แร้งสายพันธุ์หายากกว่า 500 ตัว ต่างพากันสิ้นใจตาย หลังรุมกินซากช้างที่ตายด้วยยาพิษ

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2019 รัฐบาลของประเทศบอตสวานา ได้ออกมาแถลงถึงการสูญเสียครั้งใหญ่ ในเรื่องของการอนุรักษ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ หลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติในเขตตะวันออกของประเทศพบว่า มีแร้งสายพันธุ์หายากหลายสายพันธุ์จำนวนมากถึง 537 ตัว พากันสิ้นใจตาย หลังพวกมันเผลอไปกินซากของช้างป่าที่ถูกล้มด้วยยาพิษจำนวน 3 ตัว

บรรดาแร้งที่ตาย ประกอบด้วย แร้งเทาหลังขาว 468 ตัว, แร้งฮู๊ด 28 ตัว, แร้งหัวขาว 17 ตัว, แร้งแลพแพท 14 ตัว และแร้งเคป 10 ตัว ซึ่งแร้งทั้งหมดนี้ถูกจัดอยู่ในสัตว์ประเภทใกล้สูญพันธุ์ทั้งสิ้น ตามการขึ้นบัญชีแดงของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ

จากการสืบสวนขั้นต้นระบุว่า: สาเหตุที่ช้างเหล่านี้ได้รับยาพิษก็เพราะ พวกมันบุกเข้าไปในพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านในระแวกอุทยาน และได้กินผลผลิตที่ถูกฉีดยาฆ่าแมลงและใช้สารเคมีเคลือบไว้ ซึ่งพวกมันคงบริโภคเข้าไปเป็นจำนวนมาก และต้องล้มตายจากสารเคมีเหล่านั้นในที่สุด

โดยขณะนี้ ประเทศบอตสวานากำลังประสบปัญหา มีจำนวนช้างในประเทศมากเกินไปจำนวนกว่า 111,000 ตัว นั่นก็เพราะเมื่อ 4 ปีก่อน รัฐบาลได้ออกกฏหมายห้ามล่าช้างเพื่อเป็นการอนุรักษ์ แต่จากการปล่อยปะละเลยและขาดการควบคุมทำให้รัฐบาลต้องแก้ไขด้วยการ ล้มช้างเพื่อนำเนื้อของพวกมันไปบรรจุใส่กระป๋องเป็นอาหารของสัตว์อื่น ๆ ต่อไป และแน่นอนว่าสาเหตุที่มันบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ทำกินของมนุษย์ ก็เพราะว่าพวกมันมีจำนวนมากเกินไปนั่นเอง

Fact – แร้ง หรือ อีแร้ง ถือเป็นสัตว์สำคัญต่อระบบนิเวศเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำหน้าที่คอยทำความสะอาดซากศพและของเน่าเสียแล้ว พวกมันยังช่วยลดการแพร่กระจายของโรคติดต่อในสัตว์อื่น ๆ ด้วย (มีพื้นที่หากินกว้างถึง 480,000 ตารางกิโลเมตร และสามารถมองเห็นซากศพได้ไกลถึง 35 กิโลเมตร จากบนฟ้า )