ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน (Hans Christian Andersen)  ผู้แต่งนิทานระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็น นางเงือกน้อย, สายน้อยไม่ขีดไฟ, เสื้อใหม่ของพระราช, ลูกเป็ดขี้เหร่ ซึ่งผมเชื่อว่าเราทุกคนต้องเคยอ่านหรือเคยได้ยินกันมาบ้าง แต่เราคงนึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าผู้แต่งนิทานก่อนนอนน่ารักกุ๊กกิ๊กแบบนี้ จะมีชีวิตที่โคตรดาร์ค

แต่อาจจะเป็นเพราะ เรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเขานี่แหละ จึงทำให้เขาสามารถแต่งนิทานออกมาได้ลึกซึ้งกินใจ แม้จะผ่านมานานกว่า 200 ปี แต่นิทานของเขาจะยังคงเป็นอมตะตลอดไป

 

 

“ราชาแห่งเทพนิยาย” (ค.ศ. 1805-1875) เกิดมาในครอบครัวยากจน ที่อาศัยอยู่ในสลัม ณ เมืองโอเดน ประเทศเดนมาร์ก เขามีชีวิตเหมือนเด็กยากจนทั่วไป ไม่ได้เรียนหนังสือ ต้องทำงานหนัก ไม่เคยมีของเล่น ส่วนหนังสือไม่ต้องพูดถึง เพราะสมัยนั้นมีเพียงคนรวยเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ซื้อได้

และแม้ครอบครัวจะรักกันดี แต่ก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เพราะเมื่ออายุ 11 ปี พ่อของเขาก็เสียชีวิตลง จึงทำให้ถูกส่งไปยังโรงเรียนสำหรับผู้ยากไร้ ต้องทำงานปากกัดตีนถีบเลี้ยงชีวิต และโดนกลั่นแกล้งอยู่เสมอ

 

 

กระทั่งอายุ 13 ปี ได้มีโอกาสชมละครของคณะมหาอุปราชหลวง เพราะรู้จักกับคนขายตั๋ว จึงสามารถแอบเข้าไปชมได้อย่างลับ ๆ และได้หลงเสน่ห์ในโลกของละครจนอยากโลดแล่นในวงการนี้

เมื่อมีความฝันอันแน่วแน่ ฮันส์ ในวัย 14 ปี จึงตัดสินใจเก็บของออกจากโรงเรียนเพื่อทำตามความฝันของตัวเอง เพราะหวังว่าสักวันจะมีชื่อเสียงในงานละคร แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่เขาคิด

ด้วยความที่เป็นเด็กหน้าตาไม่ดี ผอมเก้งก้าง ไม่เคยเรียนหนังสือจึงไร้ความรู้  และถูกแกล้งอยู่ตลอดเวลา ทำให้เขากลายเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเอง และบุคลิกภาพไม่ดี จึงทำให้ถูกปฏิเสธจากคณะการแสดง

แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เมื่อเจ้าของโรงละครได้อ่านงานเขียนของเขา ก็รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก เพราะรู้สึกทึ่งว่า ทำไมเด็กตัวแค่นี้ถึงแต่งนิยายได้ เจ้าของโรงละครจึงตัดสินใจรับเขาไปเป็นลูกในอุปถัมป์ พร้อมยังส่งเสียให้เขาได้เรียนหนังสือ

แต่จากการที่เขาต้องเริ่มเข้าโรงเรียนในขณะที่อายุเยอะกว่าคนอื่น ๆ ทำให้เขากลายเป็นตัวประหลาดของโรงเรียน และมักถูกครูดุด่าอยู่เสมอ แต่เขาก็สู้จนสามารถเรียนจบปริญญาตรีได้สำเร็จ

 

 

ด้วยความมั่นใจที่ว่า โชคชะตาเริ่มเข้าข้างเขาบ้างแล้ว จึงทำให้ ฮันส์ ในวัย 23 ปี เริ่มลงมือ เขียนหนังสือเล่มแรก แต่กลับถูกวิจารณ์ว่าเป็นงานเขียนที่ห่วยแตกที่สุดเท่าที่เคยมีมา และด้วยความที่เป็นคนอ่อนไหวต่อคำพูด จึงทำให้ความไม่มั่นใจในตัวเองกลับมาอีกครั้ง

และเหมือนชีวิตจะยังเศร้าไม่พอ เพราะเขายังเป็นชายหนุ่มผู้อาภัพในเรื่องความรักสุด ๆ อีกด้วย เนื่องจากเขาได้แอบรัก ลูกสาวจริง ๆ ของเจ้าของโรงละครที่อุปถัมป์เขา แต่แน่นอนว่า คงไม่มีใครอยากให้ลูกสาวของตัวเองแต่งงานกับผู้ชายแบบนี้ ความรักของเขาจึงต้องจบลง หลังจากเฝ้ารอมานานกว่า 10 ปี

จนสุดท้ายเขาจึงตัดสินใจ แต่งนิทานที่อาศัยเค้าโครงจากเรื่องจริงของตัวเอง โดยเริ่มจากการนำนิทานพื้นบ้านมาเขียนใหม่ โดยใช้ภาษาที่เรียบง่าย และย่อให้สั้นลง ผลปรากฏว่าได้รับคำชมอย่างล้นหลาม และพอเริ่มมีชื่อเสียงเขาจึงตัดสินใจแต่งนิยายของตัวเองตั้งแต่ต้น

 

 

เขากลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงอันโด่งดัง แม้แต่กษัตริย์เดนมาร์กก็โปรดเขามาก และเชิญเขาเข้าไปในวังเพื่อให้เขาเล่านิทานเรื่องล่าสุดที่แต่งเสร็จให้ฟังอยู่เสมอ โดยเรื่องที่ดังที่สุดคือ “ลูกเป็ดขี้แหร่” (The Ugly Duckling) ที่แต่งขึ้นเพื่อสะท้อนชีวิตจริงในวัยเด็กของเขา

ตลอดชีวิตเขาสร้างสรรค์ผลงานออกมากว่า 160 เรื่อง จนได้รับการบันทึกว่า เป็นผู้เขียนที่ถูกแปลบ่อยมากที่สุดในประวัติศาสตร์วรรณกรรม นิทานแต่ละเรื่องของเขาได้รับการตีพิมพ์มากกว่า 125 ภาษา ทั่วโลก

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน