ช็อกโกแลต ขนมหวานที่หลายคนชื่นชอบ อาจกลายเป็นเพียงชื่อในตำนาน หลังมีการพูดกันมากขึ้นและจริงจังขึ้นว่าช็อกโกแลตอาจหมดไปจากโลกนี้ภายในปี 2048 แต่จริงๆแล้วถ้าจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าสิ่งที่จะหายไปไม่ใช่ช็อกโกแลตแต่เป็นต้นโกโก้ ส่วนประกอบหลักในการทำช็อกโกแลต ต่างหาก

ต้นโกโก้โตได้ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิคงที่ตลอดทั้งปี มีความชื้นสูง มีฝนตกชุก ดินมีไนโตรเจนสูง และลมไม่แรงเกินไป ซึ่งปัจจุบัน สภาพแวดล้อมเช่นที่ว่านี้คือพื้นที่บริเวณ 20 องศาเหนือ/ใต้เส้นศูนย์สูตร แถวๆโกตดิวัวร์กับกานา สองชาติในแอฟริกาตะวันตกซึ่งเป็นแหล่งผลิตโกโก้กว่าครึ่งหนึ่งในโลก

 

 

หากเเนวโน้มการเปลี่ยนเเปลงของสภาพภูมิอากาศ ยังคงเส้นคงวา สม่ำเสมออย่างที่เป็นอยู่นี้อุณภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอีกเเค่ 2.1 องศาเซลเซียส จะทำให้ ต้นโกโก้ หายไปตลอดกาล และอาจพูดได้ว่า มนุษย์ที่เกิดหลัง 2048 อาจจะเป็นเจเนอเรชั่นเเรก ที่ไม่รู้จักช็อกโกเเลต

และเชื่อหรือไม่ครับว่า ทั้งที่มีประชากรกว่า 1,000 ล้านคนในโลกที่บริโภคช็อกโกแลตเป็นประจำ แต่ 90% ของเกษตรกรผู้ปลูกโกโก้นั้น เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก เเละปลูกกันเเบบที่บรรพบุรุษปลูกกันมาเป็นร้อยๆ ปีเเล้ว กลายคงเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมในอีกไม่กี่ปีจากนี้ ความต้องการบริโภคช็อกโกเเลตบนโลก จะมีมากกว่าช็อกโกเเลต ที่ผลิตๆ กันได้ ปีละเป็นหลักเเสนตัน นั่นเเปลว่า ราคาช็อกโกเเลตจะเเพงขึ้น หากินยากขึ้น สุดท้ายก็จะหาซื้อไม่ได้และกลายเป็น Rare Item ไปในที่สุด

โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมขนมหวาน เช่น แต่ละบริษัทได้ทุ่มงบมหาศาล 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนการวิจัยของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเรื่องการตัดต่อและดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อให้ต้นโกโก้ “อึด” กว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและสามารถปลูกในพื้นที่กว้างขึ้นได้ เพราะถ้าหวังให้สถาณการณ์ปัญหาโลกร้อนดีขึ้นนั้น คงเป็นไปได้ยาก

 

 

ไม่เฉพาะช็อกโกแลตเท่านั้น อาหารเพื่อสุขภาพของชอบของคนกินคลีนอย่างอโวคาโดกับอัลมอนด์ก็เสี่ยงจะกลายเป็นของหายากเพราะการปลูกอโอคาโดกับอัลมอนด์ต้องใช้น้ำปริมาณมาก ภัยแล้งจึงมีผลกระทบโดยตรงอย่างไม่ต้องสงสัย

Fact – โดยเฉลี่ยเเล้ว ชาวยุโรปคนหนึ่งจะบริโภคช็อกโกเเลต ปีละ 286 บาร์ ซึ่งการจะผลิต เนื้อโกโก้เเละเนยโกโก้ เพื่อผลิตช็อตโกเเลต 286 บาร์ ต้องมีต้นโกโก้ มากถึง 10 ต้น ด้วยกัน
Fact2 – ครึ่งหนึ่งของโกโก้ ที่ปลูกๆกันบนโลก อยู่ที่ ประเทศไอโวรีโคสต์เเละกานา ถ้าอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น ความชื้นในดินลดลง วิธีที่จะอยู่รอดได้ คือ ขึ้นไปถางไร่ บุกป่า บนภูเขา ซึ่งอากาศเย็นกว่า เเละนั้นเเปลว่า พื้นที่ป่าสงวนของสองประเทศนี้ จะต้องถูกรุกล้ำเเน่ๆ ในเร็ววัน
Fact3 – จากรายงานของ เดลี่เมล เผยว่า เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ในประเทศโกตดิวัวร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตโกโก้อันดับต้นๆของโลก ได้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าเขตสงวนอย่างผิดกฎหมาย เพื่อเพาะปลูกโกโก้ตามความต้องการของตนเอง ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่นำไปสู่การทำลายช็อกโกแลตเช่นกัน

สรุป เรื่องที่ว่า หากไม่หยุดโลกร้อน “ช็อกโกแลต” จะหายไปจากโลกภายใน 30 ปี จริงหรือ?! คำตอบคือ: จริง 100% ครับ โดยมีปัจจัยหลักมาจากภาวะโลกร้อน ประกอบกับความต้องการตลาดที่สูงขึ้น

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment