ในปี 1990 คริสโตเฟอร์ แมคแคนเดิลส์ เด็กหนุ่มอนาคตไกลวัย 22 จบนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเอมอรี่ รัฐจอร์เจีย ด้วยความที่เป็นคนเบื่อความวุ่นวาย เบื่อความกดดัน และไม่ชอบความศิวิไลส์ จึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โดยไม่ได้ทิ้งจดหมาย หรือกล่าวลาพ่อแม่หรือน้องสาว และได้นำเงินที่เก็บออมมาทั้งหมดมอบให้กับองค์กรช่วยเหลือสังคม และยังได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “อเล็กซานเดอร์ ซุปเปอร์แทรมป์”

คริสมีจุดหมายคือไปใช้ชีวิตอยู่ในป่าลึกของอลาสกา ออกเดินทางจากแคลิฟอร์เนีย โดยมีเงินติดตัวไม่มากนัก เขาอาศัยการโบกรถ และค่ำไหนนอนนั่น ในระหว่างการเดินทางคริสได้เขียนบันทึกเอาไว้เสมอ เช่น เรื่องการได้ไปทำงานตามที่ต่างๆ การผจญภัย ประสบการณ์ใกล้ตาย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากความไร้เดียงสาและความเป็นมือใหม่ของเขา

 

 

คริสใช้เวลากว่า 2 ปี เพื่อไปถึงอลาสกา เขาจัดเตรียมข้าวของทุกอย่างเท่าที่จำเป็น รวมถึงปืนคาลิเบอร์ และหนังสืออีกนับสิบเล่ม ไม่มีขวาน ไม่มีเข็มทิศ ไม่มีแผนที่ โดยก่อนที่จะเดินเข้าป่าไป คริสได้ส่งโปสการ์ดแผ่นสุดท้ายให้เพื่อนคนหนึ่ง – “การผจญภัยครั้งนี้อาจจบลงด้วยความตาย เป็นไปได้ว่าแกอาจจะไม่ได้ข่าวจากฉันอีก แต่อย่างไรฉันก็ยังอยากให้แกรู้ว่า ฉันชื่นชมแกมาก ฉันจะต้องเข้าป่าแล้วละ”

การเข้าไปใช้ชีวิตในป่าที่พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ มิใช่เรื่องง่ายเลย หลายครั้งที่เขาต้องอดอาหาร และประทังชีวิตด้วยลูกเบอรรี่ นานๆครั้งเท่านั้นเขาถึงจะมีโอกาสได้กินเนื้อสัตว์ ทำให้ร่างกายของเขาซูบผอมลงอย่างรวดเร็ว โชคดีที่ระหว่างเส้นทางเข้าป่าเขาได้พบกับซากรถประจำทางหมายเลข 142 เขาจึงเลือกที่นี่เป็นสถานที่อยู่อาศัยระหว่างการเดินทางเข้าป่าลึก เขาใช้ชีวิตอยู่ในซากรถแห่งนี้เป็นเวลานาน…

 

 

นานจนทำให้ อาหารสำรองที่เตรียมมาเริ่มลดน้อยลงๆ จนหมดในที่สุด เขาจึงตัดสินใจเดินทางกลับเข้าเมือง แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะทางที่เขาเดินเข้ามาในตอนแรกเป็นพื้นน้ำแข็งหิมะหนาๆ แต่ตอนนี้ในช่วงฤดูร้อนมันละลายกลายเป็นแม่น้ำไหลเชี่ยว และนั่นคือมหันตภัยสำหรับเขา ทำให้ต้องย้อนกลับไปที่ซากรถบัสที่พักอย่างผู้แพ้ และเขียนระบายลงในสมุดบันทึก – “เป็นไปไม่ได้เลยที่จะข้ามแม่น้ำไป รู้สึกโดดเดี่ยว กลัว”

ในระหว่างนี้ คริสได้บันทึกข้อความเอาไว้มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเขียนเกี่ยวกับ ความหิว ความอดอยาก ความประทับใจเกี่ยวกับหนังสือที่อ่าน จนกระทั่งการอยู่ป่าในวันที่ 133 คริสก็ได้ยุติการบันทึกไปตลอดกาล…

ตอนที่กลุ่มนักล่ากวางพบร่างของเขา ในถุงนอนบนรถบัสในเดือนกันยายน 1992 น้ำหนักตัวตอนนั้นเหลือเพียง 33 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่พบสมุดบันทึกหนา 200 หน้า และกล่องฟิลม์ที่ยังไม่ได้ล้าง ภาพสุดท้ายบนแผ่นฟิล์มเป็นภาพ คริสโบกมือให้กับกล้อง เขาดูซูบผอมมากจริงๆ – “ที่ผ่านมาผมมีความสุข และรู้สึกขอบคุณจากหัวใจ ลาก่อน ขอให้พระเจ้าอวยพรทุกคน”

 

 

ปัจจุบันซากรถบัสสาย 142 กลายเป็นจุดแลนด์มาร์ก ที่นักท่องเที่ยวหลายคนเดินทางเข้ามาเยี่ยมชม ซึ่งน้องสาวของคริสต้องใช้เวลากว่า 15 ปี ถึงจะทำใจเข้ามาดูสถานที่เสียชีวิตของพี่ชายได้ และพ่อแม่ได้สลักข้อความไว้ที่ประตูด้านในของรถเพื่อทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์ของลูกชาย – “หนีจากมลพิษของอารยธรรม ลัดเลาะไปบนผืนดินตามลำพัง เพียงเพื่อจะพ่ายแพ้กับความทุรกันดาร, อเล็กซานเดอร์ ซูเปอร์แทรมป์, พฤษภาคม 1992”

Fact – ชาวบ้านบอกว่าถ้าคริส พกแผนที่เข้าไปด้วย เขาจะพบว่าทางอ้อมแม่น้ำอยู่ไม่ไกลเลย เพียงแค่ 10 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งถ้าเขาอ้อมมาได้ก็เพียงต้องเดินต่ออีกหน่อยก็จะขอความช่วยเหลือได้

Fact2 – จอน คราเคาเออร์ ผู้เขียนหนังสือ Into the Wild (ชีวประวัติของ คริสโตเฟอร์ แมคแคนเดิลส์) หนังสือขายดีจนถูกซื้อลิขสิทธิ์นำไปสร้างเป็นภาพยนต์ ชื่อเดียวกันกับหนังสือ

ถ้าคุณชอบเรื่องป่าๆ เราขอแนะนำเรื่องนี้ – ทหารผู้ซ่อนตัวอยู่ในป่ากว่า 30 ปี เพราะไม่เชื่อว่า สงครามโลกครั้งที่ 2 รบกันเสร็จแล้วจริงๆ!

source

เด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน