คำว่า “เดจาวู” (Dejavu) ได้รับการบันทึกครั้งแรกจากนักจิตวิทยาชาวฝรั่งเศส Emile Boirac ในปี 1851-1917 ปรากฏอยู่ในหนังสือ อนาคตของวิทยาศาสตร์จิตวิทยา (L’Avenir des sciences psychiques) เป็นคำเรียกความรู้สึกที่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้ หรืออยู่ตรงนี้มาแล้ว มักเกิดขึ้นในวัย 15-25 ปี มีโอกาสเกิดขึ้น 70% แต่สาเหตุที่แท้จริงยังไม่มีใครรู้

เดจาวู เป็นประสบการณ์ทางจิต ที่เกิดได้กับทุกคน และทุกเวลา อาจเป็นอดีตชาติ อาจเป็นโลกคู่ขนาน อาจเป็นพลังจิต หรืออาจเป็นแค่ภาพลวงตาทางสมอง แต่เรามี 4 ทฤษฏีมานำเสนอ

1.ฟุ้งซ่าน

นักจิตวิทยาเชื่อว่าคนที่มีปัญหาเหล่านี้มักเป็นคนที่มีความคิดยุ่งยากซับซ้อนมาก อาจจะเข้าข่ายฟุ้งซ่านก็ได้ คิดล่วงหน้าในเรื่องต่างๆ มาเป็นสิบๆ เรื่อง ยกตัวอย่างว่าเดินเข้ามาในห้อง เราคิดเรื่องต่างๆ นานา ติดตัวเข้ามาด้วย เราก็มองไม่ค่อยเห็นหรือมองไม่ชัดว่าห้องนี้คืออะไร สักครู่เราไปอีกห้องหนึ่งที่มีความคล้ายคลึงกัน มีม่านมีกระจก มีโต๊ะ ผู้คนแต่งตัวคล้ายๆ กัน อาจเกิดความรู้สึกว่าเราเคยมาที่นี่แล้ว ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย สมองของเราก็ทำงานอย่างนั้น ในที่สุดแล้ว เพราะมีความจำจากความคิดเดิมหลงเหลือมากไปหน่อยนั่นเอง

2.อดีตชาติ

เดจาวู เป็นประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ… สิ่งใดก็ตามที่เคยเกิดไปแล้วในอดีต จะย้อนกลับมาเกิดซํ้าอีก เราจะผ่านประสบการณ์มากมาย และบางสิ่งอาจหลงเหลือในความทรงจำ แล้วย้อนกลับมาเกิดอีก ทำให้รู้สึกว่าเคยเห็นมาก่อน

3.พลังจิต

เราทุกคนมีพลังจิต เพียงแต่จะอ่อนจะเข้ม บางทีเพราะเราไม่ได้ฝึก จะเก็บกดไว้ภายใน วันดีคืนดีก็ล้นออกมา ตามตำรา ถ้าได้ฝึก เราสามารถควบคุมได้ มีนักพยากรณ์หลายคน พยากรณ์ได้จากการเพ่ง ว่ากันว่า มีผู้หนึ่งมีเดจาวูแรงกล้ามาก หาใครเปรียบได้ไม่ เขาชื่อ นอสตราดามุส

4.จักรวาลคู่ขนาน

ในโลกนี้ที่เรามีตัวตนอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกันก็มีเราอีกคนหนึ่งในอีกโลกหนึ่ง และมีโลกคู่ขนานมากมายนับไม่ถ้วน… ทฤษฎีเกี่ยวกับโลกคู่ขนานถูกคิดขึ้นเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ความผันผวนของมิติเวลา การที่เรารู้สึกหรือเห็นภาพที่คล้ายว่าเคยทำมาก่อน นั่นแหละ คุณเคยทำจริง แต่เป็นคุณในอีกโลกหนึ่งต่างหากที่ได้ทำ คุณในทุกๆโลก ถูกผูกกันด้วยสายใยบางอย่าง อาจเป็นเพราะ สมองมีคลื่นตรงกัน ก็เป็นคุณคนเดียวกันนี่นา ในบางจังหวะที่เหมาะสม กระแสประสาทจูนกัน คุณก็ได้รับรู้ถึงกระแสความคิดจากคุณในอีกโลก

5.สมองตรวจเช็คความทรงจำของเรา (มีการพิสูจน์)

 

Akira O’Connor ศาสตราจารย์ชาวสก็อต ผู้ออกมาประกาศตัวว่าเขาค้นพบคำตอบของปรากฏการณ์ เดจาวู แบบไม่มั่วนิ่มแล้ว เขาบอกว่า เดจาวูเกิดขึ้นจาก การที่สมองตรวจเช็คความทรงจำของเรา นั่นเอง

เพื่อหาหลักฐาน ก็ต้องทำการพิสูจน์ ศ.คอนเนอร์ได้ให้ผู้เข้าทดลองแต่ละคนจำคำศัพท์ที่เกี่ยวกับการนอนหลับ แต่ในชุดคำศัพท์จะไม่มีคำศัพท์ที่เป็นจุดเชื่อมโยงของคำศัพท์เหล่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ชุดคำศัพท์ที่มีคำว่า “Pillow, Bed, Night” แต่กลับไม่มีคำศัพท์คำว่า “Sleep” อยู่ในนั้น

ทันทีที่บอกชุดคำศัพท์แก่ผู้ร่วมทดลองเสร็จ ทีมวิจัยจะถามเลยว่า ได้ยินคำศัพท์ที่ประกอบด้วยตัวอักษร “S” หรือเปล่า และคำตอบของผู้ร่วมทดลองก็คือ “ไม่”

แต่หลังจากที่ทิ้งช่วงไปสักพัก ทีมวิจัยก็จะถามคำถามเดิมแก่ผู้ร่วมทดลองอีกครั้ง ในคราวนี้ผู้ร่วมทดลองส่วนใหญ่จะตอบเหมือนกันว่า ‘sleep’ ซึ่งพวกเขาจะเริ่มคิดว่าเคยได้ยินคำนี้จริงๆ เพราะมันสมเหตุสมผลมากที่คำศัพท์นี้จะอยู่ในชุดคำศัพท์พวกนั้น ในตอนนี้สมองของผู้ร่วมทดลองจะแก้ไขความทรงจำเดิมเสียใหม่ และนี่คืออาการที่เรียกว่า เดจาวู นั่นเอง

และจากการแสกนสมองด้วย (Functional MRI) แสดงให้เห็นว่า ในช่วงเวลาที่เกิดเดจาวูนั้น ส่วนของสมองที่ทำงานมากที่สุดคือส่วนของ การตัดสินใจ ไม่ใช่ ความทรงจำ

สุดท้ายแล้วเราก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าทฤษฏีไหนคือทฤษฏีที่ถูกต้องกันแน่ ว่าแต่คุณล่ะครับเคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้กันบ้างรึเปล่า?

Fact – ประชากรทั่วโลก 2 ใน 3 เคยเกิดเดจาวูอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต

source , source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment