สำนักข่าว AP รายงานจากกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ใจความว่า รัฐบาลนิวซีแลนด์มีแผนกำจัดวัว 150,000 ตัว เพื่อพยายามป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรีย “ไมโคพลาสมา โบวิส” (Mycoplasma bovis) เนื่องจากภาคการเกษตรและปศุสัตว์ถือเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศนิวซีแลนด์ ดังนั้นการป้องกันการแพร่ระเบิดของเชื้อไวรัสดังโดยไว จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคการเกษตรและปศุสัตว์ของนิวซีแลนด์ได้ดังเดิม

เชื้อไวรัสอันตราย “ไมโครพลาสมา โบวิส” เป็นต้นเหตุหลักของโรควัณโรคในโค-กระบือ ซึ่งเชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถติดได้ในสัตว์หลายชนิด เชื้อไวรัสนี้จะทำให้วัวเกิดอาการเต้านมอักเสบ ข้ออักเสบ และปอดบวม และที่สำคัญ “วัณโรคในวัวสามารถติดต่อสู่คนได้” ถ้าไม่ตัดไฟที่ต้นลม ก็อาจทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และเป็นภัยคุกคามสุขภาพมนุษย์อย่างมาก เพราะขณะนี้พบเชื้อนี้ประมาณ 40 ฟาร์ม จากทั้งหมด 192 ฟาร์ม แล้ว! (แต่คาดว่าจำนวนจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 142 แห่ง จากการจำลองแนวโน้มในคอมพิวเตอร์)

 

 

ทั้งนี้ นิวซีแลนด์มีวัวเลี้ยงทั่วประเทศประมาณ 10 ล้านตัว ประมาณ 2 เท่าของประชากรมนุษย์ โดย 2 ใน 3 เป็นวัวนม ส่วนที่เหลือเป็นวัวเนื้อ

แต่จากการทดสอบทางการแพทย์และทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า เชื้อไมโครพลาสมาโบวิสไม่ได้ส่งผลกระทบต่อ “น้ำนมและเนื้อวัว” ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไม่ให้แพร่กระจายไปมากกว่านี้

ตามรายงานระบุว่า มีวัวจำนวน 24,000 ตัว ถูกส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์ในเดือนที่ผ่านมา และคาดว่าจะทยอยกำจัดวัวอีก 126,000 ตัว โดยใช้เวลาประมาณ 2 ปี และทำให้ต้องใช้งบในการดำเนินแผนการนี้ประมาณ 886 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ราว 19,700 ล้านบาท)

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment