หลังจากที่เมื่อต้นปี 2018 โรคไข้หวัดใหญ่ได้โจมตีสหรัฐฯอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้คนจำนวนมากที่ป่วยทั้งไข้ขึ้นสูง ปวดเมื่อยตามตัว รวมถึงอาการไอ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้ป่วยที่ไม่อยากไปหาหมอ และซื้อยากินเอง ได้มีโอกาสพบเจอกับ “ชวนป๋วยปี่แป่กอ” ยาแก้ไอสีดำที่ชาวเอเชียเรารู้จักกันเป็นอย่างดี (เพราะมันอร่อย)

ด้วยความที่เป็นยาแก้ไอที่มีราคาไม่แพงกินง่าย หอมหวาน ชุ่มคอ ผู้คนจึงพากันบอกต่อ จนกลายเป็นกระแสข่าวลือว่า “กินแล้วหายใจไข้หวัดใหญ่ได้นะ” ทำให้ขายดีเทน้ำเทท่า (หุ้นขึ้น 55% ภายใน 1 เดือน) จนแพทย์หลายคนต้องออกมาเตือนว่าให้กินแต่พอดีเพราะมันไม่ใช่ยาวิเศษและมันไม่ใช่ขนม

และดูเหมือนกระแสจะจางลงไป เพราะนี่ก็ผ่านมาจนสิ้นปีแล้ว คงเลิกฮิตกันแล้วแหละ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เพราะมันกำลังกลับมาร้อนแรงมากกว่าเดิม จนตอนนี้มีผู้นำมันไปทำเป็น “ชาไข่มุก” เรียบร้อยแล้ว

โดยร้านแรกที่กล้าทำขายคือร้าน Labobatory ร้านชาไข่มุกในแคลิฟอร์เนีย ที่ได้นำเอา ชาเขียว + ยาแก้ไอ มาฟิวชั่นกันจนกลายเป็น “ชาแก้ไอไข่มุก” ซึ่งเมนูนี้จะขายเฉพาะในวันหยุดเท่านั้น ซึ่งไม่ต้องเดาเลยว่าขายดีมั้ย เพราะตั้งแต่มีข่าวออกไปคนก็แห่กันไปจนร้านแทบจะไม่มีที่ยืน

Fact – เฉลี่ยแล้วชามนไข่มุก 1 แก้ว มักมีน้ำตาลอยู่ประมาณ 25-36 กรัม ซึ่งคนเราไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 24 กรัมต่อวัน