นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Purdue University ได้ทำการทดลอง นำเครื่องดื่มชูกำลังที่ผสมกับแอลกอฮอล์ ให้หนูทดลองดื่ม เพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลงของสมองว่าแท้จริงแล้ว มันปลอดภัยหรืออันตรายอย่างที่นักดื่มหลายคนอ้างจริงหรือไม่ ? และผลการทดลองครั้งนี้ จะทำให้คุณไม่กล้าดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้อีกต่อไปเลยหล่ะครับ การทดลองได้ถูกเผยแพร่ใน วารสารวิชาการ Alcohol Journal

นักวิทยาศาสตร์พบว่า หนูทดลองที่ได้ดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้ จะมีการแสดงออกทางกายภาพและการแสดงออกทางระบบประสาท คล้ายกับหนูที่เสพโคเคน เพราะมันสามารถดื่มและเสพต่อไปได้เรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าเหนื่อยอ่อนหรืออยากหยุดพัก เนื่องจากเครื่องดื่มชูกำลังมีคาเฟอีนสูงกว่า น้ำอัดลมถึง 10 เท่า จึงทำให้มันไม่รู้สึกง่วงและตื่นตัวตลอดเวลา นักวิทยาศาสตร์จึงเจาะลึกเข้าไปอีกจนพบว่า

เมื่อหนูทดลองได้ดื่มเครื่องดื่มดังกล่าว จะมีโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า FOSB เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับหนูทดลองที่เสพโคเคนเช่นกัน โดยโปรตีน FOSB นี้ เป็นตัวบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของระบบประสาทในระยะยาว และเป็นสาเหตุที่ทำให้ยากในการเลิกยาเสพติด เพราะการเปลี่ยนแปลงของสมองนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วมักจะเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร และเมื่อสมองคุ้นชินกับการได้รับโปรตีน FOSB ถึงจุดหนึ่ง หนูทดลองจะต้องดื่มและเสพหนักมากขึ้น เพื่อต้องการที่จะสนองความพึงพอใจให้แก่สมอง จนกลายเป็นการเสพติดในที่สุด

สรุป – การดื่มเครื่องดื่มชูกำลังผสมกับแอลกอฮอล์ อันตรายเพราะ 1.คาเฟอีนช่วยปกปิดความเมาทำให้คุณดื่มต่อได้เรื่อยๆแม้ว่าจริงๆแล้วคุณจะโคตรเมาเลยก็ตาม 2.มันสามารถทำให้คุณมีความต้องการที่จะดื่มมากขึ้นเรื่อยๆจนทำให้คุณเสพติดมันเหมือนการเสพยา และแน่นอนระบบประสาทส่วนกลางในสมองจะค่อยๆถูกทำลาย จนคุณกลายเป็นคนขี้หงุดหงิด ขี้ระแวง อารมณ์แปรปรวน และในที่สุดสมองก็จะเสื่อมใช้การไม่ได้

Fact – นักวิจัยพบว่า กลุ่มคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ผสมกับเครื่องดื่มชูกำลัง มีความเสี่ยงที่จะไปล่วงละเมิดทางเพศบุคคลอื่นหรือเป็นฝ่ายถูกล่วงละเมิดทางเพศเสียเอง สูงกว่าคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ปกติเป็น 2 เท่า เพราะนักดื่มจะดื่มได้หนักขึ้นประมาณ 36% และมีแนวโน้มในการดื่มเหล้าบ่อยขึ้นเป็น 2 เท่า

อ่านต่อ – ผลวิจัยสุดแปลก หากหมอฟัน “ได้กลิ่นความกลัว” จากคนไข้ อาจทำฟันผิดพลาดได้

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน