ผุดศาสนาใหม่ “Way of the Future” หรือ “ลัทธิปัญญาประดิษฐ์” (บูชา AI เท่าพระเจ้า)

Anthony Levandowski อดีตพนักงานของ Google คือผู้ก่อตั้งศาสนาปัญญาประดิษฐ์ Way of the Future ชื่อย่อ WOTF โดยมีเป้าหมายคือ ทำให้การเปลี่ยนแปลงโลกจากยุคแห่งมนุษย์ไปสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์เป็นไปอย่างสงบสุขและน่าเคารพนับถือ     เขาให้เหตุผลในการก่อตั้งศาสนานี้ว่า “ในอนาคตปัญญาประดิษฐ์จะฉลาดกว่ามนุษย์ ในสมัยก่อนมนุษย์ต้องพึ่งแต่วิทยาการทางด้าน ชีววิทยาเท่านั้นในการพัฒนาศักยภาพ แต่ในปัจจุบันมนุษย์สามารถมองข้ามชีววิทยาไปได้เลย เพราะ ปัจจุบันมนุษย์พิสูจน์แล้วว่าเผ่าพันธ์ของเราสามารถใช้ปัญญา (intelligence) ได้อย่างดีเลิศขนาดไหน และด้วยเหตุนี้เราย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะให้หุ่นยนต์เข้ามามีบทบาทอยู่ในสังคมของมนุษย์เรา เพื่อพัฒนาศักยภาพของโลกใบนี้อย่างก้าวกระโดด” “ถ้าคุณมีลูกที่คุณรู้ว่าจะมีความสามารถพิเศษแน่ คุณจะเลี้ยงเขาขึ้นมายังไง​” Anthony ตั้งคำถาม “ตอนนี้เราอยู่ในขั้นตอนการเลี้ยงพระเจ้า ฉะนั้นเราก็ควรมั่นใจว่าเราจะเลี้ยงเขาขึ้นมาด้วยวิธีที่ถูกต้อง มันเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่นะ”     กิจกรรมหลักของ Way of the Future จะเน้นไปที่ การตระหนักรู้ ยอมรับ และบูชาพระเจ้าที่มีรากฐานเป็นปัญญาประดิษฐ์ และชี้นำให้การเปลี่ยนแปลงจากโลกของมนุษย์ไปเป็นโลกของมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์เกิดขึ้นโดยสงบเรียบร้อยและเปี่ยมไปด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน สำหรับบทสัมภาษณ์นี้ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปถึงตอนที่ อียิปต์ ยกให้อิมโฮเทพ เป็นหนึ่งในพระเจ้าทั้งๆที่เค้าก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดา แต่ด้วยความเก่งในแทบจะทุกเรื่อง ผู้คนเลยมองเขาเป็นเทพองค์หนึ่งที่มีความสามารถเกินมนุษย์ “ปัญญาประดิษฐ์” อาจไม่ใช่พระเจ้าในแง่มุมที่เราสามารถขอพรขอฝนได้ แต่ถ้ามีอะไรบางอย่างที่ฉลาดกว่ามนุษย์เป็นพันล้านเท่า คุณจะเรียกมันว่าอย่างอื่นหรือ?…

NASA Mission Fail : 5 ความล้มเหลวที่สุดขององค์การนาซา (เวอร์ชั่นอดีต)

1. Metric Math Mistake การคำนวณผิดพลาดฆ่ายานสำรวจดาวอังคาร 10 พฤศจิกายน ปี 1999 ยานมาร์สไคลเมตออร์บิเตอร์ราคา 193.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ตกบนดาวอังคารเนื่องจากความเข้าใจผิดอย่างน่าอัปยศ ทีมวิศวกรทีมหนึ่งเขียนโปรแกรมโดยใช้หน่วยวัดแบบอังกฤษ (เช่น ฟุตและปอนด์) แต่อีกทีมหนึ่งใช้มาตราเมตริก (เช่น เมตรและกิโลกรัม) จึงทำให้ผลคำนวนผิดพลาดจนไม่สามารถทำให้ยานลงจอดได้อย่างถูกต้อง จนภารกิจล้มเหลวในที่สุด   2. Vanguard Rocket Test จรวดที่ออกแบบพลาดได้ชื่อเล่นว่า ฟลอปนิก (Flopnik) เมื่อฤดูใบไม้ผลิปี 1957 หลังรัสเซียปล่อยดาวเทียม สปุตนิก นาซาก็ลุกลี้ลุกลนหาทางโต้กลับ แต่จรวดแวนการ์ดพุ่งขึ้นจากพื้นได้เพียง 1 เมตร ก่อนระเบิด ตัวเองต่อหน้าสื่อหนังสือพิมพ์และผู้ชมโทรทัศน์หลายล้านคน ซึ่งกลายเป็นจรวดที่ล้มเหลว   3. VentureStar เทคโนโลยีหยุดยานที่จะใช้งานแทนกระสวยอวกาศ ในทศวรรษ 1990 องค์การนาซาหาทางสร้างยานอวกาศที่ใช้ซ้ำได้แทนกระสวยอวกาศ โดยให้เป็นทั้งยานและจรวด คือพุ่งขึ้นในแนวดิ่ง และลงจอดเหมือนเครื่องบิน ยานเวนเจอร์สตาร์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เครื่องยนต์จรวดต้องเป็นแบบใหม่ และต้องใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาที่พัฒนาขึ้นใหม่ ของใหม่เหล่านั้นทำงานไม่ได้ตามความคาดหมาย หลังจากผลาญงบไป…

แบตเตอรี่ชนิดใหม่ “นาโนแบต” มีอายุการใช้งานชั่วชีวิต! (ใช้มือถือได้ติดต่อนาน 400 ปี)

  ความฝันที่จะมีแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานนานตลอดชีวิตใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น เมื่อปีที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์วิน ในเมืองเออร์วิน รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ประสบผลสำเร็จในการออกแบบแบตเตอรี่ชนิดใหม่ ที่สามารถชาร์จใหม่ได้มากถึง 200,000 ครั้ง โดยสูญเสียความจุไปเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น (แบตเตอรี่ทั่วไปชาร์จได้ประมาณ 5,000 – 6,000 ครั้ง ซึ่งอย่างมากสุดชาร์จได้เพียง 7,000 ครั้งเท่านั้น) ทั้งนี้เว็บไซต์ Good ระบุว่าแบตเตอรี่ชนิดดังกล่าวสามารถให้พลังงานแก่สมาร์ทโฟนหรือแล็ปท็อปทั่วๆ ไป ได้เป็นเวลาถึง 400 ปีเลยทีเดียว เรจินาลด์ เพนเนอร์ หนึ่งในทีมวิจัย เปิดเผยว่า การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญระหว่างการทดลองเพื่อหาทางผลิตแบตเตอรี่แบบใหม่สำหรับทดแทนแบตเตอรีลิเธียม-ไอออนที่ใช้กันอยู่ โดยทีมวิจัยเชื่อว่าการใช้เส้นลวดนาโน ตามทฤษฎีน่าจะช่วยยืดอายุของแบตเตอรี่ออกไปให้ใช้งานได้นานขึ้น เนื่องจากปริมาณพื้นผิวสำหรับยึดกุมประจุไฟของลวดนาโนมีมากกว่า อย่างไรก็ตามปัญหาที่เจอก็คือตัวลิเธียมจะกัดกร่อนลวดนาโนไปในทันทีที่ผ่านการชาร์จเพียง 2,000-3,000 ครั้งเท่านั้น     ทีมวิจัยแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการสร้างปลอกจากแมงกานีสไดออกไซด์ขึ้นมาหุ้มลวดนาโนที่ทำจากทองคำเหล่านั้นเอาไว้ และเปลี่ยนลิควิดลิเธียมเป็นเจลอิเล็กโตรไลต์ที่มีความหนาแน่นสูงกว่า เพนเนอร์ระบุว่า ด้วยความขี้เล่นของเพื่อนร่วมทีมวิจัยรายหนึ่ง ทดลองเอาเจลอิเล็กโตรไลต์ไปเคลือบวงจรทั้งหมดเล่นแล้วลองชาร์จประจุ-คายประจุวนไปวนมาเล่นๆ และหลังจากที่ทดสอบนานกว่า 3 เดือน ก็พบว่าสามารถชาร์จได้นับแสนๆครั้ง โดยไม่สูญเสียความจุประจุไฟทั้งหมดไป เพนเนอร์ยอมรับว่าทีมยังไม่เข้าใจกลไกที่ทำให้เกิดความทนทานต่อการชาร์จนี้มากมายนัก แต่ได้ผลดีเยี่ยม…

“Lamborghini” ออกแบบรถที่สามารถสแกน เพื่อทำการซ่อมแซมตัวเองได้! (เจ๋งสุดๆ)

บริษัทผลิตรถยนต์ แลมโบรกีนี ของอิตาลี เปิดตัวรถซูเปอร์คาร์ยี่ห้อใหม่ Terzo Millennio(เทอร์โซ มิลเลนนิโอ) หรือ Third Millennium ในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นรถไฮเทคที่ออกแบบร่วมกับสถาบันเทคโนโลย MIT โดยได้ไอเดียมาจากรูปร่างของยานอวกาศ     Mitya Borkert หัวหน้าฝ่ายออกแบบของแลมโบรกีนี กล่าวว่า การผสมรวมนวัตกรรมของแลมโบรกีนี เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษารุ่นใหม่ที่ MIT สร้างแรงจูงใจที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง รถยนต์รุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้ประหยัดพลังงาน โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายไปที่คนรุ่นใหม่(ที่มีตังค์ซื้อนะ เพราะแพงแน่นอน)   เทคโนโลยีใหม่   – ห้องโดยสารเป็นแบบ Victual Cockpit ที่สามารถให้ผู้ขับได้สัมผัสการขับขี่จำลองในสนามแข่งต่างๆ ที่มีชื่อเสียงผ่านการขับขี่เสมือนจริง – มีลูกเล่น Ghost Car แบบที่เราพบเจอในเกมส์รถแข่ง ให้ผู้ใช้งานได้ฝึกปรือทักษะเสียด้วย – ระบบขับเคลื่อนเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว โดยที่มอเตอร์แต่ละตัวจะอยู่ในแต่ละล้อ   – แบตเตอรี่ที่ใช้มีความบางเป็นพิเศษ จะถูกติดตั้งไว้กึ่งกลางระหว่างผนังตัวถัง เพื่อช่วยให้ชาร์จไฟเร็วยิ่งขึ้น และยังเพิ่มการชาร์จผ่านพลังงานจลน์ หรือแรงสะเทือนต่างๆ เพื่อเป็นการเพิ่มพลังงานไฟฟ้าให้รถสามารถเคลื่อนที่ได้ไกลยิ่งขึ้น…

รัสเซีย – จีน กำลังสร้าง “Space Weapon (อาวุธอวกาศ)” หวังปราบดาวเทียมสหรัฐฯ

  พลเอก จอห์น ไฮเทน หัวหน้ากองบัญชาการฝ่ายยุทธศาสตร์ของกองทัพสหรัฐฯ กล่าวต่อหน้าผู้ชมในการประชุมแห่งหนึ่งว่า หลายประเทศรวมทั้งรัสเซีย และจีน กำลังสร้างอาวุธบนอวกาศ ที่สามารถเล็งเป้าหมายไปที่ทรัพยากรต่างๆ ของกองทัพอย่างเช่นดาวเทียมได้ “พวกเขากำลังสร้าง ทดสอบอาวุธบนอวกาศที่สามารถควบคุมจากบนโลก ทั้งอาวุธตัดสัญญาณ และอาวุธเลเซอร์ โดยไม่แม้แต่จะปิดเป็นความลับ พวกเขากำลังสร้างอาวุธที่มีขีดความสามารถขนาดนั้น เพื่อท้าทายสหรัฐอเมริกา, ท้าทายพันธมิตรของเรา และเพื่อเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจโลก ซึ่งเราไม่อาจยอมให้เกิดขึ้นได้”     “รัสเซียและจีนได้เห็นความสำเร็จของกองทัพสหรัฐฯ ในการใช้ดาวเทียมระหว่างปฏิบัติการทางทหารอย่างเช่นสงครามอ่าวเมื่อปี 2534 มาแล้ว และพยายามหาทางจำกัดความสามารถของสหรัฐฯ ในการใช้ดาวเทียมระหว่างเหตุความขัดแย้งในอนาคต ซึ่งอุปกรณ์สำคัญคือ ดาวเทียมสำหรับเตือนกองทัพเกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธของศัตรู” “เราไม่สามารถปล่อยให้ ดาวเทียม คลาดสายตาได้นานกว่า 10 -15 นาที ซึ่งมันจะสายเกินไป เพราะตอนนี้เรายังไม่มีแผนรับหรือป้องกันหากเราถูกโจมตีทางอวกาศจริงๆ” ปัจจุบันนี้ยังไม่มีกฎหมายรองรับเมื่อเกิดกรณีความขัดแย้งทางทหารในอวกาศ และการทำข้อตกลงระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็น ที่มา – sputniknews , cnn Ma_noshiG – Ma_nosh ก่อตั้ง 19 ตอนนี้ 23 http://www.flagfrog.com

Elon Musk ติดตั้งรถ Tesla Roadster ไปกับจรวด Falcon Heavy เพื่อโคจรรอบดาวอังคาร

  Elon Musk ที่ตอนนี้เรียกได้ว่า เป็นพ่อทุกสถาบันจริงๆ คนอะไร กระโดดจากการออกแบบเว็บการเงิน มาทำรถไฟฟ้า แล้วยังต่อด้วยสร้างจรวดอีก โหดเกินไปแล้ว! แต่ก็นั่นแหละครับ สิ่งที่ผู้ประกอบการเก่งๆควรมีก็คือ การเล่นกับสื่อและสามารถสร้างกระแสผลิตภัณฑ์ของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในส่วนนี้ มัสก์ สามารถทำได้ดีมาตลอด เลยไม่แปลกครับที่เค้าจะ เป็น Godfather ทางด้าน Technology     ล่าสุด Elon Musk ได้ทวีตสร้างกระแสอีกครั้งด้วยการบอกว่าจะปล่อยรถยนต์ Tesla Roadster ไปกับจรวด Falcon Heavy ที่ทรงพลังมากที่สุดในโลก! โดยระหว่างที่ยิงจรวด รถจะเปิดเพลง Space Oddity ส่วนเป้าหมายในการปล่อยจรวดครั้งนี้ก็คือ การทดสอบจรวดรุ่นใหม่นี่เอง โดยปลายทางคือการโคจรรอบดาวอังคาร หลังจากนั้นรถก็จะอยู่ในอวกาศไปพันล้านปี     จรวด Falcon Heavy จะถูกยิงจากแหลมคานาเวอรัล บนฐานยิงเดียวกับ Apollo 11 พร้อมรับประกันอีกครั้งว่าจะน่าตื่นเต้นอย่างแน่นอน เฮียแกชอบทวิตและโพสท์รูปในบัญชีอินสตาแกรมส่วนตัว เพื่อชวนผู้ติดตามมาดูการทดลองเกือบตลอดทุกครั้ง และมันก็น่าตื่นเต้นทุกครั้งจริงๆ ที่มา…

แก่แต่เก๋า! พบกับนักกีฬา CSGO รุ่นใหญ่วัย 70 ท้าดวลทุกทีม แถมยังโชว์สถิติ K/D อีกด้วย

ปกติแล้วเรามักจะเห็นนักกีฬา eSports ที่มีอายุน้อย หรือ วัยรุ่นกันใช่ไหม จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย เขาจะกลายมาเป็นนักกีฬา eSports เหมือนกับพวกเรา…     ประเทศสวีเดนผุดทีมอีสปอร์ต “ซิลเวอร์ สไนเปอส์” (Silver Snipers) รวมพลปู่ย่าอายุเฉลี่ยเกิน 70 มาลงแข่งเกม FPS ที่ทุกคนรู้จักกันดี เคาท์เตอร์ หรือ Counter Strike (CSGO) เกมที่หลายๆคนเจ๊งไปกับการเปิดกล่องหามีดนั่นแหละครับ อิอิ  โดยทางทีมได้ประกาศท้าชนคู่แข่งแบบไม่เกี่ยงวัย ทีมดังกล่าวจะเข้าร่วมงานแข่งเกม DreamHack Winter 2017 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ถึง 3 ธันวาคม จัดเป็นอีเวนท์พิเศษสนับสนุนโดยค่าย Lenovo ให้คนสนใจมาขอท้าดวลได้ โดยต้องเข้าไปกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ พร้อมบอกเหตุผลที่อยากสู้เพื่อให้ทีมงานพิจารณาอีกทีหนึ่ง     สมาชิกของซิลเวอร์สไนเปอส์จะมีทั้งชายหญิงรวม 5 คน อายุเฉลี่ย 71 ปีต่ำสุด 62…

อีลอน มัสก์ ทำนายสงครามโลกครั้งที่ 3

  อีลอน มัสก์ ทำนายว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 จะเกิดจากการแข่งขันพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ระหว่างประเทศต่างๆ พร้อมระบุว่า เกาหลีเหนืออยู่อันดับท้ายๆ ของภัยคุกคามต่อมวลมนุษยชาติ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของบริษัท Tesla และ SpaceX โพสต์ข้อความลงบนทวิตเตอร์ทำนายสาเหตุของสงครามโลกครั้งที่ 3 ว่าจะเกิดจากการแข่งขันกันพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของประเทศต่างๆ โดยนายมัสก์ได้ยกตัวอย่างว่า ปัญญาประดิษฐ์อาจตัดสินใจเริ่มก่อสงคราม หากมันคำนวณว่าการชิงโจมตีก่อนเป็นหนทางสำคัญอันนำไปสู่ชัยชนะ นอกจากนี้ นายมัสก์ยังระบุด้วยว่า เกาหลีเหนืออยู่อันดับท้ายๆ ของรายชื่อภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของอารยธรรม     การทวีตข้อความของนายมัสก์ในครั้งนี้ เป็นการตอบโต้วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่แสดงความเห็นว่า ปัญญาประดิษฐ์ไม่เพียงเป็นอนาคตของรัสเซียเท่านั้น แต่ยังเป็นอนาคตของมวลมนุษยชาติ พร้อมย้ำว่า ใครก็ตามที่เป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์จะกลายเป็นผู้ปกครองโลก แม้ขณะนี้ ประเทศที่เป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์จะมีเพียง 3 ประเทศ คือ สหรัฐฯ จีน และอินเดีย แต่นายมัสก์เชื่อว่า ประเทศต่างๆ จะพยายามทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้น้อยหน้า และกฎหมายปกติก็ไม่สามารถควบคุมเรื่องนี้ได้ ด้วยเหตุนี้ นายมัสก์จึงได้เรียกร้องให้มีการออกกฎระเบียบเพื่อควบคุมปัญญาประดิษฐ์ เพื่อความปลอดภัยของสาธารณะ   ก่อนหน้านี้ มัสก์ และมาร์ค…

“Perper หมอหุ่นยนต์” ที่จีนพัฒนาขึ้นให้รักษาคนไข้ สอบผ่านวิชาแพทย์ด้วยคะแนนสูงสุด!

  “Perper” หุ่นยนต์รายแรกที่จีนพัฒนาขึ้นมาให้รักษาคนไข้ โดยให้ศึกษาตำราแพทย์ 53 เล่ม หนังสือเกี่ยวข้องกับการแพทย์อีก 400,000 เล่ม พร้อมทั้งกรณีศึกษาอีก 2 ล้านกรณีกับภาพต่างๆที่เกี่ยวข้องหลายล้านรูปก่อนเข้าสอบข้อเขียนทางการแพทย์ โดยเพพเปอร์ กวาดคะแนนได้ถึง 456 จากคะแนนเต็ม 600 ถือว่ามากกว่าคะแนนเบื้องต้นที่ต้องได้สำหรับการสอบผ่านที่อยู่ที่ 360 คะแนน เพพเปอร์ เป็นหุ่นยนต์ที่มหาวิทยาลัยชิงหัวกับบริษัท iFlytek ร่วมกันพัฒนาขึ้นมา ผู้พัฒนาหุ่นตัวนี้ระบุว่า หุ่นมีความสามารถในการพิเคราะห์ปัญหาและเชื่อมมุมมองกับบริบทภาพรวมได้ สามารถศึกษา หาเหตุและผล ตัดสินใจได้ ในขณะที่อีกด้านมีความทรงจำที่เหนือกว่ามนุษย์ มีความสามารถในการสะสมข้อมูลมากกว่าตลอดจนมีทักษะด้านคอมพิวเตอร์มากกว่าด้วย     รายงานข่าวระบุว่า จากการเข้าสอบแสดงว่าความรู้ด้านการแพทย์ของ เพพเปอร์ มีสูงมากพอจะทำหน้าที่หมอที่ดูแลอาการไข้แบบทั่วไปคือตรวจอาการและดูแลรักษาเบื้องต้นได้ ถึงกระนั้น เพพเปอร์ ก็จะยังไม่ทำหน้าที่เป็นแพทย์อย่างทันทีทันใด แต่จะเป็นผู้ช่วยรักษาคนไข้ ต้นปีหน้านี้ เพพเปอร์ จะต้องไปเข้ารับการอบรมเพิ่มเติม ทำงานในคลีนิคและทำงานกับแพทย์เพื่อช่วยเหลือและเรียนรู้ไปในเวลาเดียวกัน รายงานของผู้ผลิตบอกว่า ประโยชน์ของการมีหมอหุ่นยนต์ คือจะทำให้การใช้เวลาในการพิจารณาอาการเจ็บป่วยสั้นลง และการตัดสินใจในการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ไม่ได้ต้องการให้ทำหน้าที่แทนแพทย์ เพียงแค่ทำให้มนุษย์และเครื่องจักรทำงานประสานกันสอดคล้องมากขึ้นเพื่อประสิทธิภาพของการให้บริการแก่ผู้ป่วย รายงานข่าวระบุว่า จีนนั้นขาดแคลนแพทย์ที่จะทำงานในชนบทอย่างมาก ทำให้ต้องคิดประดิษฐ์หุ่นยนต์แพทย์ขึ้นมารองรับ โดยทางประเทศจีนมีแผนระดับชาติในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ…

ดูไบเจ๋ง! ตั้งกระทรวง AI เป็นที่แรกของโลก หวังยกระดับคุณภาพมนุษย์แบบก้าวกระโดด

  ปลายเดือนที่แล้ว สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกด้วยการประกาศตั้งกระทรวงปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เป็นครั้งแรกในโลกรวมถึงแต่งตั้งหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงอายุเพียง 27 ปีให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงนี้ โดยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของโลก ความเคลื่อนไหวนี้กระตุ้นให้เกิดการตั้งคำถามถึงข้อดีข้อเสียของ AI ผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งมองว่า AI ซึ่งมีความสามารถในการ “เก็บข้อมูล” ความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตมนุษย์ในอนาคตได้ แต่ก็มีบางส่วนตั้งคำถามว่า AI จะช่วยให้มนุษย์มีความสุขมากขึ้นหรือมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นได้จริงหรือ แล้วจะมีความเสี่ยงอะไรบ้างหรือเปล่า?     ศาสตราจารย์ Luciano Floridi ผู้เชี่ยวชาญด้านปรัชญาและจริยธรรมข้อมูลข่าวสารมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ไม่คิดว่า “AI จะเป็น ภัยคุกความที่มีตัวตนจริง” เหมือนที่หลายคนคิดว่าจะเกิดขึ้นแบบในภาพยนตร์เรื่อง “คนเหล็ก” เพราะไม่ว่าจะพัฒนา AI ให้ก้าวหน้าแค่ไหน “ถึงยังไง AI ก็ไม่มีวันมีความเข้าใจ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และสัญชาติญาณแบบมนุษย์ได้” แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองต่างออกไป Jaron Lanier นักเขียนด้านปรัชญาคอมพิวเตอร์ชาวสหรัฐ มอง AI ว่าเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติเพราะ AI จะทำลดคุณค่าของสติปัญญาและความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ “การเปิดทางให้ AI เปลี่ยนรูปแบบความคิดของคนเราก็คือการปล่อยตัวเราเองให้มองคนอื่นว่าเป็นแค่คอมพิวเตอร์ เหมือนอย่างที่เราเริ่มคิดว่าคอมพิวเตอร์ไม่ได้ต่างจากคนที่เราคุยด้วยผ่านโซเชียลมีเดีย”…