แพทย์ทหารผู้ปฏิเสธการใช้ปืน พร้อมช่วยชีวิตทั้งมิตรและศัตรูกว่า 75 นาย ในสงครามโลก

Desmond Doss (เดสมอนด์ ดอส 1919-2006) ทหารหน่วยแพทย์สนาม ซึ่งทำหน้าที่รักษาคนบาดเจ็บในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเขาถูกยกย่องเป็นวีรบุรุษจากเหตุการณ์ “ยุทธการโอกินาวา” เพราะเขาสามารถช่วยชีวิตเพื่อนทหารได้กว่า 75 นาย ด้วยตัวของเขาเองในเหตุการณ์นั้น

เดสมอนด์ ดอส ปฏิเสธที่จะใช้ปืนในการสังหารศัตรู และขอยืนกรานที่จะอยู่ในหน่วย แพทย์สนาม เท่านั้น การตัดสินใจนี้ทำให้ ดอส ต้องเจอเหตุการณ์ร้าย ๆ ต่าง ๆ มากมายจากทั้งครูฝึก, ผู้กอง และเพื่อนทหาร เพราะทุกคนต่างรู้สึกว่าเขาไร้ประโยชน์ และการกลั่นแกล้งเขาก็เพื่อบีบให้เขาออกจากการเป็นทหาร

ถึงแม้การยื่นอุทธรณ์เรื่องการไม่ใช้อาวุธปืนของ เดสมอนด์ ดอส จะผ่านไปถึงศาลทหารแต่เขาก็สามารถเป็นแพทย์สนามได้ในที่สุด แต่เพื่อนทหารของเขาในศูนย์ฝึกกลับขุ่นเคือง และไม่ค่อยพอใจกับความคิดของฮีโร่ผู้นี้ ทำให้เขาต้องโดนเพื่อนทหารด้วยกันรุมทำร้ายอยู่บ่อยครั้ง

และนั่นก็รวมถึงหัวหน้าหน่วยที่บังคับให้ เดสมอนด์ ดอส เป็นคนที่ต้องทำงานที่หนักที่สุด ไม่มีเพื่อนทหารคนไหนอยากจะออกไปร่วมรบกับเขา หรืออยากจะยุ่งเกี่ยวกับเขาเลย เพราะปกติเพื่อนทหารต้องคอยระวังหลังให้กันและกัน แต่คนที่ไม่มีปืนอยู่ในมือจะทำอะไรได้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ทุกคนคิดว่า “ดอสมันเป็นตัวไร้ประโยชน์”

ถึงแม้จะมีหลายครั้งที่ เดสมอนด์ ดอส ถูกเพื่อนทหารด้วยกันทำร้ายร่างกาย แต่เขาก็ไม่เคยฟ้องหรือเอาผิดเพื่อนทหารกลุ่มนั้นเลย ดอส เชื่ออย่างสุดใจว่าเขาเกิดมาเพื่อรับใช้ “พระเจ้า” และ “ประเทศชาติ” ซึ่งเขาจะไม่สังหารใครด้วยอาวุธปืนเป็นอันขาด เพราะมันขัดต่อคำสอนของพระเจ้าที่เขาเชื่อถือ

จนในที่สุดก็มาถึงเหตุการณ์ Hacksaw Ridge (แฮคซอว์ ริดจ์) ในปี 1945 เป็นการสู้รบกันระหว่าง อเมริกา กับ ญี่ปุ่น บนสันเขา แฮคซอว์ ซึ่งการต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือดและทำให้มีคนตายมากมายจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น

ฝั่งกองทัพญี่ปุ่น วางแผนให้อเมริกามายึดช่วงสันเขาแฮคซอว์ ก่อนที่จะรวบรวมกำลังพลและโจมตีอย่างฉับพลันทำให้ทหารอเมริกา บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก และส่วนมากจะถูกทิ้งไว้ให้ตายในเหตุการณ์นั้น แต่วีรบุรุษที่กำลังมาช่วยพวกเขาคือ เดสมอนด์ ดอส

ในช่วงที่ทหารอเมริกาหลายกองกำลังถอนทัพกลับไปตั้งรับที่ฐาน รวมถึงแพทย์สนามของทุกกองร้อย ทำให้มีทหารบาดเจ็บมากมายถูกทิ้งไว้ข้างบนสันเขาแฮคซอว์ และดูเหมือนว่าพวกเขาจะต้องตายอยู่ข้างบนนั้นแล้วเป็นแน่ จนกระทั่ง เดสมอนด์ ดอส แพทย์สนามผู้พยายามแบกร่างทหารที่บาดเจ็บทุกคน และค่อย ๆ ส่งทหารที่บาดเจ็บลงไปหุบเขาด้านล่างทีละคน เป็นเวลากว่า 12 ชั่วโมง ซึ่งเขาช่วยชีวิตเพื่อนทหารไปได้ทั้งสิ้น 75 นาย

การกระทำครั้งนี้ทำให้ เดสมอนด์ ดอส ถูกยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษสงคราม ซึ่งในสองสัปดาห์ต่อมา เดสมอนด์ ดอส กลับขึ้นไปสู้บน แฮคซอว์ ริดจ์ อีกครั้ง ซึ่งมีทหารญี่ปุ่นโยนระเบิดลงมาในหลุมหลบภัยที่ เดสมอนด์ ดอส กับผู้ป่วยบางคนที่หลบอยู่ในบริเวณนั้น

เขาทำเรื่องน่าเหลือเชื่ออีกครั้งด้วยการ “พยายามจะเตะระเบิดออกไป” แต่โชคร้ายที่ระเบิดขึ้นมาก่อนที่เขาจะเตะมันออกไปพ้นระยะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บบริเวณขาค่อนข้างหนัก แต่แทนที่เขาจะขอความช่วยเหลือ เขากลับรักษาตัวเองและพยายามรักษาทหารที่บาดเจ็บคนอื่นต่อไป จน 5 ชั่วโมงผ่านไป ก็มีหน่วยแพทย์มาถึงพร้อมกับเปลสนาม เขาได้ล้มลงไปด้วยความเหนื่อยล้าและได้รับการรักษาในที่สุด

จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ทำให้ เดสมอนด์ ดอส ได้รับเหรียญกล้าหาญ ซึ่งทำให้เขาเป็น “บุคคลแรกที่ต่อต้านการเกณฑ์ทหาร แต่ได้รับเหรียญกล้าหาญ” และเขาถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในวีรบุรุษของอเมริกาที่น่าจดจำที่สุดคนนึงในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองด้วย เขาได้กลายเป็นขวัญใจของทหารผู้รักชาติแต่ก็ยึดมั่นในความสงบ จนกระทั่ง เดสมอนด์ ดอส ได้เสียชีวิตไปอย่างสงบในปี 2006 ที่ผ่านมา

หลังจากเหตุการณ์นี้ เพื่อนทหารที่เคยเกลียดเขาก็กลับมาชื่นชมเขาอีกครั้ง และวีรกรรมของเขาก็ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Hacksaw Ridge ที่เข้าฉายในปี 2016 กำกับโดย Mel Gibson และได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง Andrew Garfield มารับบทเป็น เดสมอนด์ ดอส

ซึ่งภาพยนตร์เรื่อง Hacksaw Ridge สามารถคว้ารางวัลออสการ์ได้ 2 รางวัลด้วยกัน สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยม และ สาขาตัดต่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

นี่คือเรื่องราวอันยอดเยี่ยมทั้งหมดของวีรบุรุษที่มีชื่อว่า เดสมอนด์ ดอส ถ้าใครยังไม่เคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมแนะนำให้ชมเป็นอย่างยิ่ง เพราะนี่แหละคืออีกหนังสงครามคุณภาพที่คุณควรชม สนุกไม่แพ้ Black Hawk Down เลยหล่ะครับ

FACT – ในตอนที่ เดสมอนด์ ดอส โดนระเบิดที่ขา ระหว่างที่เขากำลังรอการช่วยเหลือเขาก็ถูกสไนเปอร์ยิงเข้าที่แขน ทำให้กระดูกทั่วร่างของเขาหักหลายจุด แต่ผู้กำกับเลือกที่จะไม่นำฉากนี้ใส่เข้ามาในภาพยนตร์ เพราะมันดูฮีโร่มากเกินไป และอาจทำให้คนดูไม่เชื่อว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง เพราะแค่การลากร่างของศัตรูที่กำลังบาดเจ็บไปหลบยังที่ปลอดภัยมันก็เกินกว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์อย่างเราจะเชื่อได้ลงจริง ๆ แล้วใช่มั้ยหล่ะครับ ? สุดยอดไปเลยเนาะ ความเชื่อนี่มีพลังมากจริง ๆ

อ่านต่อ – แจ็ค เชอร์ชิลล์ นายทหารผู้ปฏิเสธปืน แต่เลือกใช้ดาบและธนู ในศึกสงครามโลก II