นายเซี่ย โป๋หยู ชายชาวจีนวัย 69 ปี สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จ ด้วยความสูง 8,848 เมตร ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกอยู่บนเทือกเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล ถือเป็นผู้เสียขาทั้ง 2 ข้างคนที่ 2 ของโลกที่สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ โดยคนแรกคือนายมาร์ก อินกลิส ชาวนิวซีแลนด์ที่พิชิตได้ในปี 2549 ขณะอายุ 47 ปี

นี่คือความพยายามครั้งที่ 5 ในการพยายามพิชิตยอดเขา ตั้งแต่ปี 2518 แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้าย ทำให้เขาติดอยู่ท่ามกลางหิมะเย็นจัด ออกซิเจนต่ำ ทรมานจากการถูกหิมะกัด ต้องตัดเท้าทั้งสองข้าง ซ้ำร้ายเมื่อปี 2539 เขาถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ต้องตัดขาทั้งสองข้างตั้งแต่เข่าลงไป

 

 

และแม้ว่าครั้งนี้จะถูกขัดขวางโดยรัฐบาลเนปาล ที่เสนอห้ามมิให้ผู้ที่พิการตาบอดสองข้าง และขาขาดทั้งสองข้างปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ เพราะเป็นห่วงชีวิตของผู้ปีนเขา แต่ข้อเสนอดังกล่าวก็ถูกคว่ำไปในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เนื่องจากศาลระบุว่าเป็นการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการ

“พ่อของผมถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ เวลา 8.26 น. ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศเนปาล มันเป็นจริงแล้ว ความฝันตลอด 40 ปีของเขา” – นายคลาวน์ เซี่ย ลูกชายของผู้พิชิตรายนี้โพสต์ข้อความลงใน Wechat

“การปีนเอเวอเรสต์เป็นความใฝ่ฝันของผม ผมยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก มันแสดงให้เห็นถึงความท้าทายส่วนบุคคล และความท้าทายในโชคชะตา” – นายเซี่ย กล่าว

 

 

สถิติเมื่อปี 2560 มีนักปีนเขาสามารถพิชิตยอดเขาได้ 634 คน แต่มีผู้เสียชีวิต 7 คน

แต่สำหรับฤดูไต่เขาปีนี้ที่เริ่มตั้งแต่กลางเดือนเม.ย. ถึงสิ้นเดือนพ.ค. โดยมีนักไต่เขาได้รับอนุญาตจากทางการเนปาลทั้งหมด 346 ราย ส่วนนักไต่เขาที่จะไต่จากฝั่งเหนือในทิเบตของจีนมี 180 คน

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน