดิมเคลื่อนที่ได้ช้า มีขนาดใหญ่เทอะทะ ทั้งมีราคาแพงในการผลิตและบำรุงรักษา – ผิวของดาวอังคารนั้นเป็นอุปสรรคกับการใช้ล้อเป็นอย่างมาก มันมีก้อนหินมีหลุมเป็นอุปสรรคอยู่ทั่วไปหมด ยานโรเวอร์สำรวจผิวดาวอย่างเช่นยานคิวริออซิตี้ (Curiosity) ที่นาซาใช้งานอยู่บนดาวอังคารในปัจจุบัน จึงมีพื้นที่สำรวจน้อยมาก ตั้งแต่สิงหาคม 2012 ถึง กุมภาพันธ์ 2018 ยานโรเวอร์ลำนี้เดินทางสำรวจไปได้เพียงระยะทาง 18.13 กิโลเมตร เท่านั้น Marsbees เป็นหุ่นยนต์ขนาดเล็กหรือไมโครบ็อตที่บินเคลื่อนที่ได้คล่องตัว มีการติดตั้งเซนเซอร์ต่าง ๆ เพื่อเก็บและส่งข้อมูลการสำรวจ โดยจะสามารถทำแผนที่ภูมิประเทศและเก็บตัวอย่างอากาศบนดาวอังคารได้อย่างรวดเร็ว ทั้งบินสำรวจพื้นที่ได้ครอบคลุมกว้างขวางกว่าในเวลาที่จำกัด     หุ่นยนต์ผึ้งรุ่นนี้น่าจะมีขนาดใกล้เคียงกับผึ้งบัมเบิลบี ไม่ใช่ในทรานฟอร์เมอร์นะ แต่เป็นผึ้งสายพันธ์หนึ่ง ซึ่งเป็นผึ้งตัวใหญ่ที่มีความยาวตั้งแต่ 1-4 เซนติเมตร มีปีกบินขนาดใหญ่เท่ากับจักจั่น ซึ่งหมายความว่าอาจมีปีกยาวได้ราว 3-6 เซนติเมตร แถมยังเลียนแบบการกระพือปีกขึ้นลงอย่างรวดเร็วของผึ้งอีกด้วย โดยแรงโน้มถ่วงบนดาวอังคารที่มีอยู่เพียง 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับบนโลก…

Guardian of The Amazon – กูเกิ้ลพัฒนาเทคโนโลยี ป้องกันลักลอบตัดไม้ทำลายป่า

Google พัฒนาเทคโนโลยีที่จะออกมาใช้เพื่อปกป้องการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า โดยโปรเจคนี้ กูเกิลได้ร่วมมือกับกลุ่มวิศวกร Rainforest Connection ที่เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับคนท้องถิ่น (Tembe เผ่าท้องถิ่น ที่อาศัยอยู่ในใจกลางอเมซอน) พัฒนาอุปกรณ์สำหรับใช้ปกป้องถิ่นที่อยู่อาศัยของตนเอง โดยเรียกอุปกรณ์นี้ว่า “Guardian” หรือที่แปลว่า “ผู้ปกป้อง”     โดยกูเกิลจะทำการติดตั้ง Guardian ไว้ตามต้นไม้ในพื้นที่ที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกตัดไม้ทำลายป่า ซึ่ง Guardian แต่ละตัวนั้นจะเชื่อมต่อกับสัญญาณโทรศัพท์ท้องถิ่นและจะส่งข้อมูลเสียงมายังเซิร์ฟเวอร์ เมื่อได้รับข้อมูลมาแล้ว AI จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลเสียงในแบบเรียลไทม์เพื่อคอยฟังเสียงตั้งแต่เริ่มตัดไม้ ฟังเสียงรถขนไม้ และเสียงการกระทำผิดเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่าอื่นๆ แถมอีกหนึ่งความสามารถพิเศษของ Guardian สามรถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ตลอดเวลา ซึ่งช่วยทำให้เจ้าหน้าที่สามารถรู้ทันเหตุการณ์ไม่คาดคิดทั้ง น้ำป่าไหลหลาก ไฟไหม้ ก่อนได้   เซิฟเวอร์ใช้เป็นคราวด์เซิฟเวอร์ ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการจัดเก็บข้อมูลที่ได้รับตลอด 24 ชั่วโมง และ AI ก็ใช้แบบ machine learning ทำให้ตัวบอทตรวจสอบนั้นสามารถพัฒนาทักษะการจดจำทั้งเสียง และการสั่นสะเทือนได้ ทำให้ไม่ว่าผู้ลักลอบจะพัฒนาอุปกรณ์ให้เนียนแค่ไหน Guardian จะยังรู้ทันเสมอ ซึ่งทางกูเกิ้ลหวังว่าอุปกรณ์ Guardian จะช่วยปกป้องป่าได้นับแสนเอเคอร์ตลอดปี 2020 ที่จะถึงนี้…

เจ๋งฝุดๆ! เซ็นเซอร์แบบติดฟัน (บันทึกทุกอย่างที่ผ่านเข้าปาก) เหมาะมากสำหรับคนไดเอต

ก่อนหน้านี้การติดตามปริมาณสารอาหารที่คนเราบริโภคเข้าไปมักต้องใช้อุปกรณ์สวมใส่ในปากที่ทำให้ผู้สวมใส่ทรมานไม่สบายปาก เช่น ฟันยาง ลวดขนาดใหญ่ และยังต้องเปลี่ยนบ่อยๆ แต่ปัญหาเหล่านี้กำลังจะหมดไป หลังจากนักวิทยาศาสตร์จากวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยทัฟส์ Tufts University ในรัฐแมสซาชูเสตต์ สหรัฐอเมริกา     อุปกรณ์เซ็นเซอร์หรือเครื่องตรวจจับที่ประมวลผลได้ทันท่วงทีแบบเรียลไทม์ (real time) โดยอุปกรณ์นี้จะนำไปติดไว้ที่พื้นผิวของฟันบน ซึ่งจะสามารถติดตามเกี่ยวกับอาหารการกินที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ เซ็นเซอร์ที่ว่านี้จะตรวจสอบการกินอาหารบางประเภทรวมทั้งสามารถตรวจจับกลูโคส เกลือ และแอลกอฮอล์ได้อีกด้วย ช่วยควบคุมเรื่องโภชนาการสำหรับผู้ที่ต้องควบคุมการกินอาหารประเภทต่างๆ ได้ เพราะเซ็นเซอร์ที่สามารถตรวจจับสารอาหารเฉพาะอย่างและส่งผลการตรวจได้แบบต่อเนื่องตลอดเวลาย่อมทำให้การติดตามพฤติกรรมการกินทำได้แม่นยำกว่าการอาศัยการจำและจดบันทึก อุปกรณ์ชนิดนี้มีขนาด 2×2 มิลลิเมตร แบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นกลางจะเป็นตัวดูดซับสารอาหารหรือสารเคมีที่เรียกว่าไบโอเรสพอนซีฟ (bioresponsive) ส่วนกรอบนอกเป็นทองคำทรงสี่เหลี่ยมเรียงกัน 2 ชั้น ทำหน้าที่เหมือนเสาอากาศขนาดจิ๋วเพื่อรวบรวมและส่งคลื่นความถี่วิทยุแบบไร้สาย     ตัวเซ็นเซอร์นั้นมีคุณสมบัติในการเลือกดูดซับหรือสะท้อนกลับคลื่นวิทยุที่ส่งมาจากอุปกรณ์ควบคุม ในภาวะปกติเซ็นเซอร์จะเลือกสะท้อนคลื่นวิทยุในย่านความถี่หนึ่ง แต่เมื่อหัวใจสำคัญของเซ็นเซอร์ซึ่งก็คือวัสดุ bioresponsive ตรวจพบสารเคมีเฉพาะอย่าง (ตามที่มันถูกออกแบบมาให้ตรวจจับ) มันจะตอบสนองและทำให้ตัวเซ็นเซอร์เปลี่ยนคุณสมบัติการสะท้อนคลื่นวิทยุต่างไปจากเดิม โดยเปลี่ยนไปสะท้อนคลื่นวิทยุในช่วงความถี่ใหม่ที่แตกต่างไปจากภาวะปกติ และดูดกลืนคลื่นในช่วงความถี่ที่มันเคยสะท้อนแต่เดิม อย่างไรก็ตาม แนวคิดเรื่องการติดเซ็นเซอร์ลงบนฟันของผู้ใช้นั้นอาจไม่เหมาะสมในการใช้งานจริงมากนัก ทั้งเรื่องความยุ่งยากในการดูแลรักษา รวมทั้งความเสี่ยงที่เซ็นเซอร์อาจจะหลุดลงลำคอของผู้ใช้ แต่หากลองจินตนาการถึงการมีเซ็นเซอร์ลักษณะนี้ติดตั้งไว้กับฟันปลอม หรือติดตั้งคู่ไปกับเหล็กดัดฟัน ก็ดูจะไม่เกินความจริงที่จะพัฒนาเซ็นเซอร์เพื่อให้ใช้งานได้ในเวลาอันใกล้นี้ นักวิจัยคาดการณ์ว่าในอนาคตการพัฒนาอุปกรณ์เซ็นเซอร์เหล่านี้จะช่วยให้สามารถตรวจจับและบันทึกสารอาหาร…

ควบคุมไม่ได้ สถานีอวกาศจีน T-1 เตรียมโหม่งโลกในวันที่ 1 เม.ย. ยังไม่ชัวร์ตกประเทศใด

สำนักงานด้านวิศวกรรมอวกาศของจีน (CMSEO – China Manned Space Engineering Office) ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สถานีอวกาศเทียนกง-1 ซึ่งเป็นสถานีร้างกำลังจะร่วงสู่วงโคจรของโลก ด้วยขนาดสถานีที่ยาวกว่า 10 เมตร และน้ำหนักมากกว่า 7,000 กิโลกรัม ทำให้เทียงกง-1 เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างน้ำมือมนุษย์ขนาดใหญ่ที่หวนกลับสู่โลก     จากการประเมินของนักวิทยาศาสตร์จาก ESA (European Space Agency) ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นตอนไหนก็ได้ภายในช่วงเวลาตั้งแต่บ่ายวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม ไปจนถึงตอนค่ำของคืนวันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน ตามเวลาประเทศไทย และเพื่อนๆไม่ต้องตกใจไปว่ามันจะตกใส่ประเทศไทยหรือหลังคาของบ้านใครรึเปล่าเพราะทาง CMSEO ก็ได้ออกมาประกาศยืนยันแล้วว่า – “ไม่จำเป็นต้องกังวลใดๆเกี่ยวกับการกลับเข้าชั้นบรรยากาศอีกครั้งของเทียนกง-1 มันจะไม่พุ่งชนโลกอย่างรุนแรงเหมือนที่เห็นในภาพยนตร์ไซไฟ แต่จะดูคล้ายฝนดาวตกมากกว่า”     นั่นเป็นเพราะว่า ในระหว่างที่เทียนกง-1 ร่วงต่ำลงมา โครงสร้างหลักของสถานีอวกาศก็จะถูกเผาไหม้หรือระเบิดออกเนื่องจากความร้อนและการเสียดสีที่เพิ่มสูงขึ้น โดยจะสลายไปที่ความสูง 80 กิโลเมตร ชิ้นส่วนที่เหลือจะยังคงเผาไหม้ต่อไปและส่วนใหญ่จะสลายไปในอากาศ มีเพียงเศษชิ้นส่วนเล็กๆ เท่านั้นที่จะร่วงลงมาแตะพื้นโลก และจะลงมาด้วยความเร็วต่ำมาก เนื่องจากขนาดอันเล็กจิ๋วของมัน…

อีกไม่นานเราจะสามารถ รับรส และ ทานอาหารในเกม VR ได้แล้วจริงๆ!

  ทุกวันนี้การจำลองโลกเสมือนด้วยกล้องเสมือนจริง (VR) กำลังเป็นเทคโนโลยียอดฮิตที่คนทั่วไปได้สัมผัสแล้วแต่การจำลองรสชาติในโลกเสมือนจริงยังเป็นแค่เทคโนโลยีขั้นแบเบาะที่อยู่ในห้องปฏิบัติการ สมองของคนเราจะแปลสัญญาณจากตุ่มรับรสเป็นรสหวานเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลันที่ลิ้น คณะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโตเกียว จึงใช้หลักการดังกล่าวมาประดิษฐ์แผ่นวงจรขนาดเล็กที่เปลี่ยนอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว ผลการทดลองพบว่าอาสาสมัครกว่าครึ่งรับรู้รสหวานเมื่อเอาปลายลิ้นแตะที่แผ่นวงจร อุปกรณ์ชนิดนี้จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในอนาคต เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก คนที่ชอบกินจุกกินจิก ช่วยคนที่กำลังอยากลดอาหารหวาน และคนที่ชอบหิวตอนกลางคืน เพราะเทคโนโลยีเสมือนจริงนี้จะทำให้คุณได้ลิ้มรสชาติ แต่ไม่ได้กินมันเข้าไปจริงๆ พูดง่ายๆก็คงจะเป็นการหลอกร่างกายรูปแบบหนึ่งกระมัง     อุปกรณ์ขนาด 2*2 ที่เพื่อนๆเห็นอยู่นี้ จะมีระบบเซนเซอร์ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับอาหารต่างๆผ่านการสแกน เพื่อที่จะนำไปประมวลผลในการผลิตรสชาติขึ้นมา ส่วนวิธีการใช้งานก็ง่ายๆครับ แค่คุณเลียตรงแผ่นแปะสีขาวๆแค่นี้คุณก็สามารถลิ้มรสอาหารมื้อดึกที่เพื่อนๆชอบส่งมาแกล้งคุณได้แล้ว ตอนนี้มีแค่สองรสชาติ 1.เผ็ด 2.มิ้นต์(เย็น) และในอนาคตอันใกล้จะมีรสหวาน และรสเค็มเติมเข้ามาด้วยหล่ะ ปล.ความจริงแล้วเผ็ดไม่นับเป็นรสชาตินะจ๊ะ มันถูกนับเป็นความรู้สึกเท่านั้นเอง อย่าเผลอไปตอบว่ารสชาติมีอะไรบ้างแล้วตอบว่ามีรสชาติเผ็ดด้วยหล่ะ จุบๆ     ในอนาคต ผู้ใช้ VR จะสามารถรับรู้ถึงผิวสัมผัศและรู้สึกถึงการเคี้ยวได้จริงๆอีกด้วย แม้ว่าความจริงแล้วคุณจะเคี้ยวอากาศอยู่ก็ตาม โดยจะใช้วิธีกระตุ้นกล้ามเนื้อบริเวณกรามของเรา ฮือๆ โลกมันเร็วจนฉันตามไม่ทันแล้วจ๊ะพี่บัวลอย ที่มา – dailymail Ma_noshiG – Ma_nosh ก่อตั้ง 19 ตอนนี้ 23 http://www.flagfrog.com

แอพหาคู่หลายรายถูกฟ้อง – หลอกให้ผู้ใช้คุยกับสาวสวย แต่กลับใช้ AI มาคุยแทน

  วันที่ 8 ม.ค. 61 ที่ผ่านมา สำนักข่าว New Express รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจีนทำการปิดแอปพลิเคชันหาคู่ 21 บริษัท (แต่ถูกปิดจริงๆ 12 แอพ) เนื่องจากถูกฟ้องข้อหาหลอกผู้ใช้งานให้จ่ายเงินเพื่อแชทคุยกับสาวสวย แต่จริงๆ แล้ว ใช้ AI คุยแทน พร้อมจับกุมผู้ต้องสงสัย 600 คน ที่ทำงานกระจายอยู่ใน 13 จังหวัดทั่วจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจในมณฑลกวางตุ้ง เริ่มสอบสวนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา หลังจากสงสัยมีแอปพลิเคชันหนึ่งหลอกลวงลูกค้าคิดเงินค่าธรรมเนียมลูกค้าสำหรับเข้าคลิปวิดีโอลามก ทั้งที่ไม่มีอยู่จริง จากการขยายผลต่อพบว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของอย่างน้อย 1 บริษัทสร้างบัญชีผู้ใช้ปลอมโดยใช้ชื่อว่า “sexy girl” โดยเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้มีขึ้นข้อความตอบกลับและชื่นชมผู้ใช้จากบัญชีรายชื่อปลอมนี้ โดยเป้าหมายคือกลุ่มผู้ใช้บริการที่เพิ่งสมัครใหม่ ผู้ใช้งานยังระบุด้วยว่า บางแอพให้จ่ายเงินเพิ่มเพื่อจะได้ดูวิดีโอสาวสวยออกท่าทางเซ็กซี่ แต่กลายเป็นว่าไม่สามารถโหลดวิดีโอดูได้ หน่วยงานรักษาความปลอดภัยของมณฑลกวางตุ้ง เปิดเผยว่า กลุ่มมิจฉาชีพใช้เล่ห์กลในการหลอกลวงให้ลูกค้าส่งของขวัญ หรือแม้แต่เงิน และยังทำเรื่องผิดกฎหมายเพื่อให้ได้ประโยชน์ ซึ่งเชื่อว่ามีผู้เสียหายราว 10,000 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายที่ 154 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 4,900…

วงการแพทย์เฮ…ทำมือเทียมที่ผู้สวมใส่ สามารถรู้สึกเหมือนได้มือจริงๆกลับคืนมา สำเร็จแล้ว!

  คณะนักวิทยาศาสตร์กรุงโรม ประเทศอิตาลี เปิดเผยความสำเร็จในการทดสอบมือเทียมสำหรับผู้พิการ ที่สามารถทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเหมือนได้มือจริงๆกลับคืนมา โดยมือเทียมดังกล่าวยังอาศัยเทคโนโลยีล่าสุดที่ทำให้เครื่องที่เชื่อมต่อนั้นมีขนาดเล็กและสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ ต่างจากในอดีตที่เครื่องมีขนาดใหญ่มาก ซึ่งคณะนักวิจัยชุดนนี้เป็นชุดเดียวกับที่เปิดตัวมือเทียมที่ส่งความรู้สึกได้ในปี 2557 สร้างความฮือฮาให้กับวงการการแพทย์ทั่วโลก และสิ่งที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีกายอุปกรณ์     ผู้ป่วยที่เข้ารับการทดสอบชื่อ นางอัลเมริน่า มาสกาเรลโล ชาวอิตาลีที่สูญเสียมือไปข้างหนึ่งในอุบัติเหตุเกือบ 25 ปีก่อน โดยนางมาสกาเรลโล กล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า รู้สึกเหมือนเป็นมือของตัวเองจริงๆ โดยคณะผู้คิดค้นเทคโนโลยีดังกล่าว ประกอบด้วย นักประสาทวิทยา ศัลยแพทย์ วิศวกรสาขาอิเลคทรอนิกส์ และผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์จากอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี     มือเทียมดังกล่าวอาศัยหลักการเซ็นเซอร์ที่นิ้วทำหน้าที่ตรวจจับว่าวัตถุที่หยิบจับนั้นแข็งหรือนุ่มเพียงใด และส่งข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบโดยเฉพาะ ซึ่งมีขนาดเล็กสามารถสะพายหลังได้ เพื่อประมวลผลจากข้อมูลดังกล่าว เป็นกระแสประสาทส่งไปยังเส้นประสาทที่แขนในรูปแบบที่สมองเข้าใจได้ “มันรู้สึกได้จริงๆ เหมือนกับเป็นมือของฉันเลย มันทำให้ฉันกลับมาทำอะไรๆ ที่จำเป็นได้คล่องแคล่วมากขึ้น อย่างสวมเสื้อผ้า และใส่รองเท้า ดิฉันรู้สึกถูกเติมเต็มอีกครั้ง” นางมาสกาเรลโล กล่าว     ศาสตราจารย์ซิลเวสโตร มิเซร่า วิศวกรเส้นประสาท จากสถาบันวิจัยนครโลซาน หรืออีพีเอฟแอล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และมหาวิทยาลัยแซงต์อันนา…

ครั้งหนึ่งสหรัฐฯ มีโปรเจคที่จะสร้าง Death Star (ดาวมรณะ) แบบใน Star Wars ขึ้นมาจริงๆ!

  “Death Star” หรือ ดาวมรณะ ซึ่งปรากฏในภาพยนตร์ไซไฟสงครามอวกาศชื่อดัง “Star Wars” สถานีอวกาศเพื่อการรบและใช้สำหรับการปกครองกาแล็กซี ในภาพยนตร์สถานีอวกาศนี้เปรียบดังฐานทัพขนาดยักษ์ที่เคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้ในอวกาศ ซึ่งรองรับจำนวนทหารมากกว่า 2 แสนคน ยานอวกาศต่อสู้อีกกว่า 7 พันลำ นี่ยังไม่รวมกับระบบป้องกันด้วยปืนเลเซอร์อีก 10,000 กระบอก จัดเป็นหนึ่งในฐานทัพอวกาศในอุดมคติของใครหลายคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มผู้คลั่งไคล้หนังไซไฟชาวอเมริกันกลุ่มนี้     ดาวมรณะ หรือ Death Star เป็นสถานีรบอวกาศขนาดยักษ์ในนิยายและภาพยนตร์ชุด Star Wars ตลอดทั้งเรื่องมีการสร้าง Death Star ออกมาทั้งหมดสองรุ่น ทั้งสองรุ่นมีขนาดใหญ่มาก มีรัศมีเป็นร้อยๆ กิโลเมตร และมีอาวุธทรงพลังจำนวนมาก เพราะเมื่อปี 2016 เรื่องราวของดาวมรณะถูกพูดถึงอย่างจริงจังในแง่ของความยอดเยี่ยมที่ไม่ควรมีแต่ในภาพยนตร์เท่านั้น ได้เกิดการล่ารายชื่อเพื่อเสนอนโยบายสร้างสถานีอวกาศ Death Star ขึ้นมาจริงๆ เพื่อเสนอต่อทำเนียบขาว โดยให้เหตุผลว่าเพื่อการสำรวจอวกาศและจักรวาล รวมถึงยังสร้างความแข็งแกร่งให้กับกองทัพสหรัฐฯ เหนือกว่าชาติอื่นๆ ซึ่งนโยบายนี้มีคนกว่า 34,435 คนเห็นด้วยกับความคิดนี้ ด้วยจำนวนผู้เห็นด้วยถึงเกณฑ์ (25,000 คนขึ้นไป) ภายใน…

FBI ออกโรงเตือน “ตุ๊กตา-ของเล่น” อาจเป็นอุปกรณ์ของแฮกเกอร์ ที่ให้มาเพื่อใช้แฮกคุณ

สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ ออกมาเตือนว่า ของเล่นที่เด็กๆได้รับในวันคริสต์มาสหรือวันปีใหม่นั้น อาจกลายเป็นฝันร้ายสำหรับคุณได้ เพราะนี่อาจเป็นอุปกรณ์ให้เหล่าแฮกเกอร์เข้ามาล้วงข้อมูลส่วนตัวกันถึงในบ้านได้     เอฟบีไอ ไม่ได้ระบุว่า ของเล่นประเภทใดหรือจากบริษัทใดที่มีความเสี่ยง แต่ให้คำจำกัดความรวมๆว่า ของเล่นที่มีไมโครโฟน กล้อง และระบบติดตามหรือระบุพิกัด เป็นคุณสมบัติของเล่นที่เสี่ยงต่อการถูกเจาะข้อมูลและระบบความปลอดภัยของเด็กๆและครอบครัวคุณได้ ลองคิดดูสิครับว่า หากคุณเป็นแฮกเกอร์สายดำ ที่ต้องการข้อมูลอะไรสักอย่างจากเหยื่อ แค่เพียงคุณได้ยินความลับอะไรบางอย่าง หรือ รูปหลุดสักรูปหนึ่ง คุณก็สามารถแบล๊คเมลเหยื่อได้อย่างง่ายดาย และหากเหยื่อพูดถึงรหัสธนาคาร แค่เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเจาะเข้าไปใช้เงินของเหยื่อได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาในการแฮกโค๊ดเลยแม้แต่นิดเดียว (แต่อาจต้องเสียเวลากลบล่องลอยที่จะสืบไปถึงตัวเองนิดนึง)     และไม่ได้มีเพียงของที่ลูกหลานของคุณได้รับจากคนแปลกหน้ามาเท่านั้นที่อันตราย เพราะรวมถึงของเล่นที่วางขายอยู่ตามห้างหรือร้านขายของเล่นอีกด้วย เนื่องจากของเล่นเหล่านี้อาจหลุดรอดสายตาจากแผนกตรวจสอบความปลอดภัย เพื่อให้วางขายให้ทันช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ ความน่ากลัว GPS – แฮกเกอร์สามารถรู้ได้ว่าคุณอยู่ที่ไหน ออกบ้านรึยัง รู้ความเคลื่อนไหวของคุณได้ทุกอย่าง กล้อง – สามารถบันทึกภาพ หรือแอบดูอะไรหลายๆอย่างที่คุณไม่รู้ตัวเลยสักนิด นี่ไม่ใช่เร่ืองเกินจริง เพราะมันเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว เจ๋งกว่านี้ก็ยังเคย (แฮกกล้องโน๊ตบุ๊คไปดูคนอาบน้ำโดยที่สามารถสั่งให้ไฟที่บอกว่ากล้องทำงานอยู่ไม่แสดงผลได้) WiFi – หากเจ้าหมีหรือของเล่นไฮเทคสามารถเชื่อมต่อ เข้าไปใช้วงแลนเดียวกับที่คุณใช้อยู่เป็นประจำแล้วหล่ะก็ โอกาสที่เหล่าแฮกเกอร์จะรู้รหัสต่างๆของคุณในเว็บไซต์ที่คุณเล่นอยู่นั้นถือว่าสูงมาก    …

สหรัฐเล็งก่อตั้ง “กองพลอวกาศ” เพื่อรับมือสงครามนอกโลก! ในวันที่ 1 ม.ค. 2019

  นายไมค์ โรเจอร์ส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรครีพับลิกันจากรัฐแอละบามา ร่วมกับนายจิม คูเปอร์ ส.ส.เดโมแครตจากรัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา เสนอร่างรัฐบัญญัติจัดตั้งกองกำลังรบใหม่ในอวกาศขึ้นมาให้มีสถานะเป็นกองทัพอิสระ ขึ้นภายในวันที่ 1 มกราคม 2019 ทำนองเดียวกับกองพลนาวิกโยธินซึ่งอยู่ในสังกัดกองทัพเรือในเวลานี้ บทบัญญัติดังกล่าวถูกเพิ่มเติมเข้าไปในร่างรัฐบัญญัติซึ่งเรียกอย่างเป็นทางการว่า รัฐบัญญัติว่าด้วยการกำหนดอำนาจด้านกลาโหมแห่งชาติ (เอ็นดีเอเอ) โดยคณะอนุกรรมาธิการกองกำลังยุทธศาสตร์ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการทหารในอวกาศ ซึ่งผู้เสนอทำหน้าที่อยู่ในเวลานี้     ตามบทบัญญัติในร่างกฎหมายดังกล่าวนี้ กำหนดให้กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา จัดตั้งกองกำลัง “กองพลอวกาศ” หรือ “Space Corp” ขึ้นเป็นกองทัพอิสระ แต่อยู่ในสังกัดกองทัพอากาศ และขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นลักษณะของการจัดตั้งหน่วยรบพิเศษขึ้นในทำนองเดียวกับที่กองพลนาวิกโยธิน แต่อยู่ในสังกัดกองทัพเรือ และขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือ (เช่นเดียวกันกับกองทัพบก) โดยทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กระทรวงกลาโหม (เพนตากอน) อีกชั้นหนึ่ง แต่ปฏิบัติการภายใต้คำสั่งประธานาธิบดี ซึ่งถือเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ส.ส.โรเจอร์และคูเปอร์ ให้เหตุผลในถ้อยแถลงจัดตั้งกองทัพใหม่ขึ้นมาว่า เป็นเพราะข้อเท็จจริงที่ว่าภาวะการได้เปรียบจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในห้วงอวกาศของสหรัฐอเมริกาที่เคยมีนั้นกำลังเสื่อมทรามลงตามลำดับ และเชื่อว่าเพนตากอน ไม่สามารถดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและเฉียบขาด     กองพลอวกาศนี้จะรับผิดชอบในโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงของชาติในห้วงอวกาศ ซึ่งปัจจุบันเป็นพันธกิจของกองทัพอากาศอยู่แล้ว กองพลอวกาศจะมีสถานะเทียบเท่ากองทัพ โดยมีเสนาธิการกองพลเป็นผู้บัญชาการ…