สภาพพื้นที่การดำน้ำมีหลักๆ 5 แบบ คือ 1.ทะเล 2.ทะเลสาบ 3.ใต้น้ำแข็ง 4.คลอง 5.ถ้ำ แต่ในถ้ำจะแบ่งย่อย อาทิ ถ้ำแสงสว่างเข้าถึง แสงสว่างเข้าไม่ถึงแต่พื้นที่ภายในเป็นโถงใหญ่ แสงสว่างเข้าไม่ถึงและภายในถูกแบ่งเป็นห้องเล็กๆ ซึ่งถือเป็นโจทย์ยากสุดของนักดำน้ำ

การกู้ภัยในถ้ำ หรือ Cave rescue เป็นงานที่ยากลำบากและมีความซับซ้อน จนถูกเรียกว่าเป็นทักษะการกู้ภัยระดับสูงมาก ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญการกู้ภัยในที่แคบ หรือ Confined space rescue การกู้ภัยโดยใช้เชือก หรือ Rope rescue และนักปีนเขามืออาชีพ ในต่างประเทศ มีการจัดตั้งองค์กรเพื่อประสานงานและอบรมการช่วยเหลือในถ้ำโดยเฉพาะ เช่น ที่สหรัฐ มีคณะกรรมาธิการการแห่งชาติว่าด้วยการกู้ภัยในถ้ำ หรือ NCRC เพื่อทำการฝึกอบรมปฏิบัติการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพราะอย่างในทวีปอเมริกาเหนือ มักเกิดอุบัติเหตุในถ้ำถึง 40-50 ครั้งในแต่ละปี

การดำน้ำหลักๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

  1. เพื่อกิจกรรมนันทนาการความสนุกสนานทั่วไป โดยจะใช้ระยะเวลาการฝึกประมาณ 2-4 วันก็สามารถดำน้ำได้
  2. ดำแบบทางเทคนิค ประเภทนี้ดำเพื่อการสำรวจหรือกู้ภัย ผู้ดำต้องเป็นผู้เชี่ยชาญที่ผ่านการฝึกพิเศษตามหลักสูตร 1-6 เดือน ต้องมีสุขภาพแข็งแรง เพราะจะต้องสามารถปลดหรือลากอุปกรณ์ใต้น้ำ ลอดตัวผ่านช่องแคบๆเมื่อเจอเหตุการณ์คับขันได้ และต้องได้รับประกาศนียบัตรการดำน้ำในพื้นที่จำกัดที่มีความลึกมากกว่า 40 เมตรก่อน

ถังอ๊อกซิเจน

  • สำหรับถังอากาศโดยปกติสามารถอยู่ได้ประมาณ 1 ชั่วโมง
  • แต่ถ้าใช้ถังอากาศแบบพิเศษสามารถอยู่ได้ 2-3 ชั่วโมง โดยการดำน้ำในถ้ำจะต้อง มีการวางแผนและสำรวจพื้นที่นั้นๆอย่างถี่ถ้วน เพราะต้องประเมิณเวลาที่จะเข้าไปและออกมาให้พอดีกับถังอากาศที่เตรียมเข้าไป และข้อสำคัญที่สุดคือห้ามเข้าไปคนเดียว

ประสบการณ์จริงของ นายแอนดี อีวิส อดีตประธานองค์กรสำรวจถ้ำแห่งสหราชอาณาจักร วัย 70 นายอีวิส สำรวจถ้ำมาเป็นเวลา 50 ปี เล่าว่า เขาและเพื่อนนักสำรวจอีกสองคนเคยติดอยู่ในถ้ำในเทือกเขาเพียร์เรอนีส (Pyrenees) ในยุโรป ข้อระวังหากดำน้ำในถ้ำต้องพยายามทรงตัวนิ่ง เพราะน้ำในถ้ำขึ้นลงตลอด นอกจากนี้ต้องประเมิณสถานการณ์เรื่อยๆ เพราะพื้นที่ข้างหน้าไม่สามารถคาดเดาได้บางจุดอาจเป็นช่องหิน หินงอก หินย้อย หรือน้ำอาจขุ่น ฉะนั้นหัวใจสำคัญการดำน้ำ คือความปลอดภัย เมื่อรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยหรือสบายตัวก็ไม่ควรดำต่อไปอีก

 

 

จุดเริ่มต้นของการดำน้ำ เกิดมาจากการที่มนุษย์มีความต้องการและความจำเป็นในด้านของการเก็บกู้ซากใต้น้ำ โดยกำเนิดของการดำน้ำนั้นสันนิษฐานว่ามีมานานมากกว่า 5,000 ปี และเป็นการดำน้ำบริเวณพื้นที่ตื้นที่ความลึกไม่เกิน 100 ฟุตเท่านั้น จนกระทั่งในปี 1500 ก็ได้มีการพัฒนาชุดดำน้ำขึ้นมาอย่างจริงจัง ซึ่งเทคโนโลยีก็ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาตามลำดับตามยุคตามสมัย อย่างชุดที่เพื่อนๆเห็นอยู่นี้ถูกพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1980 ที่ใช้ระบบจ่ายอากาศจากทางภาคพื้นเข้ามาทดแทน เพื่อให้คล่องตัวจนสามารถใช้ดำในถ้ำได้

สำหรับการดำน้ำในประเทศไทย เริ่มต้นจากการที่กองทัพเรือได้จัดส่งนักทำลายใต้น้ำที่ผ่านการฝึกที่เกาะ ไซปันประเทศสหรัฐฯ ไปรับการฝึกหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำชั้นสูง ในปี พ.ศ. 2497 หลังจากนั้นได้ดำเนินการจัดตั้งเป็นหมวดทำลายใต้น้ำในปี พ.ศ. 2498

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน