นักชีววิทยาได้แบ่งช่วงชีวิตออกเป็นสามช่วงคือ 1.ช่วงวัยเด็ก 2.ผู้ใหญ่ 3.วัยชรา แต่งานวิจัยล่าสุดบ่งชี้ว่ายังมีช่วงที่สี่นั่นคือ 4.ช่วงก่อนตาย นักวิทยาศาสตร์เรียกช่วงเวลานี้ว่า “เกลียวมรณะ (Death Spiral)” แม้ว่างานวิจัยส่วนใหญ่เกี่ยวกับ “เกลียวมรณะ” จะมุ่งเน้นไปที่แมลงวันผลไม้ แต่นักวิทยาศาสตร์คิดว่างานวิจัยเหล่านี้ก็สามารถนำเสนอข้อมูลเชิงลึกสำหรับวาระสุดท้ายของมนุษย์ได้เช่นกัน

“เราเชื่อว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการของการเสียชีวิตตามกำหนดการทางพันธุกรรม” – ลอเรนส์ มุลเลอร์ หัวหน้าภาควิชานิเวศวิทยาและชีววิทยาวิวัฒนาการที่มหาวิทยาลัย แคลิฟอร์เนีย กล่าว

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมามีงานวิจัยหลายชิ้นเกี่ยวกับ “ช่วงชีวิตของแมลงวันผลไม้” แสดงให้เห็นว่าเกลียวมรณะสามารถรู้ได้จากการลดลงของอัตราการสืบพันธุ์ เช่น ในปี 2015 นักวิจัยพบว่าวันแรกที่แมลงวันผลไม้ตัวเมียหยุดวางไข่คือตัวบ่งชี้ที่สำคัญของการเสียชีวิต การวางไข่ของพวกมันจะเริ่มลดลงราว 10 วันก่อนที่จะหยุดวางไข่ นักวิจัยคิดว่าสิ่งที่นำแมลงวันผลไม้ไปสู่​​ความตายส่งผลต่อความสามารถในการสืบพันธุ์ในช่วงวาระสุดท้ายของพวกมัน

ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยในปี 2002 ซึ่งพบว่าร้อยละ 97 ของแมลงวันผลไม้เมดิเตอร์เรเนียนตัวผู้เริ่มนอนหงายประมาณ 16 วันก่อนที่จะตาย

ในงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งนักวิทยาศาสตร์สังเกตแมลงวันผลไม้ ไส้เดือนฝอย และปลาม้าลาย เพื่อดูว่าลำไส้ของพวกมันมีการรั่วไหลเพิ่มมากขึ้นก่อนที่จะตายหรือไม่ นักวิจัยได้ทดสอบการรั่วไหลโดยการให้อาหารย้อมสีกับสัตว์แต่ละชนิด หากการซึมผ่านเพิ่มขึ้นสีจะรั่วไหลเข้าไปในร่างกายทำให้พวกมันเปลี่ยนสี สีฟ้าสำหรับแมลงวันผลไม้และปลาม้าลาย สีเขียวเรืองแสงสำหรับไส้เดือนฝอย ผลการวิจัยสรุปว่าการรั่วไหลของลำไส้เป็นเครื่องหมายแห่งความตายในทั้งสามสายพันธุ์

มุลเลอร์ กล่าวว่าเกลียวมรณะในมนุษย์อาจจะเป็นความไร้ความสามารถบางอย่างที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนก่อนที่จะตาย สำหรับมนุษย์มีความท้าทายในการทำวิจัยด้วยเหตุผลทั้งทางด้านจริยธรรมและชีวภาพ แต่การศึกษาเรื่องเกลียวมรณะในสิ่งมีชีวิตอื่นๆสามารถให้แนวทางในเรื่องนี้แก่นักวิจัยได้

ทั้งนี้ยีนของมนุษย์บางส่วนคล้ายกับยีนของแมลงวันผลไม้ มียีนที่ทำให้เกิดโรคในมนุษย์ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ที่ปรากฏอยู่ในยีนของแมลงวันผลไม้

มุลเลอร์ กล่าวว่างานวิจัยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหยุดความตายหรือแม้กระทั่งทำให้การตายช้าลง แต่เขาเห็นว่ามันเป็นวิธีที่จะปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้คนเมื่อพวกเขามาถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต และอาจช่วยประหยัดเงินจำนวนมหาศาลในการรักษาโรคในวาระสุดท้ายของชีวิต

 

 

ชอห์น แคโรล ศาสตราจารย์จักรวาลวิทยาและฟิสิกส์ ที่สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า กฎฟิสิกส์จะทำให้เราเข้าใจชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ การมีชีวิตหลังความตาย จิตสำนึกเราจะต้องแยกออกมาจากร่างกาย แต่แทนที่จะเป็นวิญญาณอย่างที่เราเข้าใจกัน มันจะหลงเหลือเพียงแค่ อะตอมและอิเล็กตรอนเท่านั้นเอง ซึ่งข้อมูลต่างๆ ในสมอง รวมถึงความคิดจะไม่ได้ติดออกมา แต่จะตายลงไปพร้อมกับการตายของเรา

จึงสรุปได้ว่า ทุกชีวิตทุกอนุภาคในโลกนี้มีแค่ 1 ภพเท่านั้น ไม่มีที่อื่นให้ไปอีกแล้ว ดังนั้นเมื่อจบชีวิตลง ทุกอย่างก็แค่หยุดเหมือนถูกชัตดาวน์เท่านั้นเอง ชีวิตหลังความตายไม่มีจริงนะจ๊ะ นรก หรือ สวรรค์ เป็นเพียงสิ่งที่ถูกแต่งขึ้นเพื่อใช้ควบคุมมนุษย์ให้อยากทำดี และกลัวการทำเลว เท่านั้นเอง

source , source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment