ฟุคุชิ มาซาอิชิ (Fukushi Masaichi) นายแพทย์ชาวญี่ปุ่น ผู้สะสมผิวหนังมนุษย์ร่วม 3,000 ชิ้น เพื่อความรู้ทางการแพทย์สู่ความหลงใหลในศิลปะแห่งรอยสัก ยื่นข้อเสนอช่วยเหลือให้เก็บงานสักจนสมบูรณ์ แลกขอเนื้อหนังร่างกายเมื่อตายลง

โดยคุณหมอ ฟุคุชิ มาซาอิชิ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพยาธิวิทยา และศาสตราจารย์แพทย์ แห่งวิทยาลัยแพทยศาสตร์โตเกียว แม้ตัวคุณหมอจะเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 1878-1956 แต่ปัจจุบัน คอลเลคชั่นรอยสักบางส่วนยังคงถูกเก็บรักษาไว้ที่วิทยาลัยการแพทย์ ในกรุงโตเกียวแห่งนี้ เพราะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คอลเล็คชั่นจำนวนมากของคุณหมอถูกทำลายไป และเหลืออยู่เพียงบางส่วนเท่านั้น

โดยความชอบทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในปี 1907 ตอนนั้นคุณหมอกำลังสนใจเรื่องการรักษากามโรค และบวกกับกำลังศึกษาวิจัยเรื่องไฝบนผิวหนัง แต่ต่อมามีข้อมูลว่าหมึกสำหรับการสัก มีผลต่อการรักษาโรค ก็เลยศึกษาเรื่องผิวหนังคนกับการสักไปๆมาๆ ก็เลยสนใจเรื่องรอยสักแบบญี่ปุ่น และเก็บสะสมรอยสักของคนตาย รวมถึงพัฒนาวิธีการเก็บรักษาหนังเหล่านี้ เรื่อยมา

หลังจากนั้นด็อกเตอร์ฟุคุชิได้ไปศึกษาต่อที่เยอรมนี ก่อนจะกลับมายังญี่ปุ่น และได้เข้าทำงานกับวิทยาลัยแพทยศาสตโตเกียว ที่นี่ทำให้ได้พบกับคนไข้ที่มีรอยสักมากมาย ซึ่งคนไข้หลายคนไม่ได้มีทุนทรัพย์มากนัก และอีกหลายคนเช่นกันที่สักลายทิ้งไว้เพียงครึ่งๆ กลางๆ ไม่เสร็จสมบูรณ์

 

 

ด็อกเตอร์ฟุคุชิ จึงออกปากยื่นข้อเสนอจะให้การสนับสนุนให้พวกเขากลับไปสักลายได้สมบูรณ์สวยงามตามต้องการ แลกกับสิทธิ์การเป็นเจ้าของผิวหนังที่มีลวดลายวิจิตรงดงามนี้หลังจากที่เจ้าของร่างเสียชีวิตลง และไม่น่าเชื่อว่าคนเหล่านั้นจะยินยอมและยินดีเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ด็อกเตอร์ฟุคุชิเป็นที่เคารพนับถือในวงการช่างสักและคนสักไปด้วยโดยปริยาย

โดยชิ้นส่วนโดยส่วนใหญ่ได้มาจากการรับบริจาคจากศพของยากูซ่าที่เสียชีวิต ศพทั้งหลายจะถูกนำไปเตรียมสภาพด้วยการเลาะแยกเอาชั้นผิวหนังออกจากตัว นำไปล้างให้สะอาด และกำจัดชั้นไขมันใต้ผิวหนังให้หมดไป ก่อนจะนำไปขึงตึงและอบให้แห้งเพื่อถนอมสภาพผิวไม่ให้เสื่อมสภาพเร็วเกินไป

 

 

จนทำให้ตลอดช่วงระยะเวลา ตั้งแต่ปี 1926 คุณหมอมาซาอิชิ สามารถเก็บสะสมผิวหนังที่มีรอยสักได้มากกว่า 3,000 ชิ้น พร้อมรูปถ่ายของเจ้าของผิวหนังนั้นๆ แต่สาเหตุที่ทำให้ ณ ปัจจุบัน ผิวหนังทั้งหมดเหลือเพียง 105 ชิ้น ก็เพราะ ถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และถูกขโมยไประหว่างการเดินทางไปให้ความรู้เรื่องการสักและศิลปะรอยสักแบบญี่ปุ่น ที่นครชิคาโก ในระหว่างปี 1927-1928

เพราะในวงการตลาดมืดนั้น ผิวหนังคนตายที่มีรอยสักแบบนี้บางชิ้นมีราคาเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 2.6 ล้านบาท และมีราคาสูงมากขึ้นหากรอยสักนั้นเป็นของยากูซ่า โดยราคาจะขึ้นอยู่กับ เป็นยากูซ่าคนใด? อยู่ในระดับใดขององค์กร? และรวมถึงอายุของรอยสักว่าเก็บมาเก่าแก่แค่ไหน? หากจะเปรียบเทียบก็คงพูดได้ว่า เหมือนการตีราคาภาพวาดเลยหล่ะครับ

ปัจจุบัน คอลเลคชั่นผิวหนังรอยสักมนุษย์นี้ มีจำนวนไม่ชัดเจน แต่ผู้ที่สืบทอดดูแลต่อคือ คาสึนาริ ฟุคุชิ ลูกชายของคุณหมอนั่นเอง โดยเชื่อว่าผิวหนังที่เหลือถูกเก็บอยู่ในหลุมหลบภัย ซึ่งผู้ที่จะเข้าชมได้นั้นต้องเป็นบุคคลที่สำคัญจริงๆ และต้องเข้าไปชมโดยไม่ได้ทำการซื้อขาย แต่เพื่อการศึกษาไม่ว่าจะเพื่อความรู้ด้านการแพทย์หรือด้านประวัติศาสตร์แห่งศิลปะลายสักของญี่ปุ่นเท่านั้น

source , source2

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน